ข่าว

ไทม์สระบุม็อบแดงทำนักท่องเที่ยวหายจากไทย

ไทม์สระบุม็อบแดงทำนักท่องเที่ยวหายจากไทย

19 เม.ย. 2553

นิตยสารไทม์ส ระบุการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทำนักท่องเที่ยวหดหายจากไทย อาจเหลือแค่กลุ่มที่ชอบผจญภัยเท่านั้น

(19เม.ย.) เว็บไซต์นิตยสารไทม์ส รายงานว่า ประเทศได้ขึ้นชื่อในเรื่องการต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนต่างชาติและนับเป็นเวลา 50 ปีแล้ว นับตั้งแต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและการบินไทยก่อตั้งขึ้นและก็ค่อย ๆ พัฒนาจากประเทศที่ไม่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดจนกลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตั้งแต่พวกนักท่องเที่ยวฐานะดีไปจนถึงพวกสะพายเป้ ด้วยภาพลักษณ์ด้านงานฝีมือและผู้คนสุภาพ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อปี 2552 มีนักท่องเที่ยว 13.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 6.5 เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ของประเทศ อันเป็นการตอกย้ำว่าการท่องเที่ยวเป็นตัวดึงเงินตราต่างประเทศเข้ามามากที่สุด และยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย

แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอยยิ้มอันสุภาพได้กลายเป็นสีหน้าที่บึ้งตึง หลังเกิดเหตุรุนแรงเมื่อวันที่10 เมษายน จากการปะทะกันระหว่างทหารกับคนเสื้อแดง ในกรุงเทพฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24คน และบาดเจ็บกว่า 800 คน ไม่มีใครมั่นใจว่า วิกฤติการเมืองจะยุติลงเมื่อไร และอย่างไรแต่ผลกระทบที่เกิดกับการท่องเที่ยวนั้นคาดว่าจะเป็นความเสียหายอย่างหนัก มูลค่าความเสียหายจากความผันผวนทางการเมือง ยังไม่อาจนับได้ แต่เที่ยวบินมากกว่า 70 เที่ยวจากจีนได้ถูกยกเลิก ขณะที่นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จำนวนผู้เข้าพักโรงแรมหดลงไปแล้วอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์

สำหรับโรงแรมที่อยู่ใกล้บริเวณการชุมนุมของคนเสื้อแดง อัตราการเข้าพักเป็นศูนย์ โรงแรมต้องปิดให้บริการ พวกการ์ดแต่งกายด้วยชุดสีดำที่ยืนอยู่ด้านหลังเครื่องกีดขวางสีแดงที่หน้าโรงแรม แกรนด์ ไฮแอตต์ เอราวัณ ทำให้ไม่มีคนเข้าไปเช็คอินเข้าพักได้ มีแต่เช็คเอ๊าท์เท่านั้นส่วนโรงแรมหรูอย่าง โฟร์ ซีซั่น ก็มีพระสงฆ์ที่ไปร่วมการชุมนุม ได้ขึงราวตากจีวรกันเต็มไปหมดตรงสวนหย่อมที่ตัดแต่งไว้อย่างสวยงาม บริเวณทางเข้าหน้าโรงแรม

โรงแรมทั้ง 2 แห่ง ตั้งอยู่ใกล้บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ที่ถูกยึดครองโดยกลุ่มคนเสื้อแดงและบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งแหล่งจับจ่ายสำคัญถึง 6 แห่ง , โรงแรม 5 ดาว , อาคารสำนักงานของบริษัทต่างชาติชั้นนำ และธุรกิจอื่น ๆ  ที่ส่วนใหญ่ต้องปิดตัวลง ทำให้เหลือชาวต่างชาติบนถนนเพียงเล็กน้อย มีมากกว่า 40 ประเทศ ที่แนะนำไม่ให้พลเมืองมากรุงเทพฯ

แต่แม้ว่าเมืองหลวงเกือบจะเป็นเมืองร้างนักท่องเที่ยว ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าพากันปิดตัวรวมทั้งแบรนด์เนมดัง อย่างปราด้าและเวอร์ซาเช่ แต่สินค้าของคนเสื้อแดงกลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด ผ้าคาดศีรษะ เท้าตบและธง และแม้ว่าร้านอาหารหรู หรือร้านประเภทฟ้าดฟู้ดส์ จะปิดบริการ แต่คนเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด ก็ตำส้มตำ และทำอาหารรสแซ่บแจกกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาทำครัวกันข้างถนน ขณะที่พวกแกนนำได้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นเอาไว้ให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

แต่ในช่วงที่บรรยากาศการประท้วงเป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลอง บรรยากาศของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกับหม่นหมอง การท่องเที่ยวและหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ หลังต้องเผชิญกับการประท้วงจากคนสองสีโดยเฉพาะหลังจากกลุ่มคนเสื้อเหลืองประท้วงปิดสนามบินนาน 8 วัน เมื่อปี 2551 ตามด้วยการก่อจลาจลของคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายน ปี 2552

ในขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น 17.5 เปอร์เซ็นต์ ปีต่อปี ในเดือนมีนาคมแต่การประท้วงที่ดำเนินอยู่และความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุรุนแรงตามมา ได้ทำให้ความพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์เท่ากับศูนย์ และในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวนอกกรุงเทพฯ ไม่ได้ผลกระทบจากการชุมนุมประท้วง แต่ความไม่สงบ และอันตรายที่น่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ กำลังทำให้ประเทศไทย กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม ที่ชอบการผจญภัยไปเสียแล้ว