ข่าว

ลับๆ บ้านพระอาทิตย์

ลับๆ บ้านพระอาทิตย์

18 เม.ย. 2553

ตกอยู่ใน “กระแสรอง” มานานสำหรับ “เสื้อเหลือง” ระหว่างที่ “เสื้อแดง” แผลงฤทธิ์อยู่ใจกลางเมืองหลวง 5 แกนนำกระสับกระส่าย หวั่นใจรัฐบาลจะพ่ายแพ้แก่ “ขบวนการทักษิณ” ส่ง “มือประสานสิบทิศ”ไปติวเข้มแผนรับมือม็อบให้ “วอร์รูมรัฐบาล” อยู่เป็นระยะ

 “มือประสาน” ที่ถูกส่งไปช่วยกู้สถานการณ์รัฐบาล ออกจากวอร์รูมแล้วบ่นอุบ

 “ปชป.หน่อมแน้มเหลือเกิน คุณสุเทพก็เล่นการเมืองมากไป สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็อ่อนหัดไม่ใช้สื่อตีโต้เสื้อแดง สุดท้ายก็ตกเป็นฝ่ายรับในเกมของเสื้อแดงตลอด”

 หลังเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน ดูท่ารัฐบาลจะเอาไม่อยู่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ชักจะอยู่เฉยไม่ได้ เปิดบ้านพระอาทิตย์เชิญแกนนำรุ่น 1 รุ่น 2 ถกเครียดถึงสถานการณ์บ้านเมือง แกนนำทั้ง 10 คน วิเคราะห์ตรงกันว่าวันนี้คู่กรณีของประเทศไม่ใช่เสื้อแดงกับรัฐบาล แต่เป็นกลุ่มที่พยายามทำลายความมั่นคงของชาติ กับคนไทยทั้งประเทศ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็เห็นด้วยกับโจทย์การเมืองแบบนี้

 วงประชุมได้ข้อสรุปว่า จุดที่ชี้ขาดว่าจะชนะเสื้อแดงได้ไม่ใช่รัฐบาล แต่เป็นกระแสของประชาชนทั้งประเทศ ฐานความคิดนี้เองเป็นที่มาของการเรียกระดมแกนนำเหลืองมาพบกันวันที่ 18 เมษายน

 ว่ากันว่า วงคุยผู้นำสูงสุดสีเหลืองพูดถึง “ทักษิณ” น้อยมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่าคนคนนี้เคยเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของพันธมิตรฯ โดยเฉพาะ “สนธิ” มองข้ามไปไกลแล้ว บอกกับที่ประชุมว่า “ถึงทักษิณกลับมาก็ปกครองประเทศไม่ได้”

 การออกมาของพลังเหลืองจะกดดันพลังแดง นำไปสู่การคลี่คลายของสถานการณ์ หรือจะซ้ำเติมรอยแยกในสังคมให้บานปลายจนหาทางออกไม่ได้กันแน่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

ใครจะละเมิดสิทธิ

 หลังจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พยายามเป็นตัวกลางประสานรัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดง นปช. ได้เจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

 แถมเมื่อเกิดเหตุมีทหาร กลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บ - เสียชีวิต รวมช่างภาพชาวญี่ปุ่น สำนักข่าวต่างประเทศรอยเตอร์ส เสียชีวิตจากการปะทะที่รัฐบาลใช้กำลังทหาร-ตำรวจ เข้าประชิดผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเมื่อวันที่ 10 เมษายน วันนี้คณะกรรมการสิทธิฯ ก็เข้ามาอาสาเป็นตัวช่วยตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นอีกแรง หลังจากที่รัฐบาลและฝ่ายเสื้อแดง ต่างเผยแพร่คลิปภาพเหตุการณ์ว่ามีกลุ่มไอ้โม่ง เข้ามาจุดชนวน

 แต่ขณะนำผู้นำ 3 ศาสนามาแถลงความเห็นชี้ทางออกรัฐบาล - กลุ่มเสื้อแดง “อมรา พงศาพิชญ์" ประธาน กสม. และเหล่าคณะกรรมการ กสม. ถึงเกือบเสียขบวน เมื่อสื่อถามถึงเรื่องความเป็นกลางว่า มีวิธีอย่างไรจะแสดงให้เห็นว่า กสม. เป็นกลาง ไม่เอียงข้างเพราะมีผู้กล่าวหาว่า กสม. เป็นพวกรัฐบาล

 ซึ่งทั้ง ประธาน กสม. กรรมการ และ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการ กสม. ถึงกับช่วยกันกดไมค์สลับกันชี้แจง ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช หนึ่งใน กสม.ที่นั่งแถลงข่าวด้วย ต้องขยับแขนส่งสัญญาณผ่าน นพ.ชูชัย ที่นั่งติดกัน ให้ตัดบทไม่ให้กดไมค์ต่อบทสนทนาอีก

 แต่ไม่ทันจะปิดไมค์ ในนาทีสุดท้าย ประธาน กสม. จึงต้องจบคำถามเองว่า คงต้องให้ไปถามคนที่กล่าวหาแล้วที่ไม่เชื่อเรื่องความเป็นกลาง...งานนี้ก็จบด้วยดี ไม่มีปัญหา แถมสอนให้รู้ว่าเป็นกรรมการสิทธิ คอยดูแลคุ้มครองสิทธิให้คนอื่นแล้ว เมื่อถึงเวลาตัวเองก็ต้องขอใช้สิทธิเต็มที่ตอบคำถาม ใครจะมาละเมิดสิทธิได้ยังไงกันล่ะ...เนอะ

กลัวโดนสไนเปอร์ล้างแค้น

 ภายหลังปฏิบัติการเข้าสลายการชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศจากกลุ่มคนเสื้อแดงของรัฐบาล จนเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและคนเสื้อแดง แถมยังมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายสอดแทรกเข้ามา นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงเมื่อวันที่ 10 เมษายน

 จากวันนั้นถึงวันนี้ หลายฝ่ายต่างจับตากันว่าจะเกิด อาฟเตอร์ช็อก ขึ้นมาหรือไม่ และหากมีจะเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่เว้นแม้กระทั่งแกนนำ 3 เกลอเองก็ยังเสียวสันหลังว่า ทหารกำลังคิดจะเอาคืนหรือต้องการจะแก้แค้น

 ว่ากันว่าการที่กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ตัดสินใจสละพื้นที่การชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แล้วมายุบรวมกันที่แยกราชประสงค์ที่เดียวนั้น เป็นเพราะกลัวว่าทหารจะจัดการเด็ดหัวแกนนำ การย้ายมารวมที่สี่แยกราชประสงค์จึงดูจะปลอดภัยและเป็นการเซฟชีวิตมากกว่า

 ขณะที่กระแสข่าวรัฐบาลเตรียมแผนเข้าสลายคนเสื้อแดงอีกรอบ ไม่วันที่ 19 ก็ 21 เมษายนนี้ ก็ถูกจุดขึ้นตามมาอีก แม้แกนนำจะยืนยันว่าไม่หวั่น แถมยังจะเตรียมต้อนรับเป็นอย่างดี หากรัฐบาลและกองทัพจะเข้าสลายจริง

 แต่ล่าสุดกลับพบว่าเสื้อแดงมีการเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นมากขึ้น โดยเพิ่มจำนวนการ์ดเพื่อรักษาความปลอดภัยแกนนำให้มากขึ้นอีกเท่าตัว แถมยังคิดติดสปอตไลท์บนเวทีปราศรัยส่องไปตึกสูงต่างๆ รอบเวทีปราศรัย เหตุเพราะกลัว “สไนเปอร์” หรือพลซุ่มยิงนั่นเอง

 รวมถึงการที่แกนนำ นปช.เปลี่ยนจากการนอนเตียงนุ่มๆ ในโรงแรมใกล้พื้นที่ชุมนุม มาเป็นพักอยู่หลังเวที แบบนี้เขาก็เรียกว่าเข้าตำรา “ปากกล้าขาสั่น” ...