
"ชัยสิทธิ์"เห็นด้วย"อนุพงษ์"คุมศอฉ.
สาเหตุ "ล้มเหลว" ตำรวจเข้าจับกุมแกนนำแดงที่เอสซีปาร์ค "อภิสิทธิ์" ตั้ง "อนุพงษ์" คุม ศอฉ. แทน"สุเทพ" "อำนวย เตรียมสอบเจ้าของ รร.ให้แกนนำแดงพัก ยันไม่ได้ทำงานล้มเหลว เชื่อแกนนำไม่ฮึกเหิม แต่จะกลัวจนไม่กล้าออกจากกลุ่ม หรือ อาบน้ำ
(17เม.ย.) แหล่งข่าวเปิดเผยฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจปรับโครงสร้าง ศอฉ.โดยให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. มาทำหน้าที่แทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า เป็นเพราะปฏิบัติการที่ล้มเหลวในการเข้าล้อมจับแกนนำนปช.ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เนื่องจากนายสุเทพ ได้สั่งการไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธโดยเด็ดขาด ขณะที่แกนนำเสื้อแดงก็ไหวตัวทัน จึงมีปฏิบัติการตอบโต้จนทำให้การจับกุมล้มเหลว และก่อนหน้านี้นายสุเทพในฐานะผอ.ศอฉ.ก็อยู่ในสถานะที่สั่งการอะไรแทบไม่เป็นผลเพราะฝ่ายปฏิบัติที่รับคำสั่งไม่ยอมปฏิบัติตาม
แหล่งข่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า การตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ขึ้นมา อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จดังที่นายกรัฐมนตรีตั้งความหวังไว้เพราะบุคลิกของพล.อ.อนุพงษ์ ก็แทบไม่ต่างอะไรจากนายสุเทพ นั่นก็คือ มีบุคลิกการประนีประนอมสูงและพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือแตกหัก อาจทำให้ไม่ได้ผลในการดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด
ทั้งนี้แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผยว่า ในการประชุม ศอฉ.เวลา 20.00 น.วันที่ 16 เม.ย. ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วยนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.นั้น นายสุเทพได้กล่าวขอโทษต่อที่ประชุมกรณีปฏิบัติการที่ล้มเหลวผิดพลาด พร้อมทั้งบอกว่าขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งใน ศอฉ.
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ พล.อ.ประวิตร มาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในศอฉ.แทนนายสุเทพ แต่พล.อ.ประวิตรได้ปฏิเสธ โดยอ้างว่าตัวเองไม่เหมาะสม นายกรัฐมนตรีจึงเสนอให้พล.อ.อนุพงษ์ รับหน้าที่แทน เพราะเห็นว่าเป็นบุคคลที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธแต่อย่างใด
ข่าวแจ้งว่า การปรับเปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าว เพราะฝ่ายการเมืองต้องการดึงทหารเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำมาตลอด โดยทางนายสุเทพได้ปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรีมาก่อนแล้ว ในการดึงทหารให้เข้ามีส่วนร่วมแก้ปัญหาอย่างเต็มพิกัด แต่กลายเป็นการโยนเผือกร้อนมาที่พล.อ.อนุพงษ์
สื่อเทศชี้เป็นความอับอายของรัฐบาล
ช่างภาพรอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลไม่ติดอาวุธจำนวนหลายร้อยนายประจันหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงร่วมพันคนบริเวณหน้าโรงแรมเอสซี ปาร์ค โดยแกนนำคนสำคัญสามารถหลบหนีไปได้ ด้วยการโรยตัวออกจากระเบียงห้องพัก
ด้านสำนักข่าวเอพีระบุว่า การหลบหนีของแกนนำทั้งสามถือเป็นความอับอายขายหน้าครั้งใหญ่ของรัฐบาล โดยเพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้าการบุกจับกุมนั้น นายสุเทพ ได้ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า กองกำลังพิเศษได้ปิดล้อมโรงแรมเอสซี ปาร์ค ไว้ได้แล้ว
"ชัยสิทธิ์"เห็นด้วย"อนุพงษ์"คุมศอฉ.
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันว่า ตนไม่ทราบว่า คนกลุ่มไหนที่เป็นผู้ที่รัฐบาลอ้างว่าแทรกซึมเข้ามาก่อการร้าย ซึ่งต้องเป็นหน้าที่รัฐบาลไปสืบค้นหาความจริงมา
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันที่ 10 เมษายน เป็นการต่อสู้ระหว่าง ทหารกับทหารเอง พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ ส่วนการปรับเปลี่ยนตัว ผู้อำนวยการศอฉ.นั้น ตนเองเชื่อว่า สถานการณ์จะดีขึ้น โดยอยากแนะนำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เดินทางเข้าไปพบ กลุ่มผู้ชุมนุมบ้าง เพื่อสัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ชุมนุม ซึ่งตนเองพร้อมที่จะอาสาพา พล.อ.อนุพงษ์ เข้าไป
เตรียมสอบเจ้าของรร.ให้แกนนำแดงพัก
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน การสอบสวนลุล่วงไปแล้ว 50% ทั้งนี้คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติให้เหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน เป็นคดีพิเศษและจะกลับมาเป็นคดีธรรมดาไม่ได้คือ 1.การก่อการร้าย 2.การบังคับให้รัฐบาลกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือจำยอมต่อสิ่งใด 3.การประทุษร้ายต่อประชาชน ไม่คำนึงว่าเป็นใคร 4.การกระทำต่ออาวุธยุทธโธปกรณ์ของราชการ คดีนี้จะเป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2552 แล้วมารวมที่ดีเอสไอ ซึ่งการสอบสวนจะมี 10 หน่วยงานในการบูรณาการคดีดังกล่าว และจะมีการดำเนินการข้อหาการก่อการร้ายด้วย
“ ถ้าเป็นข้อหาการก่อการร้าย หากใครให้การสนับสนุนเงินทองข้าวของจะโดนเรื่องฟอกเงินด้วยเพราะคดีก่อการร้ายเป็นคดีความผิดมูลฐาน ขอความร่วมมือว่าหากใครมีคลิปจะเปิดรับทุกช่องทาง เราต้องการพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ ผมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ลานพระรูป ถึงถนนอรุณอัมรินทร์ และจากการตรวจสอบตามร้านค้าที่พบว่าหากที่ไหนมีกล้องวงจรปิดตามร้านขายของก็จะถูกเอาผ้ามาปิด หรือเงยขึ้นข้างบนดูท้องฟ้าหรือกดลงต่ำส่องดูพื้นดิน ผมไม่ได้พูดว่าใครทำ แต่เรามีคลิปว่าใครเป็นคนเอาผ้ามาปิดกล้องวงจรปิด คลิปเหล่านี้จะเป็นหลักฐานว่าใครทำเพื่ออะไร เราก็จะดำเนินการด้วยความละเอียดและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่าจะสอบสวนด้วยความเป็นธรรมและเป็นกลางสามารถอธิบายได้ทุกแง่มุม” พล.ต.ต.อำนวย กล่าว
เมื่อถามว่าการบุกจับแกนนำไม่ได้ในตอนเช้าเป็นความล้มเหลวและทำให้แกนนำฮึกเหิมมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ออกไปจับกุมในแต่ละวันใช่ว่าจะจับได้ทุกครั้ง เช่น รับแจ้งคนเล่นการพนัน คนที่เล่นก็พยายามหนีใช้เชือกเส้นเดียวโรยตัวหนีออกไปได้ แต่ไม่ใช่ว่าตำรวจจับไม่ได้แล้วเขาจะฮึกเหิมออกมาเล่นกลางลาน แต่เขาจะกลัวไม่กล้าออกจากวง รับรองว่างานนี้น้ำก็ไม่กล้าอาบด้วยซ้ำ ไม่ฮึกเหิมแต่จะตรงกันข้ามมากกว่า อย่างเขาประกาศว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปไหน ตนถือว่าการทำงานไม่ล้มเหลว เพราะเจออาวุธสงครามก็ต้องดำเนินคดี อย่างตอนเช้ามีคำถามว่าโรงแรมของใครเกี่ยวข้องอย่างไร ตนคงไม่ต้องตอบ ตำรวจแค่ก้าวไปเท้าเดียวอีกเท้ายังไม่ได้ก้าวไปเลยก็โทรตามกันมาแล้ว ตำรวจยังไม่รู้เลยว่าพักอยู่ห้องไหน แต่พวกเขารู้แล้วก็ไปห่อตัวกันอยู่ตรงนั้น
ส่วนการให้แกนนำใช้พื้นที่เจ้าของโรงแรมจะมีความผิดขั้นไหน พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า เรื่องนี้ทางบก.น.4 กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ และจะเรียกตัวเจ้าของโรงแรมมาสอบสวนว่ารู้แค่ไหนอย่างไร และยิ่งหากมีการบันทึกชื่อแกนนำในสมุดผู้พักด้วย ทั้งที่รู้ว่าเป็นคนมีหมายจับ เพราะมีใครไม่รู้บ้างว่านายอริสมันต์มีหมายจับในประเทศไทย เมื่อถามว่าหากแกนนำออกไปนอกประเทศจะออกหมายเรียกได้หรือไม่ พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า การออกหมายเรียกใช้ได้ในพระราชอาณาจักรประเทศไทย คงจะออกหมายเรียกในต่างประเทศไม่ได้คอนเฟิร์มและฟันธง
ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประเมินหรือไม่ว่าทำไมการจับกุมในวันนี้จึงล้มเหลว เป็นเพราะข่าวรั่วใช่หรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า เป็นเพราะมวลชนของเขาเร็ว แค่พนักงานโรงแรมโทรศัพท์บอกกลุ่มคนเสื้อแดงเขาก็มาแล้ว เมื่อถามต่อว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นตำรวจมะเขือเทศใช่หรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวติดตลกว่า “ ผมกินมะเขือเทศไม่ได้ ผมท้องเสีย ”
ต่อข้อถามถึงการที่นายอริสมันต์ แกนนำ นปช.ประกาศตามไล่ล่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รอง ผบช.น. กล่าวว่า ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะประกาศให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายของแผ่นดิน ประทุษร้ายต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งค่าหัวไว้ด้วย ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนเมษายน 2552 ตนได้ออกหมายจับนายอริสมันต์ซึ่งก็พูดในทำนองนี้ว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่นายกฯ ของประชาชน มาไม่ชอบ เจอที่ไหนจับตัวที่นั่น ซึ่งศาลได้ออกหมายจับแล้ว เพราะถือว่าเป็นการประทุษร้ายต่อบุคคลอย่างชัดเจน ยั่วยุให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 166 (3) โดยคราวนี้ถือว่าหนักกว่าเพราะมีการตั้งค่าหัวด้วย และขณะนี้นายอริสมันต์ถูกตั้งข้อหาในหลายกรรมแล้ว



