
กิเลนถล่ม5-1ยึดจ่าฝูงไทยลีกเศร้าชานนท์ลาโลกแล้ว
แข้ง กิเลนผยอง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ฟอร์มโหดเปิดบ้านถล่ม แบงค็อก ยูไนเต็ด 5-1 ทำสถิติชนะ 4 นัดรวดยึดตำแหน่งจ่าฝูงลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีกสำเร็จ ขณะที่ อินทรีเพื่อนตำรวจ พ่าย บีอีซี เทโรศาสน 1-2 จมรองบ๊วย ด้าน บุรีรัมย์-พีอีเอ ทำได้แค่เจ๊า ทีโอที แคท 0-0 ส่
การแข่งขันฟุตบอล “สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2010” เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา เกมคู่สำคัญอยู่ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูงที่ชนะมา 3 นัดรวดมี 9 แต้มเต็มเปิดบ้านพบ “เด็กเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เตะมา 2 นัดมี 4 แต้มอยู่อันดับ 9 หากเกมนี้ “เจ้าถิ่น” คว้า 3 คะแนนได้สำเร็จจะขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงแทนชลบุรี ที่จะลงเตะวันอาทิตย์ทันที
เขี่ยบอลเล่นมาแค่ 9 นาที ปิยะชาติ ถามะพันธ์ เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาให้ ดักโน เซียก้า ขึ้นโขกบอลตัดหน้า วีระ เกิดพุดซา นายทวารทีมเยือนที่ออกมาไม่ถึงบอล ลูกพุ่งตุงตาข่ายให้เมืองทองฯ ออกนำ 1-0 ถัดไปนาที 31 วีระ เกิดพุดซา ตัดบอลพลาดโดน ธีรศิลป์ แดงดา ยิงง่ายๆ ในระยะเผาขนให้ “กิเลน” นำ 2-0 ช่วงทดเวลาครึ่งแรกนาที 47 ดักโน เซียก้า มายิงอีก 1 ลูกให้เมืองทองฯ นำห่าง 3-0 พร้อมกับขึ้นไปนำดาวซัลโวสูงสุด 5 ประตู ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังนาที 58 แผงหลังทีมเยือนเคลียร์ไม่ดีลูกตกไปเข้าทาง ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ซัดเต็มข้อในเขตโทษตูมเดียวไม่เหลือซากบวกสกอร์เป็น 4-0 แต่ทีมเยือนยังไม่ยอมแพ้นาที 72 ซารีฟ สายนุ้ย ผ่านบอลจากกราบขวาให้ ปารเมศ นาคขุนทด ตัวสำรองที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาวิ่งเข้าซัดเสียบสามเหลี่ยมแบบสุดสวยตีไข่แตกเป็น 1-4 แต่ท้ายเกมนาที 89 คริสเตียน คัวคู ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงปิดท้ายให้เมืองทองฯ ชนะ 5-1 ทำสถิติชนะ 4 นัดรวดมี 12 แต้มขึ้นนำจ่าฝูงทันที
ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต “โปลิศ” อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมรองบ๊วยที่ 4 นัดยังไม่ชนะใครพบ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 7 เริ่มเกมแค่ 3 ชาคริต บัวทอง หลุดไปถึงเส้นหลังในกรอบด้านขวาตวัดเข้ามาเสาแรก เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน นายทวารเจ้าถิ่นรับบอลหลุดมือปลิ้นมาหน้าประตู อานนท์ สังสระน้อย พุ่งเข้าชาร์จทำให้ สุรชาติ สารีพิมพ์ แบ็กขวาเจ้าบ้านดีดสกัดบอลลอยชนหน้าตัวเองเข้าประตู 1-0 และเป็นสกอร์เดียวในครึ่งแรก
ครึ่งหลังเล่นมาถึงนาทีที่ 64 ชาคริต บัวทอง เปิดเตะมุมด้าขวา มาริโอ เนโต้ ทะยานมาเขกตัดหน้า เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน เข้าไปตุงข่ายให้ทีมเยือนนำห่าง 2-0 เกมทำท่าจะปิดกล่องกระทั่งเหลือ 9 นาทีสุดท้ายจากเตะมุมด้านขวา สุรพงษ์ ธรรมวงศา เปิดไปหน้าประตูบอลหลุดไปถึง ณรงค์ชัย วชิรบาล ยิงด้วยขวาตูมเดียวพุ่งเสียบสามเหลี่ยม ตีไข่แตกเป็น 1-2 แต่ก็ทำได้แค่นั้น จบเกม บีอีซี เทโรศาสน บุกชนะ 2-1 ทำให้อินทรีเพื่อนตำรวจยังสถานการณ์ย่ำแย่แพ้ 3 นัดรวด ไม่ชนะใครต่อไป
ที่ไอโมบาย สเตเดี้ยม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์-พีอีเอ ที่เพิ่งเตะไป 2 นัดมี 4 แต้มอยู่อันดับ 7 พบ “วิหคเพลิง” ทีโอที แคท ทีมอันดับ 4 ที่เตะไป 3 นัดยังไม่แพ้ใคร เกมนี้เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายบุกกดดันอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถเจาะเกมรับของทีมเยือนไปได้ ครบ 90 นาทีเสมอกันไป 0-0 แบ่งกันทีมละ 1 แต้มและทำให้อันดับของทั้งสองทีมยังไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนเกมระหว่าง “ปลาทูคะนอง” เอสซีจี สมุทรสงคราม กับ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากเจอพิษฝนหลงฤดูเล่นงานจนสภาพสนามเต็มไปด้วยน้ำท่วมขัง แม้จะพยายามนำเครื่องสูบมาไล่น้ำที่ขังออก แต่พื้นสนามยังคงเละทำให้ สัมพันธ์ คำคม ผู้ควบคุมการแข่งขันตัดสินใจยกเลิก โดยบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด จะกำหนดวันแข่งขันในภายหลังคาดว่าจะเป็นในเดือนพฤษภาคม
ส่วนเกมประจำวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายนนี้ มีเตะทั้งหมด 3 คู่ เกมคู่สำคัญอยู่ที่สนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี "ฉลามชล" ชลบุรี ทีมนำจ่าฝูงที่ชนะมา 3 นัดรวดมี 9 แต้มเต็มต้อนรับการมาเยือนของ "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เมืองไทย ทีมน้องใหม่ในลีกสูงสุดที่เตะมา 4 นัดยังไม่ชนะใครมี 2 แต้มอันดับ 14 เกมเริ่มเตะเวลา 18.00 น. สยามกีฬาทีวี "เอ็นบีที 19" ถ่ายทอดสด
ชลบุรีต้องการชัยชนะนัดนี้เพื่อทำแต้มเบียด เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ยังคงยึดนักเตะตัวหลักชุดเดิม ในแนวรับยกชุดนักเตะทีมชาติไทยมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ชลทิตย์ จันทคาม, สุทธินันท์ พุกหอม, สุรีย์ สุขะ, ณัฐพงษ์ สมณะ ตรงกลางมี เทิดศักดิ์ ใจมั่น ที่ฟอร์มกำลังฮอตยิงไป 4 ประตูจาก 3 นัดทำหน้าที่เพลย์เมกเกอร์ร่วมกับดาวรุ่งอย่าง ภูริฑิต จาริกานนท์ ตรงริมเส้นมี เอกพันธ์ อินทเสน กับ อาทิตย์ สุนทรพิธ เป็นตัวรุก ขณะที่คู่กองหน้า พิภพ อ่อนโม้ จับคู่กับ ไมเคิล เบิร์น นอกจากนี้นัดนี้ยังได้ลุ้น ภานุวัฒน์ จินตะ มิดฟิลด์ทีมซีเกมส์ลงไปเป็นทีเด็ดด้วย
ด้าน "กูปรีอันตราย" ของโค้ชชาวเกาหลีใต้ คิม เกียง จู มีปัญหา วาคซิค จูเนียร์ ดาวยิงชาวแซมบ้าติดโทษแบน เกมนี้ ปิยะวัฒน์ ทองแม้น อดีตกองหน้าทีมชาติไทยน่าจะจับคู่กับ ลี จอง ยอง กองหน้าชาวโสมขาว ขณะที่แนวรับ นครินทร์ ฟูปลูก บัญชาการเกมกับ กิลสัน ดีอาส และปรัชญา หงส์อินทร์ ตรงกลางมี เทวา ศรีธรรมนุสาร ทำเกมร่วมกับนักเตะต่างชาติทั้ง วิคตอร์ อมาโร, อบาการ์ มุสซา โดยมี ไพโรจน์ อนันตณรงค์ คอยเป็นทีเด็ด
โปรแกรมคู่อื่น "บีจี" บางกอกกล๊าส ที่พ่ายมา 2 นัดรวดอยู่อันดับ 11 พบ "กงจักรพิฆาต" ทหารบก ทีมบ๊วยที่เตะมา 4 นัดยังไม่ชนะใครที่ลีโอ สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น. นัดนี้ "บีจี" จะได้ อนนท์ บุญสุโข และศุภชัย คมศิลป์ พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวจริง โดยมีนักเตะต่างชาติอย่าง เนย์ ฟาบิโน โอลิเวียรา และพอล เบคอมโบ เอคโคโล เป็นทีเด็ดในเกมรุก ส่วนทหารบกตัวผู้เล่นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม ต้องรับบทหนักในเกมรับ และจักรพงษ์ สมบูรณ์ ทำเกมบุก ส่วน เรวัต มีเรียน และธาตรี สีหา เป็นกองหน้าความหวัง
"สิงห์เหนือ" ทีทีเอ็ม พิจิตร ทีมอันดับ 6 พบ "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิจิตร เวลา 16.00 น. เจ้าถิ่นน่าจะได้ พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี หายเจ็บกลับมาคุมแดนหลัง และเจษฎา บุญเรืองรอด กลับมาทำเกมแดนกลางร่วมกับ โรแลนด์ วาร์กาส โดยมี โคเน อดามา เป็นกองหน้า ด้านพัทยาต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของ สันติ ไชยเผือก, ปฏิพน เพชรวิเศษ และริชาร์ด แลงลีย์ ว่าหายทันหรือไม่ แต่คู่กองหน้า ธนา ชะนะบุตร กับ ลูโดวิค ทาคาม ยังลงล่าตาข่ายได้เหมือนเดิม
ส่วนผลการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 เมื่อวันที่ 17 เมษายน ดังนี้ จันทบุรี เสมอ นครปฐม 1-1, สุวรรณภูมิ ศุลกากร ชนะ สงขลา 1-0, อาร์แบคมิตรภาพ ชนะ สุพรรณบุรี 1-0, เชียงราย ยูไนเต็ด แพ้ ขอนแก่น 1-3
เศร้าชานนท์ลาโลกแล้ว
ด้านอาการของ ชานนท์ วงษ์อารีย์ กองหลังฝีเท้าดีของ "วิหคเพลิง" ทีโอที แคท ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนตัวพลิกคว่ำเนื่องจากหลับในระหว่างเดินทางกลับจากอ่างทองเข้าที่พักในย่านรังสิต คลองหก ช่วงวันสงกรานณ์ ซึ่งมีการส่งตัวเข้ารับการผ่าตัดอาการกะโหลกร้าวสมองบวม ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ต่อด้วยการนอนพักฟื้นและรอดูอาการในห้องไอซียู แต่ล่าสุด ชานนท์ ได้เสียชีวิตไปอย่างสงบแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งสโมสรทีโอที แคท จะช่วยเหลือทางครอบครับของชานนท์ในเรื่องต่างๆ ต่อไป



