
มาร์คเป็นหวัดโหมทำงานหนักหายแล้ว
ผบช.น.สั่งระดมกำลัง ปจ. 20 กอง ตำรวจกำลังย่านสีลมนร่วมกับทหาร ตามคำสั่งของ ศอฉ. เพื่อป้องกันกลุ่มเสื้อแดงบุกยึด ตัวแทนพันธมิตรโคราช แนะทางออกรัฐบาล เร่งดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับ นปช. ก่อนพันธมิตรออกโรง หวั่นเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ จี้ ผบ.ทบ.ยึดแนวทางชายชาต
(19เม.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นหวัดเล็กน้อย เพราะนอนน้อยทำงานหนัก แต่หายแล้ว ทำงานได้แล้ว นายกฯสามารถมีเวลามาดูภาพรวมได้มากขึ้นเพื่อพิจารณาหาทางออกทางการเมือง ดังนั้นแนวทางการปฏิบัติงานหลังจากนี้จะชัดเจนมากขึ้น ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์คลี่คลายมาระดับหนึ่งแล้ว การจราจรกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็ต้องดูแลต่อเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติต่อไป
ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า วันนี้(19 เม.ย.) นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมด้านเศรษฐกิจที่ ร. 11 รอ. ส่วนที่เปลี่ยนจากที่ทำเนียบเพราะไม่อยากให้เป็นเงื่อนไข อีกทั้งสถานที่บางแห่งก็ไม่ได้วางระบบในการป้องกันไว้ สถานที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แค่ยังทำงานต่อไปได้ก็เพียงพอ
ผบช.น.สั่งระดมกำลังปจ.ร่วมทหารตรึงพื้นที่สีลม
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ในฐานะ ผอ.ศปก.น.กล่าวว่า ได้มีการจัดวางกำลังกองร้อยเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลในพื้นที่บริเวณถนนสีลมและพื้นที่โดยรอบเสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของ ศอฉ.โดยมีการวางกำลังกองร้อย ปจ.ตรึงกำลังร่วมกับทหารดังนี้ บริเวณแยกศาลาแดง วางกำลังจำนวน 4 กองร้อย ถนนศาลาแดงตัดถนนคอนแวนต์ 2 จัดกำลังจำนวน 3 กองร้อย แยกศาลาแดงตัดถนนสาทรเหนือ จำนวน 2 กองร้อย แยกถนนคอนแวนต์ ตัด ถนนสาทรเหนือ จำนวน 2 กองร้อย ถนนนราธิวาสฯติดถนนสาทรเหนือ ( แยกนรินธร ) จำนวน 3 กองร้อย ถนนทรัพย์ ตัดถนนสุรวงศ์ จำนวน 3 กองร้อย และบริเวณแยกอังรีดูนังต์ อีกจำนวน 3 กองร้อย
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนการรับผิดชอบ ได้มอบหมายให้ ผบก.น.5 รับผิดชอบเป็น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ในจุด 1-4 ส่วน ผบก.น.6 จะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในจุดที่ 5-7 โดยกำชับให้ทั้ง ผบก.น.5 และบก.น. 6 จัดวางกำลัง แนวทางการปฏิบัติให้ชัดเจน วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบประจำจุดสูงข่มบริเวณถนนสีลมและพื้นที่โดยรอบ ให้มีการซักซ้อมการปฏิบัติกับกำลังพลให้เข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
พธม.โคราชแนะทางออกรัฐเร่งจัดการแดงเด็ดขาด
นางสารภี บุญประตูชัย ผู้ประสานงานภาคีมวลชนคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดนครราชสีมา ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ความวุ่นวายภายในประเทศในขณะนี้ว่า ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกกดดันอย่างหนักทั้งจากทางกลุ่ม นปช.รวมถึงกระแสกดดันให้รัฐบาลเร่งจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลายลงภายใน 7 วันของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ก่อนที่กลุ่มพันธมิตรฯจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์เอง จนอาจจะทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างกลุ่ม นปช.และกลุ่มพันธมิตร ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความสูญเสียขึ้นได้
โดยปัญหานี้เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลไม่มีความเข้มแข็งและกล้าที่จะตัดสินใจจัดการปัญหาประเทศชาติอย่างจริงจังทั้งที่มีอำนาจอยู่ในมือสามารถที่จะปฏิบัติได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นทางออกที่รัฐบาลควรจะกระทำอย่างเร่งด่วนขณะนี้ก็คือการบังคับใช้กฏหมายกับผู้ชุมนุม นปช.อย่างเข้มงวดและจริงจังเสียที โดยเฉพาะการประกาศใช้กฏอัยการศึกเพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการบังคับใช้กฏหมายออกมาจัดการกลุ่ม นปช.อย่างจริงจัง รวมถึงในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเองก็ต้องแสดงตัวออกมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการปฏิบัติการทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจัดการของพรรคประชาธิปไตยทั้งหมด โดยที่พรรคร่วมอื่นไม่ได้มีการสนับสนุนหรือออกมาหนุนหลังรัฐบาลอย่างเต็มตัว ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ให้คลี่คลายโดยเร็วได้ รัฐบาลโดยเฉพาะตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นผู้บริหารประเทศที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้
ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกมาประกาศกำหนดเส้นตายให้รัฐบาลจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลายภายใน 7 วันนั้น ส่วนตัวแล้วมองว่ากลุ่มพันธมิตรฯยังไม่ควรที่จะออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลในช่วงนี้ ควรรอดูท่าทีของรัฐบาลไปก่อนอีกสักระยะ เนื่องจากในขณะนี้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการจัดการสถานการณ์บ้างแล้ว โดเฉพาะการสับเปลี่ยนผู้อำนวยการ ศอฉ. จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มาเป็นพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเริ่มที่จะต้องการบังคับใช้กฏหมายกับผู้ชุมนุมอย่างเข้มงวดกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ควรที่จะรอดูท่าทีการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายทหารที่แสดงตัวออกมาอย่างเต็มตัวในตอนนี้
อีกทั้งหากออกมาเคลื่อนไหวในตอนนี้ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก และคนที่ออกมาเคลื่อนไหวก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะทุกวันนี้ความรุนแรงก็มีให้เห็นอยู่ทุกวัน แม้กระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารยังไม่สามารถที่จะดูแลความปลอดภัยของตัวเองได้และใครจะมาคุ้มครองดูแลกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่ม นปช. ซึ่งเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นที่รุนแรงและไม่ปลอดภัย ดังนั้นวันนี้ส่วนตัวอยากเรียกร้องให้ทางพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ใช้เวลาที่เหลืออยู่ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ แก้ไขและคลี่คลายปัญหาของบ้านเมืองอย่างเต็มที่ โดยยึดถือหลักชายชาติทหารที่เกิดมาเพื่อรับใช้ประเทศชาติเห็นแก่ประเทศชาติโดยรวมเป็นหลักตัดสินใจดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ความแตกแยกขึ้นในประเทศชาติ เพื่อให้สังคมได้จดจำวีรกรรมของชายชาติทหารคนนี้ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน นางสารภีฯ กล่าว
กลุ่มพันธมิตร ส.ส.ชลบุรีรวมตัวต้านกลุ่มเสื้อแดง
นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำกลุ่มพันธมิตร พร้อมด้วย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายประมวล เอมเปีย นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ รวมทั้งกลุ่มพันธมิตร จ.ชลบุรี และพ่อค้า ประชาชน ในนามของกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน และกลุ่มชลบุรีผู้พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประมาณ 1,500 คนได้รวมตัวกันบริเวณหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง พร้อมทั้งหนังสือคัดค้านผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี โดยมีนายสุนทร รัตนวราหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีมารับหนังสือ เพื่อส่งต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีต่อไป หลังจากนั้นได้เดินทางทางไปให้กำลังใจทหารที่ค่ายนวมินทราชินี ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี



