
แกนนำผวาจับ...หลับหลังเวทีแทนห้อง'สวีท'
ไม่ว่าความผิดพลาดในปฏิบัติการที่ดูเหมือนจะจู่โจมล้อมจับ 4 แกนนำเสื้อแดง ณ โรงแรมเอสซี ปาร์ค ย่านทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพฯ เมื่อเช้าวันที่ 16 เมษายน 2553 จะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตามแต่
ณ วันนี้ได้ส่งผลอย่างน้อยก็ทำให้บรรดาแกนนำที่เหลือตื่นตัวและเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมากนัก หากจะบุ่มบ่ามตัดสินใจทำอะไรลงไปอีกในอนาคตข้างหน้า ?!!
ถึงแม้ว่า "จตุพร พรหมพันธุ์" กับ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" 2 แกนนำหลักจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นไปพูดแซวบนเวทีสี่แยกราชประสงค์ด้วยอารมณ์ขำๆ ว่าจะดำเนินคดีกับ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, พายัพ ปั้นเกตุ และ เจ๋ง ดอกจิก ฐานหลับประมาทให้ตำรวจตรวจจับที่อยู่ได้
แต่วันนี้บรรดาแกนนำทั้งหมดก็เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น ชนิดประมาทไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
มีการเพิ่มการ์ดเสื้อแดงมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหลังเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ และเดินตรวจตราดูแลรอบๆ บริเวณที่ชุมนุม
ขณะเดียวกันการปลีกตัวแยกออกไปเดี่ยวๆ หรือกลุ่มก้อนเล็กๆ อย่างชะล่าใจตามที่เคยเป็น ถึงวันนี้พวกเขาเลือกที่จะจับกลุ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่อยู่บริเวณหลังเวทีปราศรัย
คืนวันเดียวกันกับปฏิบัติการโจ๊กจับแกนนำ ณัฐวุฒิที่ดูผ่อนคลายสบายๆ เมื่ออยู่บนเวที มาคืนนี้เขาเลือกที่จะหลบลงมานอนด้านหลังเวที รวมกับแกนนำคนอื่นๆ อย่าง นพ.เหวง โตจิราการ และอีกหลายคน จากเดิมที่หลับนอนอยู่บนเวที
สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากบนเวทีสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ประกอบกับกลางดึกคืนเดียวกันนี้มีผู้ชุมนุมหลายคนสังเกตเห็นชาย 2 คน อยู่บนที่สูงส่องกล้องลงมาเบื้องล่าง โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ เลยพากันคิดไปต่างๆ นานา
ทั้งนี้ เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมาระหว่างที่แกนนำรวมกลุ่มกันอยู่หลังเวที จะมีก็แต่ "วีระ มุสิกพงศ์" กับ "ดารุณี กฤตบุญญาลัย" เท่านั้น ที่เมื่อลงจากเวทีปราศรัยก็ปลีกตัวออกไปจากจุดชุมนุมทันที โดยชุดสืบสวนไม่ทราบจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด
เมื่อแกนนำคนสำคัญเกือบทั้งหมดพักอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์หลังเวทีปราศรัย จึงต้องเพิ่มมาตรการป้องกันมากขึ้น มีการวางกำลังการ์ดคอยรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเป็น 20 กว่าคน
แตกต่างจากช่วงสถานการณ์ปกติจะมีเพียง 10 กว่าคนเท่านั้น !?!
ก่อนหน้านี้ข้อมูลด้านการข่าวของชุดสืบสวนที่ตามประกบบรรดาแกนนำเสื้อแดง พบว่าแกนนำจะหลบไปพักผ่อนในโรงแรมไม่กี่แห่งเท่านั้น โดยระหว่างการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศก็เลือกโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงเป็นที่หลับนอน
เมื่อย้ายมาอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ก็ย้ายมาพักนอนที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ที่เดียวกับ 4 แกนนำถูกจู่โจมหมายจับกุม
อย่างไรก็ดี อีกมาตรการหนึ่งที่ดูเหมือนว่าบรรดาแกนนำจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ หากไม่มีความจำเป็นแล้วก็จะไม่ออกไปไหนตามลำพัง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่สามารถทยอยออกไปไหนก็ได้ค่อนข้างเสรี โดยมีการ์ดคอยตามประกบบ้างพอสมควร
แต่หลังเกิดเหตุการณ์กับ 4 แกนนำ ดูเหมือนพวกเขาจะตระหนักและให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยมากกว่าเดิม
ไม่เว้นแม้แต่กลยุทธ์การปราศรัยก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
เดิมทีแกนนำหลักๆ เช่น วีระ จตุพร ณัฐวุฒิ มักจะขึ้นเวทีปราศรัยช่วงหัวค่ำ แต่เย็นวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา เขาเปลี่ยนไปขึ้นเวทีในช่วงดึก แล้วให้บรรดาแกนนำระดับรองๆ ลงมาขึ้นปราศรัยช่วงหัวค่ำแทน
เจ้าหน้าที่มีการวิเคราะห์กันว่าอาจเป็นเพราะช่วงหัวค่ำคนไม่ค่อยเยอะ พอผู้ชุมนุมเริ่มทยอยมาช่วงดึกๆ จึงให้แกนนำคนสำคัญขึ้นเวทีดึงมวลชนให้อยู่ร่วมชุมนุมต่อไปนานๆ
อย่างไรก็ตาม หลังแกนนำคนสำคัญปราศรัยเสร็จ บรรดาผู้ชุมนุมก็จะแยกย้ายกันไปนอนตามจุดต่างๆ จะมีเหลือแค่ไม่กี่คนจนดูบางตาเท่านั้น ที่ยังปักหลักฟังคำปราศรัยอยู่หน้าเวที
ปฏิบัติการที่ล้มเหลวเมื่อตอนเช้าวันเดียวกันนี้ ยังส่งผลตรงไปถึงชุดสืบสวนในม็อบด้วย คือ ประมาณตีสามใกล้รุ่งสาง ชุดสืบสวนที่เฝ้าประกบแกนนำแต่ละชุดได้รับคำสั่งตรงจากผู้บังคับบัญชา ให้ถอนกำลังออกจากบริเวณจุดชุมนุม
หนึ่งคือมีกระแสข่าวหนาหูเกี่ยวกับความผิดปกติบางประการ สองคือเพื่อนำข้อมูลการปฏิบัติงานทั้งหมด มาวิเคราะห์และประเมินผล หาข้อบกพร่อง
ตลอดจนรอดูท่าทีและคำสั่งของผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) คนใหม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อช่วงหัวค่ำวันเดียวกันนี้



