ข่าว

ยูเอ็นแฉรัฐบาลปากีฯ หละหลวมปกป้อง เบนาซีร์ บุตโต จนถูกลอบสังหาร

ยูเอ็นแฉรัฐบาลปากีฯ หละหลวมปกป้อง เบนาซีร์ บุตโต จนถูกลอบสังหาร

16 เม.ย. 2553

สหประชาชาติเผยผลการสอบสวนการลอบสังหารนางเบนาซีร์ บุตโต ชี้ความหละหลวมของรัฐบาลในยุคนั้น

รายงานผลการสอบสวนไปสู่เหตุการณ์ลอบสังหารนางเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีของ
ปากีสถาน ที่จัดโดยสหประชาชาติ ซึ่งรอคอยกันมาอย่างยาวนานนั้น เต็มไปด้วยข้อความตำหนิ
รัฐบาลในยุคนั้น โดยระบุว่า การเสียชีวิตของนางบุตโต ในพื้นที่การชุมนุมใกล้กับกรุงอิสลามาบัด
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2550 อาจป้องกันได้ ถ้ามีการใช้มาตรการที่เหมาะสมโดยรัฐบาลของพลเอก
เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ

รายงานของสหประชาชาติ ยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการใช้น้ำฉีดล้างพื้นที่เกิดเหตุในเมือง
ราวัลปินดีอย่างทันควัน หลังเกิดเหตุระเบิด และเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้
โดยปราศจากการรู้เห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

นายเฮอรัลโด มูนอซ ประธานคณะกรรมการ ได้แถลงข่าวที่นครนิวยอร์ค ของสหรัฐว่า เจ้าหน้าที่
รัฐบาลปากีสถาน ล้มเหลวอย่างยิ่งในอันที่จะปกป้องนางบุตโตเป็นอันดับแรก และอันดับสองคือ
ล้มเหลวในการตรวจสอบผู้ทรงอิทธิพลทุกคนที่รับผิดชอบการฆาตกรรมนางบุตโต ซึ่งไม่เพียงแค่
การใช้กลยุทธไปสู่การปฏิบัติการที่เป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการริเริ่มความคิด การวางแผน
และการสนับสนุนทางการเงินด้วย

นายมูนอซ กล่าวว่า ความรับผิดชอบด้านการอารักขาความปลอดภัยให้นางบุตโต ในวันที่เธอ
ถูกลอบสังหาร ขึ้นอยู่กับรัฐบาลกลาง รัฐบาลรัฐปัญจาบ และตำรวจราวัลปินดี แต่กลับไม่มีใคร
ใช้มาตรการที่จำเป็นการรับมือกรณีที่เกิดอันตรายอย่างไม่คาดฝันหรือเร่งด่วน ที่พวกเขาทราบดี
ว่าเธอจะต้องเผชิญ แต่ในทางกลับกัน อดีตนายกรัฐมนตรีสองคน ที่อยู่ร่วมพรรคใหญ่ที่สนับสนุน
พลเอกมูชาร์ราฟ กลับได้รับการคุ้มกันดีกว่านางบุตโต

นายมูนอซ บอกด้วยว่า นางบุตโตจะไม่ถูกสังหารที่ราวัลปินดี ถ้ามีการใช้มาตรการรักษาความ
ปลอดภัยอย่างเหมาะสม แต่ตำรวจราวัลปินดีกลับดำเนินการรักษาความปลอดภัยให้เธออย่าง
ไร้ประสิทธิภาพและหละหลวม อีกทั้งผู้บัญชาการตำรวจ ยังตัดสินใจให้ฉีดน้ำชำระล้างพื้นที่
เกิดเหตุตามอำเภอใจอีกด้วย โดยที่ยังไม่ได้เก็บหลักฐานที่มีความจำเป็นต่อการสืบสวน ส่วน
หลักฐานที่เก็บมาได้ 23 ชิ้น ก็ไม่เพียงพอ เพราะที่จริงแล้วน่าจะมีหลักฐานหลายพันชิ้น

ที่จริงรายงานฉบับนี้ มีกำหนดจะเผยแพร่ในช่วงสิ้นเดือนนี้ แต่ต้องล่าช้าออกไป 2 สัปดาห์ ตาม
คำร้องขอของประธานาธิบดีอาซิฟ ซาร์ดารี สามีของนางบุตโต ที่เป็นคนเรียกร้องให้สหประชาชาติ
ช่วยเข้ามาสืบสวน โดยระบุว่า ต้องการเวลารวบรวมข้อมูลจากอัฟกานิสถาน สหรัฐ และซาอุดิอาระเบีย
ที่เตือนมาก่อนหน้านี้ว่า นางบุตโตตกอยู่ในอันตราย

ผู้จัดทำรายงานการสืบสวนครั้งนี้ เป็นคณะกรรมการอิสระ ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสหประชาชาติ
จำนวน 3 คน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว ตามข้อเรียกร้องของทางการปากีสถาน ซึ่งพวกเขาได้
สรุปในรายงานด้วยว่า หน่วยงานข่าวกรองที่เกี่ยวข้องทางการเมืองของปากีสถาน เป็นอุปสรรค
ขัดขวางการสืบสวน