
นักธุรกิจค้านแดงจ่อปิดสีลมเตรียมถกเคลื่อนโต้
ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ หอการค้าไทย ระบุ หากเสื้อแดงชุมนุมยืดเยื้อถึง15 พฤษภาคม ความเสียหายจะอยู่ที่ 5-7 หมื่นล้านบาท ทำเนียบรัฐบาลเปิดทำการพรุ่งนี้(19) แต่ยังไม่มีการประสานมาว่า จะใช้เป็นสถานที่ประชุม ครม. อังคารนี้หรือไม่
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า หากเสื้อแดงตั้งจุดชุมนุมที่ ถ.สีลม อีกจุดหนึ่ง คงเป็นเพราะเห็นว่าการชุมนุมย่านธุรกิจสามารถกดดันรัฐบาลได้มาก โดยจุดแยกราชประสงค์เป็นแหล่งการค้าช็อปปิ้ง ขณะที่ ถ.สีลม เป็นแหล่งธุรกิจ ห้างร้าน บริษัท โรงแรม และธนาคาร ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นักลงทุน
โดยจะมีผลกระทบต่อการเจรจาธุรกิจการค้า การเดินทาง สำหรับความเสียหายที่เป็นตัวเลขยังไม่ขอประเมิน ส่วนตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมที่คาดว่ายืดเยื้อถึง 2 เดือน จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ที่แกนนำจะไปมอบตัวนั้น คาดว่ามีประมาณ 50,000-70,000 ล้านบาท ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไม่มีเหตุการณ์ปะทะรุนแรงเพิ่มเติม
ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังกล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จัดประชุมใหญ่เพื่อตรวจสอบกำลังพลและเตรียมเคลื่อนไหวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเคลื่อนไหวลักษณะใด สถานการณ์ยังไม่น่ากังวล แต่รัฐบาลต้องระมัดระวัง ติดตามการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เพราะมีความสุ่มเสี่ยงที่แต่ละกลุ่มจะปะทะกันได้
นักธุรกิจค้านแดงจ่อปิดสีลมเตรียมถกเคลื่อนโต้
นายพรศักดิ์ ลิ้มบุญยประเสริฐ เลขาธิการชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ขอคัดค้านการที่ นปช. ที่จะขยายพื้นที่การชุมนุมมาอยู่บริเวณ ถ.สีลม เพราะจะทำให้ระบบธุรกิจเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งเข้าใจว่า กลุ่มคนเสื้อแดงหาแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ควรจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดชุมนุม
อย่างไรก็ตาม ทางชมรมจะมีการประชุมกันเพื่อกำหนดการเคลื่อนไหว โดยคาดว่า น่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากเห็นว่า ภาคธุรกิจมีความเสียหายไปแล้วอย่างมาก ซึ่งแม้ว่าธุรกิจส่งออกอาจไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ธุรกิจบริการการท่องเที่ยวหนัก ยอดนักท่องเที่ยวหายไป ธุรกิจรายย่อยได้รับผลกระทบมาก ห้างสรรพสินค้า ไม่สมารถเปิดให้บริการได้ ลูกจ้างร้านต่างๆ ไม่มีงานทำ ทำให้เกิดความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยสันติ แยกคนดีออกและคนจัดการกับกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างเด็ดขาด
ทำเนียบฯเปิดทำการพรุ่งนี้(19)ยังไม่มีการประสานประชุมครม.
นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า หลังกลุ่มคนเสื้อแดงคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ได้เข้าไปสำรวจความเสียหายบริเวณรอบทำเนียบฯ โดยเฉพาะกรณีมีการปาระเบิดเอ็ม 79 เข้าไป 2 จุดโดยจุดแรกคือตึกนารีสโมสร แต่ไม่ระเบิด ส่วนอีกจุดคือดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเสียหายเล็กน้อย
จากสะเก็ดระเบิด ทำให้ปูนแตก
ทั้งนี้ ทำเนียบรัฐบาลจะเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนเป็นต้นไป โดยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยภายในทำเนียบฯ จะกลับมาทำงานตามปกติ เนื่องจากสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย แต่ในส่วนของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรียังไม่มีการประสานมาว่า จะเดินทางเข้ามาทำงานที่ทำเนียบฯ หรือไม่
ผู้อำนวยการสำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย กล่าวด้วยว่า ยังมีความจำเป็นที่ต้องคงกำลังเจ้าหน้าที่ทหารคอยอารักขาความปลอดภัยบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลไว้ แต่จะลดจำนวนลงครึ่งหนึ่งจากเดิมที่มีกองกำลังอยู่ประมาณ 20 กองร้อย อีกทั้งจะคงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเช่นเดิม เพราะยังอยู่ในช่วงของการประกาศพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมาว่าจะใช้ทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 20 เมษายนหรือไม่ แต่ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว



