
ดีเอสไอเริ่มสอบพยานฝ่ายรัฐนักข่าวนปช.คิวต่อไป
ดีเอสไอเริ่มสอบปากคำพยานฝ่ายรัฐเปิดคดีก่อการร้าย 10 เม.ย. นักข่าว-แกนนำนปช.เป็นคิวถัดไป ดึงป.ป.ง.ขยายผลเงินนอกประเทศกว่า 5,000 ล้าน
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 19 เม.ย. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีการกระทำความผิดทางอาญากรณีก่อการร้ายเหตุการณ์ 10 เมษายน เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้เริ่มต้นสอบปากคำพยานบุคคลเพื่อเปิดคดีคดีก่อการร้าย คดีขู่บังคับรัฐบาล คดีทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐทั้งที่บาดเจ็บและเสียชีวิต และคดีการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ โดยพยานที่เข้าให้ปากคำเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติงานในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ประกอบด้วยตำรวจและทหารรวม 5 นาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านการข่าวและด้านยุทธการ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นการสอบพยานจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบเป็นหลัก โดยดีเอสไอไม่ได้กำหนดกรอบเวลา หากผลการสอบสวนในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นที่น่าพอใจก็อาจจะยุติเพียงเท่านี้
นายธาริต กล่าวอีกว่า หลังจากสอบปากคำในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนจะเรียกสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมชุมนุม สื่อมวลชน การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการบันทึกภาพแผ่นซีด คลิปวีดีโอ แผ่นภาพ และจะพยายามตามบุคคลที่ปรากฏในคลิปวีดีโอเพื่อนำมาเป็นพยานด้วย นอกจากนี้ในส่วนของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและผู้เข้าร่วมชุมนุมก็จะต้องถูกสอบปากคำด้วย และไม่สามารถระบุได้ว่าจะเรียกมาจำนวนเท่าใด แต่คงต้องทยอยสอบในแต่ละประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงการดึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวน นายธาริต กล่าวว่า คดีก่อการร้ายเป็นความผิดตามมูลฐานกฎหมายฟอกเงิน โดยป.ป.ง.จะเข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ถูกโอนมาจากต่างประเทศ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้น
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สถาบันการเงินได้รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินต้องสงสัยมายังดีเอสไอและป.ป.ง. โดยระบุถึงธุรกรรมการเงินของกลุ่มบริษัท 5-6 แห่ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร จากธนาคาร 5 แห่ง ซึ่งรายงานว่ามีการทยอยถอนเงินจาก 20 สาขาของ 5 ธนาคาร ยอดเงินมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยผู้ที่เดินทางไปทำธุรกรรมการเงินในธนาคารต่างๆ เป็นบุคคลใกล้ชิดคุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ พนักงานสอบสวนจึงเร่งขยายผลความเชื่อมโยงต่างๆว่าเงินสดจำนวนมากที่ถูกถอน ออกจากธนาคารต่างๆถูกนำไปใช้จ่ายอย่างไร



