
แดงเปิดสปอร์ตไลด์ส่องอาคารสูงป้องกันผู้ไม่หวังดี
"ณัฐวุฒิ"แฉรบ.เตรียมใช้พิมพ์เขียว 6 ต.ค. 19 หวังสลายเสื้อแดง และสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง ชี้รัฐลุแก่อำนาจใช้กำลังตร.ตัวแกนนำนปช. แถมตั้งคำถามตร.มีอำนาจลั่นไกปืนใส่ปชช.ได้หรือ พร้อมนายกฯเซ็นคำสั่งโยกเก้าอี้"พล.อ.อนุพงษ์" เพื่อหวังบีบให้ใช้อำนาจ และให้"สุ
(17เม.ย.) เมื่อเวลา 23.00 น. ที่เวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ยังคงมีการปราศรัยสลับการร้องเพลง นอกจากนี้ในช่วงเวลา 22.00 น.ได้มีการติดตั้งสปอร์ตไลด์เปิดส่องตามอาคารสูงเพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวป้องกันผู้ไม่หวังดี
ขณะเดียวกันหน่วยรักษาความปลอดภัยของกลุ่มนปช.ยังคงตรวจเข้มพื้นที่เดินทางเข้าออกบริเวณการชุมนุม อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ชุมนุมบริเวณด้านหน้าเวทีก็ยังคงปักหลักชุมนุมหนาแน่น ขณะที่บริเวณด้านข้างมุ่งสู่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนจำนวนประชาชนค่อนข้างเบาบาง บางส่วนได้พักผ่อนนอนหลับท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย
ทนายแดงโร่พบตำรวจขอแกนนำมอบตัว15พ.ค.
ที่แยกราชประสงค์ เมื่อเวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ได้นำครอบครัวของนายจรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี อาชีพคนขับแท็กซี่ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. มาร่วมการแถลงข่าวเพื่อเรียกร้องจิตสำนึก และความรับผิดชอบทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชา-ชีวะ นายกฯ ให้ติดสินใจประกาศยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน ส่วนความรับผิดทางกฎหมายนั้น นายอภิสิทธิ์ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ จะต้องถูกแจ้งดำเนินคดีฟ้องร้อง เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
นางนวลจันทร์ ภรรยานายจรูญ กล่าวว่า ทางครอบครัวได้เดินทางมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงมาโดยตลอด โดยในวันเกิดเหตุครอบครัวได้มาร่วมชุมนุมอยู่ที่เวทีที่ราชประสงค์ และเมื่อแกนนำขอให้ผู้ชุมนุมไปช่วยที่เวทีผ่านฟ้า นายจรูญก็ต้องการที่จะเดินทางไปช่วยเพื่อน สุดท้ายมาทราบข่าวว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณหน้าอก ที่ด้านหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังนายกฯขออย่าได้ทำอย่างนี้อีกเลย นายกฯไม่ควรฆ่าประชาชน และผู้ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยมือเปล่า
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทางมูลนิธิไทยคมจะให้ความดูแล โดยจะมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรจนจบปริญญาตรี และตนอยากจะฝากไปยังนายกฯให้แสดงความรับผิดชอบตั้งแต่เวลานี้ ซึ่งตนเชื่อว่าจะให้สถานการณ์ชุมนุมมีความคลี่คลาย และเกิดความสงบลง ที่สำคัญจะยังช่วยป้อกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตามตนมีความกังวลว่าจะเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่กว่าวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมานี้อีก เพราะนายกฯได้ใช้พิมพ์เขียวเดียวกับเหตุการณ์ 6 ต.ค. 19 มีการสร้างภาพว่าผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย และสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง ใส่ร้ายป้ายสีประชาชนด้วยสื่อของรัฐ และปลุกระดมประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งให้ออกมาแสดงความคิดเห็นตรงกันข้าม
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่รัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมแกนนำที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวานที่ผ่านว่า รัฐบาลกำลังทำตัวเหมือนกำลังพบชัยชนะเป็นครั้งแรก ในบรรดาความพ่ายแพ้ล้มเหลวในหลายครั้งที่ผ่านมา เห็นได้จากอาการของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ที่รีบออกทีวีเพราะมั่นใจว่าปฎิบัติการณ์ครั้งนี้จะสำเร็จแน่ และยังบอกว่าเวลาบ่ายโมงนายกฯอภิสิทธิ์จะออกทีวีครั้งแรก หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวันที่ 10 เม.ย. แต่ปรากฎว่าเมื่อรัฐบาลดำเนินการไม่สำเร็จทั้งนายสุเทพ และนายกฯ กลับเงียบหายไป จึงเห็นได้ว่าการปฎิบัติงานของรัฐบาลไม่ได้พยายามรักษากฎหมาย แต่เป็นการเอาชนะทางการเมืองให้ได้
"ผมขอเรียนว่าถ้ารัฐบาลมีความประสงค์ที่จะดำเนินการกับผู้ชุมุนมคนเสื้อแดง เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย โดยอ้างว่าคนเสื้อแดงผิดกฎหมาย เพราะมีการชุมนุมเกิน 5 คน แต่ทำไมรัฐบาลจึงไม่จับกุม หรือออกหมายจับคนเสื้อชมพู เพราะมีการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนเช่นกัน หรือว่าใครที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลจะทำผิดกฎหมายไปเสียหมด ส่วนฝ่ายใดที่อยู่ฝั่งเดียวรัฐบาลก็เอื้อประโยชน์ให้ พร้อมกันนี้ขอฝากคำถามไปยังนายกฯว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจหน้าที่บุกจับโดยไม่มีหมายจับได้หรือไม่ และเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการลั่นกระสุนใส่โรงแรมได้ด้วยหรือ ซึ่งผมเห็นว่าการเข้าไปปฎิบัติการเมื่อวานนี้ เป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ ไม่คำนึงถึงประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เข้าพักในโรงแรม ที่อาจจะได้รับอันตรายจากปฎิบัติการนี้ด้วย แต่ยังโชคดีที่เจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย เกิดจิตสำนึกรักประชาธิปไตยขึ้นมาจึงทำให้เหตุการณ์ไม่บานปลาย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ในวันนี้แกนนำนปช.จะส่งทนายไปยื่นหนังสือเพื่อแสดคงามจำนงว่าแกนนำทั้ง 24 คนที่ถูกออหมายจับ จะเข้ามอบตัวในวันที่ 25 พ.ค. และตนมั่นใจว่าเมื่อแกนนำได้แสดงเจตนาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ จะได้รับความชอบธรรมเหมือนที่กลุ่มพันธมิตร ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรและกลุ่มได้ทำมาก่อนหน้านี้เช่นกัน ส่วนการที่นายกฯ มีคำสั่งถอดนายสุเทพ ออกจากผอ.ศอฉ.นั้น ตนมองว่าการถอดนายสุเทพครั้งนี้ เพื่อมาเป็นตัวฟรีจะได้มาเดินเกมทะลวงใต้ดินได้มากขึ้น ส่วนพล.อ.อนุพงษ์ ที่มารับตำแหน่งแทนก็เป็นการถูกกดดัน เพราะที่ผ่านมาพล.อ.อนุพงษ์แสดงออกมาโดยตลอดว่าปัญหาทางการเมืองจะต้องแก้ด้วยการเมืองเท่านั้น นายกฯจึงยัดเยียดหน้าที่นี้ให้ หากไม่ดำเนินการก็จะสามารถอ้างได้ว่าไม่สนองต่อนโยบายของรัฐบาล
"ชัจจ์"ยันไม่รายงานตัว ศอฉ.หวั่นถูกล็อก
พล.ต.ท.ชัจจ์ กลุดิลก ยอมรับว่า ตนเองได้รับหนังสือเรียกให้เข้าให้ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปได้ว่าหนังสือฉบับดังกล่าวถูกส่งไปที่บ้านเลขที่เก่าของตนเอง จึงเพิ่งมาถึงมือในวันนี้ ส่วนการเดินทางไปให้ข้อมูลนั้น ยืนยันว่าคงไม่ไป เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งหากถึงที่สุดแล้ว จะมีการขออนุญาตออกหมายจับตนเองคงต้องให้ทนายยื่นเรื่องคัดค้านอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่า หน่วยงานดังกล่าวไม่มีอำนาจออกหมายจับ
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวทราบว่า มีการเตรียมสถานที่สำหรับกักตัวกลุ่มคนที่ถูกเรียกเข้าไปให้ข้อมูลแล้วด้วยเช่นกัน โดย ทราบมาว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในหน่วยบัญชาการช่วยรบแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี จะมีการกักตัวไว้ประมาณ 30 วัน
ทนายเสื้อแดงโร่พบตำรวจขอแกนนำมอบตัว15พ.ค.
เมื่อเวลา 11.00 น. นายคารม พลทะกลาง ทนายความแกนนำ นปช.รับมอบอำนาจจาก แกนนำ นปช. ที่ถูกออกหมายจับตามอำนาจของ (กองอำนวยการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) 24 ราย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เพื่อยื่นหนังสือ แจ้งกับทางพนักงานสอบสวนจะผุ้ต้องหาทั้งหมดจะเข้ามอบตัวในวันที่ 15 พ.ค.เวลา 10.30 น.
นายคารม กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธและไม่ยอมรับความผิดในข้อหาก่อการร้าย และที่ยังไม่เข้ามอบตัวเนื่องจากเกรงเรื่องความไม่ปลอดภัยและต้องใช้เวลาในการดำเนินการเพื่อเตรียมหลักทรัพย์ขอประกันตัว รวมทั้งกรณีที่ตำรวจพยายามเข้าจับกุมตัวนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช.และพวก ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค วานนี้(16 เม.ย.) อาจเป็นเหตุที่จะนำไปสู่ความวุ่นวาย ดังนั้นเห็นว่าการที่แกนนำ นปช.ทั้งหมด นัดหมายวันเวลาที่จะเข้ามอบกับพนักงานสอบสวนอย่างชัดเจน น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงตอนนั้นปัญหาดำเนินมาทั้งหมดคงยุติแล้ว ในส่วนข้อกล่าวหาอื่น ๆ เช่น มั่วสุมทั้งแต่ 10 คนขึ้นหรือยุยงปลุกปั่นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้นไม่ได้กังวลและจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
นายคารม กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามเบี่ยงเบนประเด็นสาเหตุการตายของ นายนายฮิโร มูราโมโต้ นักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ที่มีพยานที่เป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์บอกว่าทหารเป็นคนยิง ทั้งนี้การตั้งข้อหาการก่อการร้ายกับผู้ใด จะต้องระบุให้ชัดเจน ดังนั้นหากแจ้งข้อหากับผู้ใดแล้วปรากฏว่าไม่มีหลักฐานชัดเจน ทางทนายความก็จะดำเนินคดีกับทุกคน ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ลงมา ในข้อหา คือ กล่าวหาผู้ใดว่ากระทำความผิดให้ต้องโทษในคดีอาญา โดยไม่มีหลักฐาน หรือถ้ามีก็ไม่ใช้ข้อหาก่อการร้าย ส่วนเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยานั้น คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นเองหรือเปล่า ซึ่งได้ให้ทีมงานเก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว ดังนั้นหากมีการสร้างสถานการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก เห็นว่าเป็นการทำให้บ้านเมืองแตกแยก วันจันทร์นี้อาจจะต้องดำเนินคดีกับฝ่ายรัฐบาล
ด้าน พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า พนักงานสอบสวนออกหมายจับแกนนำตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เกรงว่าหากไม่รีบนำตัวแกนนำ นปช.ทั้งหมดมาควบคุมไว้ อาจจะไปก่อเหตุร้ายขึ้น ตามอำนาจพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีอำนาจควบคุมตัวได้ครั้งละ 7 วัน แต่ต่อเนื่องกันไม่เกิน 30 วัน พนักงานสอบสวนไม่ได้จับกุมตาม พ.ร.บ.คดีอาญาทั่วไป ดังนั้นไม่สามารถนำหลักทรัพย์มาประกันตัวได้ และการที่ทนายความมายื่นว่าจะเข้ามอบตัวในอีก 1 เดือนข้างหน้า ก็ไม่มีผลให้เจ้าหน้าที่หยุดการจับกุมได้และหมายจับส่วนใหญ่ออกโดยกองปราบปราม อย่างไรก็ตามจะรับเรื่องไว้เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป



