
อดิศรขู่จนท.เฝ้าตึกสูงเกิดเหตุกับแดงระวังตึกข้างๆ
"อดิศร "เตือนจนท.เฝ้าตึกสูงชี้เกิดอะไรกับคนเสื้อแดง ให้ระวังตึกข้างๆ ให้ดี แถมขู่ "อัศวิน" กลับ เสื้อแดงเป็นรบ.เตรียมลาเก้าอี้ได้เลย "อดีตเลขาฯทรท."เข้ารายงานตัวต่อศอฉ.แล้ว เจ้าตัวระบุไม่มีเงินมากไปส่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้เสื้อแดง แทงกั๊กตัวกลางประสานนปช.
(18เม.ย.) ที่ราชประสงค์ เมื่อเวลา 15.00 น. นายอดิศร เพียงเกษ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์พีเพิลเชนแนล ได้ขึ้นปราศรัยบนเวที โดยได้เชิญชวนพี่น้องตามคลื่นวิทยุต่างๆ ที่ยังสามารถออกอากาศได้ ว่า ขอให้พี่น้องชาวต่างจังหวัดที่รับฟังการปราศรัยของตนอยู่ ให้รีบรวมตัวกันเดินทางมาที่กรุงเทพฯ โดยด่วน เพราะว่าเราจะมีการเป่านกหวีดในวันที่ 19 หรือ 20 เม.ย.นี้ เพื่อทวงหนี้ให้กับคนเสื้อแดง ทั้งกรณีเหตุการณ์สงกรานต์ปี 52 และเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 53 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามระหว่างการปราศรัยนายอดิศร ยังได้กล่าวท้าทายในคำสั่งของศอฉ . ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาประจำบริเวณตึกสูงนั้น โดยฝากเตือนว่า " หากเกิดอะไรกับคนเสื้อแดง ให้ระวังตึกข้างๆ ไว้ให้ดี อะไรจะเกิดขึ้นยังไม่ทราบ "
นอกจากนี้อยากฝากถึง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.ภ.2 ว่าหากคนเสื้อแดงได้เป็นรัฐบาลเมื่อใด พล.ต.ท.อัศวิน จะต้องโดนปลดทันที แต่ตนขอประกาศไว้ ณ ที่นี้เลยว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมือง และจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และหากเสร็จภารกิจแล้วตนจะไปบวชเพื่ออุทิศให้กับวีรชนผู้เสียชีวิต
พท.จี้ศอฉ.แจงข้อหาออกหมายเรียกปชช.รายงานตัว
เมื่อเวลา 15.00 น.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยและนายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจ จากผู้ที่ถูก ศอฉ.ออกหมายเรียกให้มารายงานตัวกับ ศอฉ.9 คนคือพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก นายสุรศักดิ์ เหลือประไพกิจ นายชานุ ไชยะ นายพรชัย ก่อวัฒนมงคล นายพงษ์อัมพร บรรดาศักดิ์ นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ นายพีระ พริ้งกลางและนายชัยวุฒิ จริยวิโรจน์สกุล เดินทางมากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์เพื่อยื่นหนังสือสอบถามเหตุผลและข้อสงสัยที่ ศอฉ.ต้องการเรียกบุคคลทั้ง 9 คน มาชี้แจง
"อดีตเลขาฯทรท."เข้ารายงานตัวต่อศอฉ.แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศอฉ.ว่าในช่วงบ่ายวันนี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย จะเดินทางมาที่ ร. 11 รอ. เพื่อรายงานตัวต่อศอฉ. ตามหมายเรียกของศอฉ. ต่อมาเวลา 14.30 น.นายพงษ์ศักดิ์และทนายความเดินทางด้วยรถตู้โฟล์กสีน้ำเงิน ทะเบียน ฮฉ 888 กทม.มาถึงศอฉ. โดยนายพงษ์ศักดิ์ได้เเตรียมเอกสารข้อมูลการประกอบธุรกิจ ตารางการเดินทางเข้าออกต่างประเทศมาด้วย
นายพงษ์ศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวว่า ก่อนหน้าที่ตนได้อยู่ต่างประเทศ เพิ่งกลับมาเมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย.นี้ และได้รับการประสานจากศอฉ.ทราบว่าได้ส่งหมายเรียกไป ที่บ้านตนสองครั้ง ตนจึงตัดสินใจยกเลิกที่เที่ยวบินที่จะเดินทางไปเที่ยวที่อเมริกา และได้เดินทางมารายงานตัวและตอบข้อสักถามต่างๆ
เมื่อถามว่า การเรียกตัวครั้งนี้มีการเชื่อมโยงใดๆกับการชุมนุมของนปช.หรือไม่ นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองก็ยังงง เพราะตนไม่มีบทบาททั้งกับคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยมาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนเรื่องตัวอักษรย่อ พ.ที่มีการเปิดเผยว่าส่งท่อน้ำเลี้ยงนั้น คงไม่จริงหรอก เพราะต้องเคารพว่าคนเสื้อแดงมีทุนเป็นของตัวเอง คนที่จะมีเงินมากเพื่อแจกจ่ายให้คนเสื้อแดงนั้น ตนไม่มีเงินมากขนาดนั้น ซึ่งทางราชการก็คงได้มีการตรวจสอบ
เมื่อถามว่าอาจจะเป็นมีข่าวว่ารับเงินมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนำมาจ่ายให้คนเสื้อแดง นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ไม่จริง ตนเองได้ด้วยความดีความมีกตัญญู ตนไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณทุกครั้งก็ซื้ออาหารไทยไปเยี่ยม ไปตีกอล์ฟแล้วก็กลับ ไม่มีทำกิจกรรมอย่างอื่น และช่วงหลายปีที่ผ่านมาตนก็อยู่แต่ต่างประเทศ ส่วนเหตุการณ์ในเมืองไทยวันนี้ ตนก็สงสารประชาชนคนไทย เห็นใจคนเสื้อแดงในการต่อสู้ เพราะพวกเขามีอุดมการณ์พอสมควรที่สู้เพื่อความยุติธรรม
เมื่อถามว่าการรายงานตัวครั้งนี้จะมีการเจรจาเพื่อหาทางออกหรือไม่ นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การเจรจานั้นตนไม่แน่ในว่าตนจะเป็นตัวแทนได้หรือ เพราะตนเองก็ไม่มีบทบาทกับคนเสื้อแดง และกับทางพรรคเพื่อไทยมานาน ซึ่งคนคุยก็ต้องมีน้ำหนัก ตนต้องเข้าคุยก่อนถึงจะบอกได้
“ วันนี้ ผมไม่หนักใจ มั่นใจในสิ่งที่ทำมาตลอด และในศอฉ.ผมไม่ได้ติดต่อใคร ก็มีเพียงติดต่อเจ้าหน้าที่ว่าเราจะมาเข้าชี้แจงวันนี้ ส่วนความปลอดภัยนั้นผมไม่ห่วง ทหารเป็นรั้วของชาติ คงไม่ทำอะไรผมที่ไม่มีอาวุธ ” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับการเข้ารายงานตัวของนายพงษ์ศักดิ์ต่อศอฉ.ในวันนี้ เนื่องจากได้รับหมายเรียกจากศอฉ. โดยระหว่างที่คนสนิทของนายพงษ์ศักดิ์ ทราบว่านายพงษ์ศักดิ์ได้รับหมายเรียกให้เข้ารายงานตัวนั้น นายพงษ์ศักดิ์ ยังอยู่ที่ฮ่องกง และมีกำหนดการจะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 19 เม. ย. แต่เมื่อได้รับทราบเหตุผลจากศอฉ. ที่ต้องเรียกเข้ามารายงาน เพื่อต้องการเจรจาหาทางออกกับสถานการณ์ โดยศอฉ.ได้ให้เหตุผลว่าที่ต้องเจาะจงเป็นนายพงษ์ศักดิ์นั้น เพราะคิดว่านายพงษ์ศักดิ์ เป็นสายตรงของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเมื่อทราบอย่างนี้นายพงษ์ศักดิ์ก็คิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร นอกจากนี้ศอฉ.คงต้องมีการถามถึงเรื่องเงินทุนต่างๆ ก็ต้องชี้แจงไปข้อเท็จจริง
"ศุภชัย"แทงกั๊กศอฉ.ขอปืนลูกซองจากมท.ระบุ"ชวรัตน์"ไม่รู้เรื่อง
นายศุภชัย ใจสมุทร โษฏกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มนปช. ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยเรียกเก็บปืนลูกซองจากอาสาสมัครรักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในส่วนของจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว จำนวน 3 พันกระบอก และนำไปเก็บไว้ที่สำนักทะเบียนราษฎร์ สนามม้านางเลิ้ง โดยระบุว่าเป็นการเตรียมการเพื่อสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ นั้น ว่า ในฐานะที่ตนโฆษกกระทรวงมหาดไทย ขอชี้แจงว่า ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศอฉ.มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ศอฉ.อยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นถ้า ศอฉ.จะใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในการขอการสนับสนุนกำลังคน หรือทรัพย์สินทางราชการก็สามารถทำได้อยู่แล้ว และเป็นอำนาจของศอฉ.ในการสั่งการได้ เรื่องของวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ตนไม่ทราบ แต่น่าจะมีการขอกันจริง แต่ไม่เกี่ยวกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเรื่องที่ทางศอฉ.ดำเนินการผ่านทางคณะกรรมการศอฉ. ตนยืนยันไม่ได้เป็นการสั่งการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
“ถ้ากระทรวงมหาดไทยมีการส่งมอบอาวุธ ก็เป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมายสามารถทำได้อยู่แล้ว นายจตุพรไม่ควรมาพูดแบบอัธพาล ข่ม ขู่แบบนี้ มันเป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ ไม่เกี่ยวกับนายจตุพร อย่าพูดจาสามหาว และความจริงในกองทัพก็มีอาวุธร้ายแรงอยู่มาก ซึ่งปืนลูกซองไม่ได้ร้ายแรงอะไร และก็เป็นการขอมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมหาดไทยมีปืนลูกซองเป็นแสนกระบอก” นายศุภชัย กล่าว



