
ฉลามขย้ำกูปรีคืนจ่าฝูงไทยลีกทีทีเอ็มถล่มโลมา
ฉลามชล ชลบุรี เร่งครึ่งหลังไล่หักขา กูปรีอันตราย ศรีสะเกษ เมืองไทย 3-1 ทำสถิติซิวชัย 4 นัดรวด ทวงจ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีกคืนสำเร็จ ขณะที่ สิงห์เหนือ ทีทีเอ็ม พิจิตร ไล่อัด โลมาฟ้าขาว พัทยา ยูไนเต็ด 3-0 ส่วน กระต่ายบีจี คืนฟอร์มเปิดรังสอย กงจักรพิ
การแข่งขันฟุตบอลสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ที่สนามสพล.ชลบุรี “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เจ้าถิ่นเก็บชัยมา 3 นัดรวด เปิดรังพบ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เมืองไทย เริ่มเกมไป 4 นาที ไมเคิล เบิร์น กระชากจากซ้ายเข้ามายิงผ่านเสาไกล อีก 5 นาทีต่อมา ทีมเยือนเกือบได้ประตูนำ อบาการ์ มูซซา หลุดเดี่ยวไปยิงแต่ซัดไม่ดีเข้าซอง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เกมค่อนข้างเปิด นาทีที่ 14 เบิร์น ได้ยิงในกรอบกระแทกใต้คานกระดอนออกมาก่อน ศรีสะเกษเคลียร์ทิ้งพ้นอันตราย โอกาสของนักเตะจากเวลส์ยังมีมาเรื่อยอีก 5 นาที อาทิตย์ สุนทรพิธ เปิดจากซ้าย เบิร์น ขวิดข้ามคาน จากนั้นเกมของเจ้าบ้านดูเหมือนเร่งจะเอาประตูแรกให้ได้ทำให้พลาดกันไปหมด ขณะที่ศรีสะเกษวางรับ 5 ตัวรอสวน แต่ยังไม่มีโอกาสเช่นกัน หมดครึ่งแรก เสมอ 0-0
ครึ่งหลัง ฉลามชล ได้เร็วตั้งแต่นาทีที่ 48 เอกพันธ์ อินทเสน เปิดจากขวา พิภพ อ่อนโม้ สอดมาโขกเสียบเสาแรก 1-0 จากนั้นเกมตกเป็นเจ้าบ้านไล่ขย้ำข้างเดียว นาทีที่ 55 อาทิตย์ สุนทรพิธ ปั่นฟรีคิกระยะร่วม 30 หลาด้านขวาเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลงดงาม หนีเป็น 2-0 ก่อนที่จะเป็น พิภพ พุ่งโขกลูกเตะมุมด้านขวาของอาทิตย์ ในนาทีที่ 59 นำห่าง 3-0 แต่อีกแค่ 2 นาที คิม ยูน ดอง ได้ยิงในเขตจากจังหวะกองหลังชลบุรีหวดสกัดไม่ขาดบอลผลุบเข้าเสาไกล 1-3 หลังจากนั้นไม่มีใครทำประตูได้ จบเกม ชลบุรี ชนะ 3-1 คว้าชัยชนะ 4 นัดรวด มี 12 แต้มเต็มแซงหน้า เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ขึ้นเป็นจ่าฝูง แม้ว่าจะมีแต้มเท่ากัน แต่ประตูได้เสีย ชลบุรี ดีกว่า
ที่ลีโอ สเตเดี้ยม “กระต่ายบีจี” บางกอกล๊าส เอฟซี ที่แพ้ 2 นัดหลังสุด พบ “กงจักรพิฆาต” ทหารบก ทีมบ๊วย เล่นไป 23 นาที ชาตรี ฉิมทะเล ยิงให้ทีมขึ้นนำก่อน 1-0 จากนั้นเป็นคิวของ สุธี สุขสมกิจ มายิงหนี 2-0 ในอีก 7 นาทีต่อมา แต่ มงคล ทศไกร มายิงกู้ความหวังให้ทหารบกไล่มา 1-2 นาทีที่ 34 แต่ครึ่งหลังสุธี อัดประตูที่ 3 นาทีที่ 55 ให้บางกอกกล๊าส ชนะ 3-1
ส่วนการแข่งขันคู่ระหว่าง เอสซีจี สมุทรสงคราม พบ โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ที่เลื่อนเพราะพิษฝนหลงฤดู จะย้ายไปหวดแข้งในวันอังคารที่ 1 มิถุนายนที่จะถึงนี้
ที่สนามกีฬาจังหวัดพิจิตร “สิงห์เหนือ” ทีทีเอ็ม พิจิตร ทีมอันดับ 7 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ซึ่งก่อนเกมจะเริ่มขึ้นได้มีการยืนไว้อาลัยให้ ชานนท์ วงษ์อารีย์ นักเตะของทีโอที แคท ที่ประสบอุบัติทางรถยนต์เสียชีวิต เกมนี้ทีมเยือนลุยก่อน มีโอกาสลุ้นจากลูกโหม่ง 2 ครั้งติดๆ กันของ สมภพ นิลวงษ์ และธานา ชะนะบุตร แต่ ทศพร ศรีเรือง นายประตูเจ้าถิ่นโชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันเอาไว้ได้ทั้ง 2 จังหวะ แต่เป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูนำ 1-0 นาที 13 จาก ไกรกิตติ อินอุเทน กลับตัวยิงจากกรอบเขตโทษเข้าไป จากนั้นผ่านไปอีก 5 นาที เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0 จากลูกยิงระยะ 20 หลาของ โรแลนด์ วาร์กาส เสียบตาข่าย
หลังโดนไป 2 ลูก ทีมเยือนพยายามลุยเพื่อเอาคืน แต่มาโดนลูกที่ 3 ในนาที 62 จากซันเดย์ โอคอนโคว์ ยิงเผาขน ทำให้ หมดเวลา ทีทีเอ็ม พิจิตรเอาชนะไป 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนน ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของตารางคะแนนทันที
ท่าเรือประกาศดับดานัง
ความเคลื่อนไหว “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทยเอฟซี ในการทำศึกฟุตบอลเอเอฟซี คัพ กลุ่ม เอช ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ขุนพลนักเตะการท่าเรือเดินทางมาถึงประเทศเวียดนามแล้ว โดยจะเปิดศึกนัดที่ 5 พบ ดานัง วันที่ 20 เมษายนนี้ เวลา 16.00 น. สถานการณ์ล่าสุดของกลุ่มนี้เตะไปแล้ว 4 นัด เอสเอชบี ดานัง เป็นจ่าฝูง มี 12 คะแนน และท่าเรือ เป็นอันดับ 2 มี 7 แต้ม
หลังจากเข้าพักโรงแรม ช่วงเย็น “เสือเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ผู้จัดการทีม พานักเตะไปฝึกซ้อมทันที แต่ต้องพบกับความผิดหวังอย่างแรง เพราะพื้นสนามไม่เรียบเลย ขรุขระราวกับผิวพระจันทร์ จนต้องปรับแผนการซ้อม จากเดิมที่ตั้งใจจะซ้อมการขึ้นเกมฟุตบอล ต้องหันมาเน้นวิ่งเรียกกำลังแทน
“เสือเตี้ย” กล่าวว่า น่าผิดหวังมากที่เจ้าภาพจัดสนามซ้อมแบบนี้ให้ ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน ทั้งที่ตอนดานังไปเยือนการท่าเรือ ได้จัดสนามซ้อมอย่างดีให้ แต่จะมัวเสียอารมณ์กับเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องมีสมาธิกับเกมนัดนี้ให้มากที่สุด
"นัดแรกเล่นในบ้าน การท่าเรือไทย แพ้ ดานัง 2-3 ทำให้รู้ว่า ดานัง มีจุดอ่อนจุดแข็งตรงไหน นัดนี้จึงวางหมากใหม่ เน้นเกมรับ ตามประกบตัวเล่นต่างชาติที่รูปร่างสูงใหญ่ไม่ให้เล่นได้ถนัด รับรองการท่าเรือไทยมีแต้มกลับบ้านแน่ ทั้งนี้ แม้การท่าเรือไทยโอกาสเข้ารอบมีสูง แต่ตนไม่ได้มองแค่นั้น เป้าหมายคือ เก็บชัยชนะรวดอีก 2 นัดที่เหลือ เพื่อเป็นที่ 1 ของสายให้ได้"



