ข่าว

กลุ่มศิลปินอินดี้วอนยุติเหตุสงครามกลางเมือง

กลุ่มศิลปินอินดี้วอนยุติเหตุสงครามกลางเมือง

17 เม.ย. 2553

ท่ามกลางเสียงเพลงอึกทึกครึกโครมในย่านสถานบันเทิงดังอย่าง "อาร์ซีเอ" ยังมีกลุ่มศิลปินอินดี้กลุ่มหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย ดีเจ นักร้อง นักแต่งเพลงและผู้กำกับภาพยนตร์ รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความสงบสุขแก่บ้านเมืองยามที่คนไทยในประเทศมีความคิดที่แตกแยก เพราะเกรง

 บริเวณร้าน "คอสมิก คาเฟ่" สถานบันเทิงชื่อดังใน "อาร์ซีเอ" ในค่ำวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์แทนที่จะมีนักท่องราตรีมาปักหลักหาความบันเทิง กลับกลายเป็นที่รวมตัวของกลุ่มศิลปินอินดี้กว่า 30 ชีวิต ที่นั่งระดมความคิดเพื่อจะหาทางยุติ และคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ โดยกลุ่มศิลปินกลุ่มนี้ตั้งข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลนำการปกครองระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาให้มีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม ด้วยการขอให้ ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทำหน้าที่ควรทำ อย่านำพาประชาชนไปตายแทนในท้องถนน

 "โต้" สหุฤท สยามวาลา ดีเจชื่อดังของเมืองไทย แกนหลักในการระดมความคิดครั้งนี้ บอกว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดภาวะความขัดแย้งทางการเมือง ด้วยความที่ตนเป็นคนที่สนใจเรื่องการเมืองจึงติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้เข้าไปร่วมฟังการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง พบว่าเมื่อเข้าไปอยู่ในบรรยากาศนั้นๆ ก็มีความเคลิบเคลิ้มไปกับแกนนำบนเวที ซึ่งไม่แตกต่างจากการที่ไปร่วมในกลุ่มของคนเสื้อหลากสีที่ไปรวมตัวที่ราบ 11 ในวันนี้ความรู้สึกก็คล้ายกัน ซึ่งเมื่อทราบว่าสถานการณ์จริงเป็นแบบนี้ทำให้มองเห็นอนาคตข้างหน้าว่าหากคนแต่ละกลุ่มออกมารวมตัวบนท้องถนนจะต้องเกิดการเผชิญหน้าและเสียเลือดเนื้ออย่างแน่นอน

 "ครอบครัวผมเป็นชาวอินเดียเข้ามาอยู่ที่เมืองไทยเมื่อ 104 ปีก่อน ปัจจุบันผมเป็นคนไทยเสียภาษี เรียน รด. ผมไม่อยากให้สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นที่ประเทศของผม เราก็ได้โทรศัพท์ติดต่อเพื่อนฝูงว่าจะทำอย่างไรดี ก็มีแนวคิดที่จะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการเคลื่อนไหว แล้วนำระบบการปกครองที่มีตัวแทนของเราเข้าไปทำหน้าที่แทนเราในรัฐสภา เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนที่เราเลือกและรับเงินเดือนจากพวกเรา ขณะนี้เรากำลังร่างข้อเรียกร้องเพื่อไปยื่นต่อทุกพรรคการเมืองเบื้องต้นร่างไว้แล้ว 12 ข้อ"

 ดีเจโต้ บอกด้วยว่า จากการได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเหยื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน หลายความคิดเห็นสะท้อนให้รู้ว่านักการเมืองใช้ประชาชนเป็นเหยื่อใช้ให้ไปตายแทน จึงอยากจะหยุดพฤติกรรมตรงนี้ด้วยการรณรงค์ทุกคนที่เห็นด้วยติดสติกเกอร์ธงชาติหลังรถ ปักธงหน้าบ้าน เปิดไฟหน้ารถ ทั้งนี้ยืนยันว่าการประท้วงของกลุ่มศิลปินจะไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน จะไม่มีการเดินออกไปเรียกร้องยังท้องถนนเอาประชาชนไปปะทะกันแต่เราจะทำคัทเอาท์ไปติดให้ทั่วเพื่อเรียกร้องความต้องการของเรา

 ตุน นักร้องนำวง อพาร์ตเมนต์คุณป้า เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มาร่วมการระดมความคิดเห็นในวันนี้ บอกว่า ขณะนี้ความขัดแย้งของคนในสังคมไทยอยู่ในภาวะที่ตึงเครียดอย่างมาก และถึงแม้ว่าตนจะไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง แต่ก็ยังเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์คิดและก็มีสิทธิ์คิดที่แตกต่าง แต่สังคมไทยในวันนี้กลับมองว่าคนที่มองแตกต่างเป็นตัวประหลาดเป็นฝ่ายตรงข้ามจงเกลียดจงชัง ซึ่งตรงนี้อยากจะขอให้คนกลุ่มนี้มีพื้นที่บ้างโดยเฉพาะความคิดเห็น ข้อเสนอแนะบนสื่อหลักเพราะทุกคนที่ออกมาเรียกร้องนั้นเพื่อต้องการจุดยืนด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งปัจจุบันเห็นว่าเขาโดนบีบรัดมากเกินไป

 "สื่อในอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน ทุกวันนี้ผมเห็นกลุ่มคนบนอินเทอร์เน็ตใช้ถ้อยคำดูถูก เหยียดหยาม หยาบคาย กับกลุ่มคนที่ไม่มีความคิดเห็นด้วย ผมว่าตรงนี้ก็ควรที่จะลดลงเพราะว่าจะเป็นการสร้างความแตกแยกอย่างมาก เราควรที่จะเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน"
 
 "โจ้" สุรพันธ์ กิ่งโพยม ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา บอกว่า วันนี้ขณะพาลูกไปกินข้าวได้รับโทรศัพท์จาก "ดีเจซี๊ด" ก็รับปากทันที ขอโทษขอโพยลูกบอกเขาว่าต้องไปมีตติ้งเรื่องสำคัญกับเพื่อนๆ วันหลังจะขอแก้ตัวพาไปกินข้าวใหม่ ซึ่งตรงนี้เห็นว่าเรื่องที่คนในประเทศเราประสบอยู่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องหาทางแก้ไข เพราะหากไม่ยุติการเคลื่อนไหวที่เป็นอยู่ในสังคมขณะนี้ ซึ่งแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ประเทศไทยของเราจะกลายเป็นเหมือนหนังเรื่อง "ราวันดา" ในที่สุด

 ดีเจซี๊ด-นรเศรษฐ หมัดคง ดีเจชื่อดังของเมืองไทย และเป็นแกนหลักอีกคนหนึ่ง บอกว่า การรวมตัวของกลุ่มศิลปินครั้งนี้เราไม่ได้อยู่ฝ่ายใด แต่แน่นอนมีกลุ่มคนบางคนมีอคติกับเรา แต่ตรงนี้อยากจะให้มองที่เจตนาและดูแนวทางการเรียกร้องของเราจะรู้ว่าเราต้องการอะไร เราต้องการเรียกร้องให้ ส.ส.กลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิม โดยเฉพาะในยามที่เกิดความคับขันในสังคมในขณะนี้ แต่ขณะนี้ ส.ส.หายไปไหน ส.ส.คือตัวแทนของเรา ควรที่จะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาในรัฐสภา

 หลังจากนี้ไปการเคลื่อนไหวของกลุ่มศิลปินอินดี้กลุ่มนี้จะเป็นรูปธรรมมากขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเว็บเพื่อดาวน์โหลดสติกเกอร์ต่างๆ เพื่อติดหลังรถ การติดป้ายคัทเอาท์ต่างๆ บนเสาไฟฟ้า การเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแม้แต่การรณรงค์ผ่านไมโครโฟนซึ่งเป็นช่องทางโดยตรงของพวกเขา