
ถึงเวลาทบทวน
ถ้าเป็นมืออาชีพจริง ไม่ว่าเจ้าของธุรกิจหรือมือปืนรับจ้าง ทันทีที่ก้าวผ่านไตรมาสที่หนึ่ง (ม.ค.-มี.ค. 53) ได้ไม่นาน จะมีงานเข้าอย่างน้อยหนึ่งอย่างให้ได้ขบคิด ทบทวนวางแผนกัน
เพื่อนฝูงผมเรียกเป็นการบ้านประจำเทอม ใครทำใครได้ มีแต่ประโยชน์ ยังหาโทษไม่เจอ
ที่ว่าอย่างนั้น เพราะผมถือเป็นนาทีทองที่เราจะได้ทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ดูยอดขาย กำไรขาดทุน ประเมินเทียบกับเป้าหมาย ใครที่ทำสำเร็จแบบได้ตามเป้าหรือสูงกว่า ต้องชมว่าเก่งบวกเฮงสุดๆ
ส่วนใครที่พลาดท่าเสียทีให้คู่แข่ง หรือแพ้ภัยตัวเองทำไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เห็นทีต้องนั่งวิเคราะห์กันยกใหญ่ ไล่เรียงไปตั้งแต่ตัวเลขที่ตั้งไว้ เพราะอาจสูงเกินจริง จนถึงกลยุทธ์ที่ดำเนินการ มีความผิดพลาดตรงไหน? งบประมาณเป็นเหตุด้วยหรือไม่?
หรือแย่ที่สุด อาจเกิดจากความประมาทของตัวเอง ชิลๆ เกินเหตุ ประเมินคู่แข่งต่ำเกินไปก็ได้
แต่ยังไง ก็ไม่ต้องท้อ ขอให้มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน เหลืออีกตั้งเก้าเดือนเพื่อแก้ตัวใหม่ ผิดพลาดได้ ไม่ว่า ใครไม่ผิดสิแปลก แต่ที่สุดต้องเรียนรู้ พร้อมจะแก้ตัว แก้ไข ปรับปรุงให้ดีขึ้น
พูดถึงเรื่อง “การทบทวน” เอากันจริงๆ สามารถประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่นๆ ด้วย ไม่เฉพาะแค่เรื่องงานเท่านั้น ขอบข่ายของคำนี้กินความได้กว้าง สุดแต่จินตนาการและเป้าประสงค์ของแต่ละคน
อย่างผมเอง ยังใช้เวลาเดียวกันทบทวนจุดหมายที่เซตไว้แต่ต้นปี ผมตั้งใจจะทำบุญให้มากขึ้น มีโอกาสไปนั่งสมาธิ วิปัสสนาชำระจิตให้ผ่องใส
ผ่านไปสามเดือน เรารู้ว่า เราทำน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะ ครั้นจะโยนบาปว่าไม่มีเวลา ก็คงกระดากปากเกินไป ผมยอมรับว่า เราขยันในเรื่องนี้น้อยไปหน่อย และให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ แทน
เพื่อนผมตั้งเป้าว่าสามเดือนแรก จะกตัญญูมากขึ้น ให้เวลากับพ่อแม่ พาไปเที่ยวบ้าง เข้าวัดบ้าง กินข้าวนอกบ้านบ้าง หลังจากที่ละเลยมานาน เพราะงานที่ออฟฟิศเยอะมาก จัดการไม่ลงตัว
พอโทรคุย จึงรู้ว่าหมอนี่ทำสำเร็จ ตอบโจทย์เต็มๆ พ่อแม่เป็นสุข ลูกอย่างเขาก็ตื้นตันที่ได้มีโอกาสทำดีต่อพระอรหันต์ที่บ้านเหมือนอย่างเคย
ในเรื่องเงินๆ ทองๆ ผมว่าเวลานี้คือโอกาสเหมาะที่จะได้ทบทวนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการออมเงินของตัวเองด้วย จะได้รู้ไปเลยว่าสามเดือนที่ผ่านมา เราพลาดท่าเสียทีไปแค่ไหน
เป็นการเอาความจริงมาตีแผ่ ถ้าไม่หลอกตัวเองจะได้รู้ว่าใช้เกินตัว เกินรายได้ที่หามาหรือเปล่า? คงแย่น่าดูถ้ารู้ว่าที่ควรจะเก็บไม่ได้ทำ แถมยังเบียดบังเงินในกระปุกที่ตั้งใจจะใช้ตอนปลายชีวิตด้วย
แค่นี้ยังไม่พอ “การทบทวน” ที่ดียังรวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุของความผิดพลาดด้วยว่าเกิดจากจุดไหน? อะไรเป็นผล อะไรคือต้นเหตุ? รวมไปถึงแผนการรับมือ ปรับตัวในอีกเก้าเดือนข้างหน้า
ขณะที่บางคนอดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้ว่าสามเดือนแรกก็สามารถบรรลุเป้าหมาย เก็บสตุ้งสตางค์ได้แล้ว ผมยินดีด้วย นายแน่มาก
แต่ระวังไว้สักนิด อย่าใด้นิ่งนอนใจนะครับ ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน อะไรจะเกิดในอีกเก้าเดือนเราไม่รู้ ทำสำเร็จคือเรื่องหนึ่ง แต่การประคองให้สำเร็จตลอดรอดฝั่ง ดูจะเป็นเรื่องท้าทายกว่า
ทิ้งท้ายก่อนจากกัน สำหรับคนที่ไม่เคยตั้งเป้าหมาย และไม่ได้ทบทวน ให้เริ่มต้นครั้งนี้ดูก็ได้ เมื่อผ่านไตรมาสสอง ลองเอาเรื่องนี้มาอ่านอีกครั้ง แล้วจะเข้าใจความหมายลึกซึ้งขึ้นครับ...
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



