ข่าว

เล็งรื้อโครงสร้างภาษีหนุนรถเล็กเพิ่มมาตรการจูงใจลงทุน-ย้านฐานผลิตมาไทย

เล็งรื้อโครงสร้างภาษีหนุนรถเล็กเพิ่มมาตรการจูงใจลงทุน-ย้านฐานผลิตมาไทย

18 เม.ย. 2553

สรรพสามิตเล็งทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์หนุนรถประหยัดพลังงาน หนุนการลงทุน-ย้ายฐานการผลิตมาไทย หลังพบกระแสนิยมรถเล็ก-อีโคคาร์มาแรง คาดยอดจองปีนี้ทะลุ 1.4 ล้านคัน

  นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากรายงานตลาดซื้อขายรถยนต์ในปี 2553 ที่คาดว่าจะมียอดจองสูงทั้งในและต่างประเทศถึง 1.4 ล้านคัน เกือบเต็มยอดกำลังการผลิตต่อปีที่ 1.5 ล้านคัน โดยเฉพาะยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 2.8 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมากว่า 60% โดยยอดจองรถยนต์นั่งขนาดเล็กเพิ่มขึ้นมาก มีผลให้กรมสรรพสามิตต้องกลับมาพิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและรถยนต์ที่ใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น

 "ยอดจองรถอีโคคาร์และรถนั่งขนาดเล็กเพิ่มสูงมาก ทำให้เห็นว่าประชาชนหันมาสนใจและเข้าใจว่า หากใช้รถเล็กประหยัดน้ำมันจะไม่สร้างภาระเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากรถเล็กและรถอีโคคาร์ประหยัดน้ำมัน แม้อนาคตราคาน้ำมันตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้นก็ไม่กระทบต่อรายจ่ายที่จะเพิ่มขึ้นมากนัก สรรพสามิตจึงอยากสนับสนุนให้ผู้ผลิตรถยนต์ผลิตรถที่ประหยัดน้ำมันและสร้างพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น โดยอาจออกมาตรการสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ หรือสร้างแรงจูงใจเพื่อตั้งฐานการผลิตจากผู้ผลิตจากต่างประเทศ แต่ยืนยันว่าจะไม่ปรับอัตราภาษีลงในระยะสั้น" นายอารีพงศ์กล่าว

 สำหรับการไม่เร่งปรับลดอัตราภาษีเนื่องจากที่ผ่านมาเพิ่งปรับลดอัตราภาษีสำหรับรถอีโคคาร์และรถประหยัดพลังงานอื่น ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี หากต้องปรับลดภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจผลิตรถยนต์ใช้พลังงานสะอาดอีกจะทำให้ผู้ผลิตไม่มีความเชื่อมั่นในนโยบายและยุทธศาสตร์ภาษีของประเทศ จึงต้องรอให้การใช้รถประหยัดพลังงานมีรากฐานที่มั่นคง จากนั้นในระยะถัดไปจึงจะมีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดเพิ่มเติมขึ้นมา

 ทั้งนี้ หลังจากต้นปีที่ผ่านมา รถยนต์นั่งขนาดเล็กได้เข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น ประกอบด้วย รถบี-คาร์ มาสด้า 2 และนิสสัน มาร์ช อีโคคาร์ คันแรกของประเทศ โดยในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นมาร์ช มียอดจองกว่า 3,000 คัน ขณะที่มาสด้า 2 มียอดจอง 2,452 คัน จากยอดทั้งหมดของมาสด้า 3,234 คัน ส่งผลให้ปีนี้นิสสันทำสถิติใหม่ ด้วยตัวเลขการจองเป็นอันดับ 2 รองจากโตโยต้า ด้วยยอด 3,675 คัน ขณะที่มาสด้า อยู่อันดับ 4 จากที่โดยปกติแล้ว 3 อันดับแรก เป็นโตโยต้า ฮอนด้า และอีซูซุ

 ขณะที่ฮอนด้า ตัวเลขยอดจำหน่ายช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งมียอดรวม 1.55 หมื่นคัน ก็พบว่ารถขนาดเล็กได้รับความนิยมสูงสุด โดยฮอนด้า ซิตี้ มียอด 5,869 คัน ฮอนด้า แจ๊ซ 2,265 คัน