
ผวาการเมืองฉุดสินเชื่อ-ธุรกิจเบี้ยวหนี้
แบงก์ชาติหวั่นปัญหาการเมืองฉุดยอดปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์พลาดเป้า ชี้หากยืดเยื้อกระทบความเชื่อมั่น-ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ ขณะที่ยอดปล่อยกู้ 2 เดือนแรกเริ่มกลับมาเป็นบวก
นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ ธปท.มีความเป็นห่วงว่าการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในส่วนของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเพื่อการบริโภค หากสถานการณ์มีการยืดเยื้อ และไม่สามารถคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ขณะนี้ถือว่ายังเร็วไปที่จะประเมินว่า ควรมีการปรับลดเป้าหมายลงหรือไม่ โดยที่ผ่านมาธนาคารส่วนใหญ่ยังยึดเป้าหมายที่ 10%
"ปีนี้ทุกแบงก์ตั้งเป้าขยายสินเชื่อ 10% แต่ปัจจัยการเมืองที่เกิดขึ้น หากยืดเยื้อยาวนานก็อาจมีปัญหาได้ เพราะคนไม่มั่นใจ และไม่แน่ใจรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทำให้ทุกอย่างได้รับผลกระทบและทุกฝ่ายรอดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้ายืดเยื้อยาวนานก็คงกระทบแน่นอน" นายสรสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้ง 16 แห่ง ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้พบว่ามีการขยายตัวในทิศทางที่ค่อนข้างดี โดยมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ทำให้ภาพรวมของสินเชื่อทั้งระบบกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างทั้งระบบ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อยู่ที่ 6.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 6.0 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1.6% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนของสินเชื่อรายย่อย
นอกจากนั้น ธปท.มีความเป็นห่วงสินเชื่อที่ธนาคารปล่อยให้ภาคธุรกิจ เช่น การท่องเที่ยว บริการ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจดังกล่าวไม่สามารถชำระหนี้คืนได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อส่งผลทำให้การทำธุรกิจยากขึ้น และรายได้ลดลง



