ข่าว

แดงสั่งเก็บปืนปลอมหวั่นถูกรบ.กล่าวหาพกอาวุธ

แดงสั่งเก็บปืนปลอมหวั่นถูกรบ.กล่าวหาพกอาวุธ

18 เม.ย. 2553

เสื้อแดงสั่งเก็บปืนปลอม หวั่นถูกรบ. กล่าวหาพกอาวุธ ด้าน "เก่ง การุญ" แจกใบปลิว ซีดี ใครฆ่าประชาชน อธิการบดีมศวหนุนพล.อ.อนุพงษ์คุมศอฉ. ย้ำมีความเป็นผู้นำ นุ่มนวล สุภาพ เข้าใจคน "เรืองไกร"เล็งชงนายกฯเปิดประชุมรัฐสภาหาทางออกบ้านเมือง นักวิชาการแนะสื่อยึดหลัก

 (18เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันนี้ มีการปราศรัยของแกนนำสลับกับการร้องเพลงตามปกติ ส่วนผู้ชุมนุมยังคงปักหลักตามเต๊นท์ที่พัก เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน ทั้งนี้ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายวิสา คัญทัพ แกนนำนปช. ได้ประกาศบนเวทีปราศรัยว่า ขณะนี้มีการนำปืนปลอมเข้ามาขายภายในพื้นที่การชุมนุม ดังนั้นขอให้การ์ด นปช. ไปตรวจสอบที่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิรล์ เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมไปซื้อและนำมาพก เพราะอาจทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความเข้าใจผิดได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ยังได้นำใบปลิว ที่คัดลอกมาจากหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ฉบับวันที่ 16-22 เม.ย. ซึ่งหน้าปกเป็นการนำโลงศพสีแดงของคนเสื้อแดงที่วางไว้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 1 ล้านใบ รวมทั้งซีดีชื่อ "ความจริง 10 เม.ย. ใคร ? ฆ่าประชาชน" จำนวน 1 ล้านแผ่น มาแจกให้กับผู้ชุมนุม โดยเนื้อหาของซีดีเป็นการประมวลภาพเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. จนถึงวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่จะบอกเล่าเรื่องราวในทำนองที่ว่าคนเสื้อแดงทำผิดอะไร ทำไมถึงต้องตาย

อธิการบดีมศวหนุนพล.อ.อนุพงษ์คุมศอฉ.

 ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า จากการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)และกลุ่มทหารโดยคำสั่งของรัฐบาลนั้นมีความสูญเสียมากพอแล้วในเวลานี้ อย่างให้ชีวิตมนุษย์ต้องตายกันอีกเลยไม่ว่าจะเป็นนปช.หรือทหาร การเผชิญหน้ากันในการเรียกร้องแต่ละครั้งมีแต่การจ้องให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ พลังแห่งการจองเวรกันรุนแรงมากท้ายที่สุดจะจบลงที่การตายเสมอ ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องช่วยกันระมัดระวังในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นแกนนำนปช. หทารที่รับคำสั่งจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

 “ผมอยากให้กลุ่มนปช. รัฐบาล สื่อทุกสื่อลดการสุมไฟลง ทุกวันที่ทุกฝ่ายต่างช่วยกันสุมไฟให้ลุกโชนขึ้นตลอดเวลา แต่ควรจะนำไปสู่การเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตั้งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มารับผิดชอบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นั้นถือเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก เนื่องจากโดยบุคลิกของพล.อ.อนุพงษ์นั้น นุ่มนวล สุภาพ เป็นมิตรและมีความเข้าใจมนุษย์ ผมขอเสนอว่าพล.อ.อนุพงษ์ควรจะเป็นฝ่ายเจรจากับทางนปช. โดยลักษณะของความเป็นผู้นำ นุ่มนวลน่าจะมีทางออกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อมีการเจรจาแล้ว ควรจะทำการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยยึดความถูกต้องของกม.และความยุติธรรมเป็นหลัก โดยให้พล.อ.อนุพงษ์เป็นผู้ดูแลตรวจสอบในส่วนนี้ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปตั้งกลุ่มไหนอีก เหตุที่หนุนพล.อ.อนุพงษ์นั้น เราเห็นถึงบุคลิกภาพ วิธีคิด วิธีการมองมนุษย์ ถึงตอนนี้ถ้าติดตามสถานการณ์จะเห็นว่ามีหลายเสียงที่เริ่มหันกลับมาใช้เหตุใช้ผลเพิ่มขึ้นมากกว่าจะใช้อารมณ์ของตัวเองหรือของกลุ่มเป็นใหญ่”ศ.ดร.วิรุณ  กล่าว

"เรืองไกร"เล็งชงนายกฯเปิดประชุมรัฐสภาหาทางออกบ้านเมือง

 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (19 เม.ย.) กลุ่ม ส.ว.จะทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอให้เปิดประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 โดยไม่มีการลงมติ เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งเชื่อว่า เป็นช่องทางที่ทำให้สถานการณ์ขณะนี้คลี่คลายได้

 ขณะเดียวกัน ได้มีการหารือเรื่องนี้กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.แล้ว และนายจตุพรเห็นด้วยกับแนวทางนี้ ซึ่งทางกลุ่ม นปช.จะไม่ไปกดดันขณะมีการประชุมรัฐสภา

นักวิชาการแนะสื่อยึดหลักเสนอข่าวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

 นายเจตน์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการนำเสนอของสื่อจะเน้นการนำเสนอของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลุ่มคนที่จุดประเด็นตามสถานการณ์อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ในส่วนที่นำเสนอเป็นรายการที่เป็นการพูดคุย หากเลือกบุคคลที่จะเข้ามาในรายการมาจากทุกฝ่ายเท่าเทียมกันได้ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ต้องยอมรับว่าสื่อที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง เพราะไม่ว่ารัฐบาลใดในทุกประเทศทั่วโลก มักใช้สื่อของรัฐมาเป็นฐานของตัวเองในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสื่อของรัฐมีการพูดถึงการปฏิรูปมานานแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้

 “ดังนั้นสื่ออื่นๆ ต้องคิดว่าถ้ารัฐบาลให้ความคิดเรามาแล้ว ถ้าเราคล้อยตามนำเสนอข้อมูลฝ่ายรัฐบาลมากเกินไปจะกลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาลหรือไม่ ในทางกลับกันถ้าเราได้ข้อมูลจากคนเสื้อแดงมากเกินไปแล้วคิดคล้อยตามนำเสนอจะกลายเป็นเครื่องมือของคนเสื้อแดงหรือไม่ ตรงนี้สื่อต้องมีหลักการพิจารณาในการนำเสนอข่าวว่าต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม” นายเจตน์ กล่าว