
เล็งเปิดวงเงินกู้ลูกหนี้นอกระบบประวัติดีให้ถือบัตรเครดิต-ดิดดอกเบี้ย12%ต่อปี
คลังช่วยอีกลูกหนี้นอกระบบสั่ง ธ.ก.ส.-ออมสิน เปิดวงเงินกู้ผ่านบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต เล็งให้ลูกหนี้ชั้นดีมีประวัติชำระคืนตรงเวลา คาดเริ่มได้ปี 54 หวังตัดวงจรกู้เงินนอกระบบ คิดดอกเบี้ยแค่ 12% ต่อปี
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการช่วยเหลือประชาชนผู้เป็นหนี้นอกระบบให้มีบัตรเอทีเอ็มเพื่อถอนเงินกู้จากธนาคารแล้ว ซึ่งบัตรนี้จะช่วยให้ประชาชนที่เคยเป็นหนี้นอกระบบไม่ต้องกลับมาเป็นหนี้นอกระบบอีกและยังสามารถกู้เงินในระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำแทนได้ด้วย
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.ไปดำเนินการร่วมกับธนาคารออมสินแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ด้านนายวินัยกล่าวว่า โครงการบัตรเอทีเอ็มเพื่อถอนเงินกู้ จะมีลักษณะคล้ายบัตรเครดิต หรือวีซ่าการ์ด โดยหลักการจะให้ผู้เป็นหนี้นอกระบบในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน ถือบัตรเครดิตนี้ คาดว่าจะเริ่มใช้จริงในปี 2554 เนื่องจากหลักเกณฑ์การใช้บัตรต้องพิจารณาจากวินัยการเงิน หลังจากที่ได้รับเงินกู้ไปแล้วนั้นสามารถชำระคืนตรงเวลาในจำนวนที่กำหนดหรือไม่ หากภายใน 1 ปี สามารถผ่อนชำระได้ตามเงื่อนไขจะถือว่าเป็นลูกค้าชั้นดี ธนาคารจะตอบแทนด้วยการเปิดวงเงินกู้ใหม่ไว้ให้ครึ่งหนึ่งของยอดเงินที่ชำระ เช่น ยอดชำระต่องวด 1 หมื่นบาท ก็จะเปิดวงเงินกู้ให้ครั้งละ 5,000 บาท เพื่อนำไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นต้องไปกู้ยืมหนี้นอกระบบจนกลายเป็นวงจรกู้หนี้ไม่จบสิ้นอีก
สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่จะคิดจากยอดวงเงินกู้ใหม่ในบัตรเครดิตนี้ ธ.ก.ส.และออมสินจะคิดเท่ากันที่ 1% ต่อเดือน หรือ 12% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์หรือนอนแบงก์ ขณะที่การถือบัตรเครดิตหรือเอทีเอ็มเพื่อถอนเงินกู้ดังกล่าว ผู้ถือบัตรใหม่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า 150 บาท แบ่งเป็นค่าบัตร 50 บาท และค่าธรรมเนียม 100 บาท ส่วนรายปีจะคิดที่ 100 บาท ทั้งนี้หากลูกหนี้รายใดผิดนัดชำระหนี้ที่กู้ยืมไปธนาคารก็จะไม่เปิดวงเงินกู้ใหม่ให้เด็ดขาด
อนึ่ง การที่ลูกหนี้ของ ธ.ก.ส.และออมสิน ได้รับบัตรเครดิตนี้ เนื่องจากทั้งสองธนาคารมีลูกค้าลูกหนี้นอกระบบจำนวนมาก ขณะที่ธนาคารอื่นแบ่งกันไปเป็นสัดส่วนเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากธนาคารอื่นจะดำเนินการเช่นเดียวกันก็สามารถทำได้
ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือในหลักการของสองธนาคาร แต่คาดว่าบัตรเอทีเอ็มนี้จะเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความสะดวกต่อผู้กู้



