ข่าว

แผนแตก-ข่าวรั่ว-คนใน..ปฏิบัติการโจ๊กจับ4แกนนำ

แผนแตก-ข่าวรั่ว-คนใน..ปฏิบัติการโจ๊กจับ4แกนนำ

17 เม.ย. 2553

ท่ามกลางความคลุมเครือในปฏิบัติการจู่โจมจับ 4 แกนนำเสื้อแดงที่ รร.เอสซีปาร์ค มีระเบิดลูกใหญ่ที่ฝ่ายรัฐบาลและตำรวจต้องตอบคำถามให้ได้คือ ความผิดพลาดที่นำมาสู่ความล้มเหลวในปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากอะไร ?!!

 เกิดจากแผนไม่รัดกุม ข่าวรั่ว หรือเกิดจากตัวบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคลางแคลงใจเกี่ยวกับ "ตำรวจแดง" ที่แฝงตัวอยู่ในหมู่คนสีกากีในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีอยู่มากน้อยเท่าไหร่ที่ยังจงรักภักดีกับขั้วอำนาจเก่า

 เหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้กลายเป็นเรื่อง "โจ๊ก" ระดับประเทศ

 จะว่าไปแล้วปฏิบัติการครั้งนี้จะถือเป็นปฏิบัติการจู่โจมจับเลยก็คงไม่ถูกซะทีเดียว แต่เป็นเพราะเหตุการณ์มันพาไปเลยเกิดการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างที่เห็น

 ปฐมบทของเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนตีสาม วันที่ 16 เมษายน 2553 ชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบที่ได้รับมอบหมายภารกิจติดตามประกบแกนนำเสื้อแดง ได้ติดตามแกนนำ 4 คนจากเวทีราชประสงค์ ประกอบด้วย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, พายัพ ปั้นเกตุ และ เจ๋ง ดอกจิก มาถึง รร.เอสซีปาร์ค ย่านทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพฯ ตอนตีสี่เศษ

 ชุดสืบสวนกระจายกำลังออกเป็นหลายชุด ซุ่มโป่งอยู่ตามทางเข้าออกของโรงแรม ส่วนอีกชุดปลอมเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปเปิดห้องพักบนโรงแรม ระหว่างนี้แกนนำทั้ง 4 คนได้แยกย้ายกันไปพักตามห้องต่างๆ โดยที่ชุดสืบสวนไม่มีโอกาสรู้เลยว่าใครพักอยู่ห้องไหนและชั้นใดกันบ้าง

 เวลาผ่านไปจนเกือบจะหกโมงเช้า จู่ๆ ก็มีชุดสืบสวนของผู้ช่วย ผบ.ตร.คนหนึ่งเดินทางมาที่ รร.เอสซีปาร์ค พร้อมกับแสดงตนกับพนักงานโรงแรมว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ขอคีย์การ์ดกลางที่สามารถเปิดเข้าออกได้ทุกห้องทุกชั้น เพื่อเข้าไปตรวจสอบและจับกุมแกนนำ

 หากเป็นโรงแรมอื่นก็คงไม่กระไรนัก เจ้าหน้าที่คงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่บังเอิญว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของอดีตนายกรัฐมนตรีพลัดถิ่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังม็อบแดงโค่นล้มรัฐบาล

 คำขอจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไม่เป็นผลเท่าใดนัก พนักงานพยายามประวิงเวลาออกไปให้เนิ่นนานที่สุด ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพนักงานบางคนใช้โทรศัพท์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณแจ้งข่าวไปถึงแกนนำเสื้อแดง หลังจากนั้นไม่นานนักกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงจากภายนอกก็เริ่มทยอยเดินทางมาที่ รร.เอสซีปาร์ค

 ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินี้เองทำให้ชุดสืบสวนที่ตามประกบแกนนำอยู่สังเกตเห็นความผิดปกติ โดยเฉพาะการทยอยเดินทางมาสมทบของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขามั่นใจว่าแผนน่าจะแตกแล้ว กระทั่งชุดสืบสวนที่อยู่บนโรงแรมลงมาเห็นชุดสืบสวนของผู้ช่วย ผบ.ตร.ต่างก็จดจำหน้าค่าตากันได้ยิ่งเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า "แผนแตกแน่แล้ว" !?!

 ชุดสืบสวนของผู้ช่วย ผบ.ตร.เองเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มจะตึงเครียด ประกอบกับกำลังที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงโทรศัพท์ประสานขอกำลังจาก พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 ขณะเดียวกันนายตำรวจระดับสูงอีกคนได้โทรไปหา พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวนสอบสวน ให้เข้ามาควบคุมปฏิบัติการและควบคุมสถานการณ์ที่กำลังจะบานปลาย

 เมื่อนายตำรวจใหญ่ทั้งสองมาถึง รร.เอสซีปาร์ค คนเสื้อแดงเริ่มทยอยมาถึงรวมแล้วนับพันคน ใช้รถขยายเสียง 2 คัน ปิดถนนบริเวณแยกประชาอุทิศตัดประดิษฐ์มนูธรรม ขณะเดียวกันก็มีผู้ชุมนุมบางส่วนเดินเข้าออกโรงแรมอย่างผิดปกติ คือนอกจากเส้นทางหลักที่ตำรวจคุมเชิงไว้แล้ว ผู้ชุมนุมยังสามารถเข้านอกออกในได้ตามปกติ เหมือนรู้ทางหนีทีไล่ของโรงแรมเป็นอย่างดี

 ระหว่างนี้มีการโทรประสานขอกำลังตำรวจปราบจลาจลจาก พล.ต.ต.ภัคพงษ์ สายอุบล ผบก.อคฝ.มาสนับสนุนจำนวน 1 กองร้อย 150 นาย และกำลังจากหน่วยอรินทราช 26 จำนวนหนึ่ง

 ทันทีที่กำลังปราบจลาจลเดินทางมาถึงก็ดำเนินการบล็อกฝูงชนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะผู้ชุมนุมอีกส่วนปีนกำแพงตึกด้านข้างเข้าไปในโรงแรม แล้วรวมตัวกันบริเวณล็อบบี้โรงแรม

 อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ชุดสืบสวนพยายามขอคีย์การ์ดกลางจากพนักงานโรงแรมอีกครั้ง แต่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมพนักงานพยายามถ่วงเวลา และผู้ชุมนุมพยายามลุกฮือเข้ามาชิงตัวแกนนำทั้ง 4 คนออกมา จนตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ กระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พนักงานโรงแรมจึงให้คีย์การ์ดกลางแก่เจ้าหน้าที่

 ทว่าดูเหมือนจะช้าไปแล้วเมื่ออริสมันต์ถูกการ์ดเสื้อแดงใช้สายไฟโรยตัวลงมาจากห้อง 377 ลงมาชั้นล่าง โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมคอยรอรับอยู่ แล้วพาขึ้นรถตู้สีขาว ทะเบียน ฉจ 4470 กรุงเทพมหานคร ออกจากพื้นที่โรงแรมไปทันที

 ทั้งนี้มีข้อสังเกตอีกประการก็คือท่ามกลางผู้ชุมนุมที่ให้การช่วยเหลืออริสมันต์นั้น ปรากฏชายร่างท้วมสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว ชุดสืบสวนที่เห็นภาพหลายคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นข้าราชการตำรวจยศ จ.ส.ต.สังกัดฝ่ายสืบสวน สตม. มีศักดิ์เป็นน้องชายของอริสมันต์ปะปนและคอยให้การช่วยเหลืออริสมันต์พ้นจากเหตุชุลมุน

 "คม ชัด ลึก" ติดต่อผ่านนายตำรวจ สตม.เพื่อพูดคุยกับตำรวจคนดังกล่าวยอมรับว่า เป็นตัวเขาจริง ก่อนจะให้เหตุผลว่าเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ แม่กับพี่สาวของอริสมันต์ได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีตำรวจกองปราบปรามและตำรวจหน่วยไหนอีกก็ไม่ทราบมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน ขอให้มาช่วยตรวจสอบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ และมีหมายค้นตามกฎหมายหรือเปล่า

 เมื่อมาตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นตำรวจจริง แต่ไม่มีหมายค้น ระหว่างนี้แม่เกิดเป็นห่วงอริสมันต์ เพราะได้ข่าวว่ามีการปิดล้อม รร.เอสซีปาร์ค ที่อริสมันต์พักอาศัยอยู่และจะมีการ "เด็ดหัว" แกนนำ จึงขอร้องให้ไปช่วยเหลือ

 "พอไปถึงผมเห็นผู้ชุมนุมเยอะมากก็ไม่อยากเข้าไป แต่แม่ก็บังคับว่าให้เข้าไปให้ได้ ผมเลยพยายามหาทางเข้าไปก็พบผู้ชุมนุมบอกให้ไปด้านหลัง แล้วก็เห็นอริสมันต์โรยตัวลงมา ผมก็เข้าไปช่วยพยุงปีกไปขึ้นรถตู้พาไปหาแม่ แม่ก็สบายใจ หลังจากนั้นก็มีรถมารับไปที่เวทีราชประสงค์" จ.ส.ต.คนเดิม กล่าว

 บทสรุปของเรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่พร้อมของแผนปฏิบัติ ความล้มเหลวด้านการข่าว และตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน เพราะนอกจากแผนจะล้มเหลวแล้ว ยังมีนายตำรวจอีกหลายคนถูกจับเป็นตัวประกัน และอีกหลายคนถูกรุมล้อมจนหมดสภาพผู้รักษากฎหมาย !?!