
กระทิงสาวลงเขากินหญ้าตร.หวั่นทำร้ายชาวบ้านยิงตาย
กระทิงสาวลงจากเขามาหากินข้างวัด ที่เพชรบูรณ์ ชาวบ้านแห่ดู ตำรวจหวั่นกระทิงทำร้ายชาวบ้าน ชักปืนยิงตายคาที่ หัวหน้าอุทยานฯ ทราบเรื่องรีบนำซากกระทิงเข้าแจ้งความเอาเรื่องตำรวจในข้อหาฆ่าสัตว์ป่า
เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายสุชาติ วทนะกาญน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง พร้อมด้วย นายสมภาร จิตนันทน์ ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานนำซากกระทิง เพศเมียอายุ 8 ปี น้ำหนัก 800 กก. ที่ถูกตำรวจ สภ.ท่าพล ใช้อาวุธปืนยิงตาย ที่ข้างวัดเนินน้ำทิพย์ หมู่ 13 ต.นางั่ว อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สนอง กุลชอน พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อให้ดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายสุชาติ กล่าวว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 เมษายน ชาวบ้านเห็นกระทิงลงจากเขามาหากินที่ข้างวัดเนินน้ำทิพย์ ชาวบ้านส่วนหนึ่งเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงแจ้งตำรวจ สภ.ท่าพล ไปตรวจสอบ เมื่อตำรวจไปถึงมีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูกระทิงเดินหากินอยู่ข้างวัด พร้อมกับมีท่าทางว่าจะวิ่งเข้ามาทำร้ายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจกลัวว่ากระทิงจะไล่ขวิดชาวบ้านจึงใช้อาวุธปืนยิงกระทิงจนล้มลงกับที่ ทั้งๆ ที่ชาวบ้านพยายามห้ามปรามว่าไม่ให้ยิง
ต่อมาชุดหน่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาค้อ ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 เดินทางมาถึงก็พบว่ากระทิงพบว่าถูกตายแล้ว จึงนำซากมาที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเพื่อตรวจหาร่องรอยกระสุน พบหัวกระสุนทองแดง 4 หัว และหัวตะกั่ว 1 หัวจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้มาแจ้งความร้องทุกข์
นายสุชาติ กล่าวว่า ถึงแม้ตำรวจที่ยิงกระทิงจะอ้างว่ายิงเพื่อไม่ให้เข้ามาทำร้ายชาวบ้าน แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานว่ากระทิงไม่ได้ทำร้ายชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ต้องนำมาพิสูจน์กัน ทั้งนี้ การยิงหรือล่ากระทิงนั้นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ผู้กระทำความผิดมีโทษหนักเพราะกระทิงป่าเป็นสัตว์คุ้มครอง



