
"ปณิธาน"อ้าง"มาร์ค"ป่วยงดจัดรายการเชื่อมั่นฯ
"ปณิธาน" อ้าง "มาร์ค" ป่วยจึงหายตัว แต่ตอนนี้หายแล้วพร้อมลุยงานต่อ ย้ำประชาชนและบิดาให้กำลังใจทำงานแก้ปัญหาบ้านเมือง ระบุตำรวจพร้อมคุมม็อบหากบุกสีลม ลั่นไม่ยอมให้ตั้งเวทีแน่
เมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 18 เม.ย. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและพล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผบช.น.แถลงข่าว หลังการประชุมศอฉ.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานศอฉ.เป็นประธานการประชุม
นายปณิธาน กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีนายสุเทพเป็นประธานการประชุม โดยมีผบ.เหล่าทัพ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. และกรรมการศอฉ.ร่วมประชุม โดยการขยายพื้นที่การชุมนุมของนปช.ที่ประกาศว่าจะไปชุมนุมที่ย่านสีลมนั้น ศอฉ.มีแนวทางชัดว่าจะไม่ให้ขยายพื้นที่ไปยังบริเวณอื่นๆและจะแจ้งเตือนล่วงหน้าในการเตรียมการและมอบหมายให้ตำรวจดูแลควบคุมไม่ให้มีการขยายพื้นที่ รัฐบาลขอแจ้งกับประชาชนชนว่ารัฐบาลดำเนินการจริงจังไม่อยากให้มีการปะทะและขอให้ผู้ชุมนุมรักษากฎกติกาด้วย โดยจะมีมาตรการต่างๆตามมา
นายปณิธาน กล่าวว่า ศอฉ.รับทราบการดำเนินการของตำรวจในหลายพื้นที่ที่มีการตั้งด่านและจุดตรวจสอดส่องดูแลบุคคลที่มาชุมนุมโดยเฉพาะ หากมาชุมนุมโดยผิดกฎหมายซึ่งตอนนี้มีการยึดรถและดำเนินคดีในหลายด่านแล้ว ยืนยันเจ้าหน้าที่ดำเนินการเคร่งครัดรัดกุมสกัดจับบุคคลผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม และฝ่ายกฎหมายรายงานให้นายสุเทพทราบว่าการออกคำสั่งเรียกตัวบุคคล 52 คน มารายตัวแล้ว 21 คน โดย 31 คนที่เหลือนั้นจะตรวจสอบว่าได้รับคำสั่งเรียกตัวตามกระบวนการแล้วหรือไม่ หากครบถ้วนแล้วฝ่ายกฎหมายจะออกหมายจับบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า การประชุมวันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียกบุคคลมารายงานตัวโดยให้มาที่ศอฉ.เพียงแห่งเดียว และขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านโรงแรมและที่พักพิงในพื้นที่ชุมนุมว่า บุคคลที่เข้าพักนั้นมีหมายจับ หมายเรียกหรือทำผิดกฎหมายหรือไม่ จึงขอให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไม่ให้ที่พักพิงกับบุคคลเหล่านั้น โดยเฉพาะประตูน้ำ ราชประสงค์ ราชเทวี และปทุมวัน รวมทั้งพื้นที่ต่างๆของกทม.ด้วย และมีการรายงานความคืบหน้าในคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเร่งรัดตำรวจและทหารให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีก่อการร้ายด้วย
พล.ต.ต.บุญส่ง แถลงว่า บชน.จัดกำลังดูแลในพื้นที่สีลมทั้งหมด โดยเป็นกำลังจากนครบาลและต่างจังหวัดโดยจัดกำลังมากพอที่จะดูเเลพื้นที่ดังกล่าว และยังเตรียมกำลังสำรองไว้แล้ว ทั้งนี้จะมีการส่งไปประจำบนอาคารสูงต่างๆอีกด้วย โดยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 และ 6 ดูแลพื้นที่สีลม รวมทั้งใช้กำลังตำรวจปราบจลาจลดูแล และผบช.น.ดูแลอีกชั้นหนึ่งด้วย ส่วนยานยนต์ที่โดยจับกุมได้นั้นพบว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการจราจรของผู้ที่จะมาชุมนุมและคดีจราจรอื่นๆที่ต้องสงสัยก็จะนำยานยนต์นั้นๆไว้ตรวจสอบ ส่วนการตั้งเวทีจะพยายามไม่ให้ตั้งเวทีในพื้นที่สีลมโดยเด็ดขาด
เมื่อถามว่า หากผู้ชุมนุมประสงค์ที่จะขอติดตามเจ้าหน้าที่ไปบนอาคาร นายปณิธานกล่าวว่า ขอให้แจ้งศอฉ.มาว่าจะร่วมงานด้านนี้อย่างไร แต่กฎหมายไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมไปร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส่วนการแจ้งเตือนกับบุคคลที่ทำผิดกฎหมาย นายปณิธาน กล่าวว่า กำลังส่งหนังสือแจ้งเตือนไปและบันทึกชื่อที่อยู่ของบุคคลที่กระทำความผิดในกฎหมายจราจรที่โดนจับกุมตามด่านและจุดตรวจต่างๆตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินและกฎหมายอื่นๆ ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่า ศอฉ.จะมีบัญชีสองเรียกตัวอีกครั้งนั้น ขอเรียนว่ายังไม่มีคำสั่งในตอนนี้เพิ่มเติม แต่ได้รวบรวมข้อมูลในการดำเนินการทางกฎหมายชั้นต่อๆไปในคดีวันที่ 10 เม.ย.และอื่นๆ เช่น ละเมิดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรอดูผลของ 52 คนแรกก่อน
“ข้อมูลวันนี้เป็นประโยชน์กับการทำงานของเจ้าหน้าที่เช่นอดีตนักการเมือง แกนนำในพื้นที่ วินมอเตอร์ไซด์และจะประเมินความคืบหน้าใน 2-3 วันข้างหน้า ทั้งนี้ได้ประเมินการชุมนุมและเคลื่อนไหวของนปช.แล้วพบว่าจะไม่มีการแจ้งล่วงหน้าและจะดำเนินการแบบดาวกระจาย เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วไว้ดูแลการเคลื่อนที่ของนปช.ในพื้นที่คาดเดา” นายปณิธาน กล่าว
ส่วนท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ไม่จัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วนั้น นายปณิธาน กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์พักผ่อนและใช้เวลาในวันหยุดประเมินสถานการณ์ วางแนวทางและปรับปรุงการทำงาน ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ป่วยเป็นไข้เพราะทำงานหนัก พักผ่อนน้อย แต่ตอนนี้หายแล้ว ฉะนั้นนายอภิสิทธิ์จะมาพบกับประชาชนเป็นระยะเพื่อรายงานความคืบหน้า จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบกันบ้างโดยจะเน้นออกอากาศทางทีวีพูล และตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย ฉะนั้นจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนายอภิสิทธิ์จึงปรับการทำงาน โดยนายอภิสิทธิ์จะดูภาพรวมมากขึ้นและการแก้ปัญหาการเมือง เพราะกระจายงานให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลในพื้นที่ต่างๆแล้ว ขอเรียนว่านายอภิสิทธิ์มุ่งมั่นทำงาน โดยวันที่ 19 เม.ย.จะมีการประชุมด้านเศรษฐกิจและอื่นๆที่ร. 11 รอ. ส่วนการประชุมครม.นั้นยังไม่กำหนดสถานที่แต่เตรียมไว้ 2-3 แห่ง และขอให้สื่อมวลชนเตรียมตัวด้วยโดยอาจต้องตั้งทีมเคลื่อนที่เร็วไว้รองรับเพราะอาจแจ้งล่วงหน้าไว้ โดยต้องดูจากพื้นที่ที่รักษาความปลอดภัยได้สะดวกเป็นหลักและไม่ทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ๆที่นำไปสู่การปะทะด้วย แม้สถานการณ์ตอนนี้คลี่คลายและได้พื้นที่ราชดำเนินคืนมาแล้วก็ตาม
นายปณิธาน กล่าวว่า ส่วนการกลับไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลนั้นขอเรียนว่านายอภิสิทธิ์จะไปทำงานที่นั่นเป็นระยะๆ แต่ไม่ว่าอยู่ที่ใดนายอภิสิทธิ์ก็ทำงานได้และงานเดินหน้า เมื่อถามว่าประชาชนจะเชื่อมั่นนายกฯได้หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ดูตัวเลขจากโพลล์สำนักต่างๆจะพบว่าประชาชนยังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ในการทำงานคือรักษากฎหมายและหาทางออกทางการเมืองและคลี่คลายสถานการณ์ ส่วนกระแสข่าวว่านพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาของนายอภิสิทธิ์ขอให้นายอภิสิทธิ์ยุติการทำงานนั้น ยืนยันว่าไม่มีข่าวนี้เพราะนพ.อรรถสิทธิ์ยังให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์แก้ไขปัญหาเช่นเดิม เมื่อถามว่านปช.ระบุว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นต้องบังคับใช้กับคนเสื้อหลากสีด้วย นายปณิธาน กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินระบุว่าหากชุมนุมโดยสงบและไม่ผิดกฎหมายก็กระทำได้และเรื่องนี้เป็นมาตรฐานเดียวกับนปช.ที่ชุมนุม



