ข่าว

สารพันตำรวจ : เกร็ดชีวิตนักสืบใน'ม็อบ'สลับ กกน.หน้า-หลังกันไข่เน่า

สารพันตำรวจ : เกร็ดชีวิตนักสืบใน'ม็อบ'สลับ กกน.หน้า-หลังกันไข่เน่า

17 เม.ย. 2553

ระยะ 5 ปีหลังมานี้เวทีการเมืองบนถนนราชดำเนินคึกคักเป็นพิเศษ มีกลุ่มผู้ชุมนุมหมุนเวียนสับเปลี่ยนสีมาร้องหาประชาธิปไตยไม่เว้นแต่ละวัน บางกลุ่มปักหลักชุมนุมยืดเยื้อข้ามวันข้ามคืน เป็นเดือนถึงเกือบครึ่งปี ชนิดตีตั๋วนอนยาวกันเป็นแรมเดือน

 นอกจากเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลที่ดูแลพื้นที่ชุมนุมจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งที่เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้กัน เพียงแต่พวกเขาไม่ได้รับการเปิดเผยทั้งชื่อ ใบหน้า และตัวตน ในฐานะ "นักสืบ" ที่แฝงตัวปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อหาข่าวทุกความเคลื่อนไหว ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างแกนนำม็อบเป็นใครแล้ว แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่าเต็นท์มาจากไหน ราคาเท่าไร เช่ากี่วัน ก็ต้องรู้ให้หมด หรือแม้กระทั่งที่อยู่หลับนอนตลอดจนห้องน้ำห้องส้วมตั้งอยู่ที่จุดไหนบ้าง พวกเขาจำเป็นต้องรู้จะได้ตอบคำถามและรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมินสถานการณ์

 รูปแบบงานที่ว่านี้บรรดานักสืบจึงจำเป็นต้องใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ร่วมกับผู้ชุมนุม ชนิดกินอะไรกินด้วย นอนที่ไหนนอนด้วย และถ่ายที่ไหนก็ถ่ายที่นั่นด้วย บางคนถึงกับสนิทสนมกับผู้ชุมนุมกลายเป็นเพื่อนกันก็มี ด้วยเหตุนี้จะว่าเป็นงานง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็คงไม่ยากเกินกว่าความพยายาม เพียงแต่รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป และบางทีอาจต้องวิ่งรอกไปตรวจสอบคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบด้วย เลยต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า

 "ผมเหนื่อยมาก เหนื่อยมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว เดี๋ยวมาเหลือง เดี๋ยวมาแดง เครียดนะ แต่ต้องทำตามหน้าที่" รองดำ หนึ่งในตำรวจนักสืบของ บช.น. เปิดเผยความรู้สึก

 แม้จะเหนื่อยแต่รองดำก็รู้ดีว่าเป็นงานที่ต้องทำ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเอาไว้ ?!!

 เมื่อถามถึงงานนักสืบในม็อบต้องทำอะไรบ้าง รองดำยิ้มก่อนจะแจกแจงว่า ต้องรู้หมดทุกเรื่อง กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการอะไร ใครเป็นแกนนำ ชื่อ-นามสกุล อายุ บ้านที่อยู่ เรียกว่าถ้าต้องสืบให้ถึงโคตรเหง้าสักหลาดได้ก็ต้องทำ หรือเมื่อมีแกนนำรุ่นหนึ่งแล้วจะมีรุ่นสองต่ออีกไหม จะตั้งเวทีที่ไหน ตั้งกี่วัน เช่าเต็นท์ แผงเหล็กมาจากไหน ราคาวันละเท่าไร ทีวีโปรเจกเตอร์เช่ามาจากไหน รถบรรทุกขนของเป็นของใคร

 แม้แต่การตั้งห้องสุขาก็ยังต้องรู้ให้ได้ !?!

 "เวลาเราจะเข้าไปแฝงตัวหาข่าวก็ต้องปลอมเป็นชาวบ้านบ้าง เป็นสื่อมวลชนบ้าง เป็นเอ็นจีโอ เข้าไปพูดคุยทำความรู้จัก พอเริ่มสนิทสนมเขาก็ยอมพูดคุยกับเรา พอทีหลังรู้ว่าเป็นตำรวจก็เข้าใจ เพราะสนิทกันแล้วนี่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่เมื่อถึงที่สุดผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ"

 ...เย็นวันหนึ่งต้นเดือนเมษายน สารวัตรเคเพิ่งกลับจากตรวจที่เกิดเหตุอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบของเขา มารวมอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ ใบหน้าอิดโรย เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนสารวัตรเคไม่ได้กลับบ้านเลย เขายังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน ที่ใส่ซ้ำติดต่อกันมาหลายวันแล้ว เพราะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยน แม้แต่กางเกงในก็ยังเป็นตัวเดิม

 "เสื้อกางเกงนี่ใส่ซ้ำไม่เป็นไร แต่กางเกงในนี่ต้องสลับหน้าหลังนะ ป้องกันเชื้อรา" สารวัตรเคกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะบอกเคล็ดลับสำคัญที่สุดของนักสืบม็อบ คือ ห้ามมีกลิ่นปาก ?!!

 "ผมพกแปรงสีฟันยาสีฟันตลอดเลยนะ ขาดไม่ได้ ถ้ามีกลิ่นปากผู้ชุมนุมอาจจะสงสัยได้ว่า ไปทำอะไรมาถึงไม่ล้างหน้าแปรงฟัน จึงต้องสะอาดไว้ก่อน" สารวัตรเค กล่าวปนหัวเราะ

 ขณะอยู่กับม็อบสารวัตรเคจะกลมกลืนไปกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ใครพูดวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรก็จำต้องคล้อยตาม หรือจะร้องรำทำเพลงก็ต้องลุกเต้นร้องคลอตาม มือตบ ตีนตบ ต้องมีต้องพกติดตัวไว้ ชนิดใครทำอะไรก็ทำตามไม่บิดพลิ้ว เพื่อไม่ให้เกิดพิรุธจนจับสังเกตได้ แต่ถึงแม้ภายนอกจะดูสนุกคล้อยตามผู้ชุมนุม แต่สายตาระแวดระวังภัยสอดส่ายหาสิ่งผิดสังเกต กับสองหูที่คอยรับฟังสิ่งผิดปกติเท่านั้น ที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกเขาแตกต่างออกไปจากผู้ชุมนุม

 "ผมบอกอย่างไม่อายเลยว่า บางครั้งคิดถึงลูกเมียมากจนน้ำตาคลอ" จ่าหมาย นักสืบในม็อบแดงอีกคนบอกกับ "คม ชัด ลึก" วิธีบำบัดความคิดถึงของจ่าหมาย คือ การหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหา แค่ได้ยินเสียงและคำไต่ถามสารทุกข์สุกดิบเล็กๆ น้อยๆ ก็ชื่นใจช่วยให้หายคิดถึงได้เยอะแล้ว แต่ถ้าโชคดีมีเวลาว่างก็คุยได้นานขึ้น

 "คุยนานได้ไม่เป็นไร โปรโมชั่นถูก" จ่าหมายปล่อยมุกและปล่อยก๊ากอย่างอารมณ์ดี เมื่อพูดถึงลูกเมีย

 "บางครั้งลูกเมียก็โทรหาถามว่าทำงานอยู่ตรงไหน อย่างวันที่ทหารเข้ายึดพื้นที่คืนก็โทรมา เขาเห็นข่าวก็อดห่วงเราไม่ได้ ก็ตอบไปว่าสบายดี อยู่ในที่ปลอดภัยไม่ต้องห่วง พวกเขาก็สบายใจ"

 จ่าหมายบอกว่าการเป็นตำรวจนักสืบต้องมีความอดทน และปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด โชคดีหน่อยที่ผู้บังคับบัญชาไม่ทอดทิ้ง โทรศัพท์ถามข่าวและความเป็นอยู่เป็นระยะๆ

 "บางครั้งก็ถามว่ากินข้าวหรือยัง มีเงินติดตัวไว้ซื้อข้าวซื้อน้ำหรือเปล่า อากาศมันร้อนก็ถามว่าป่วยไหม แค่นี้เราก็ชื่นใจแล้ว"

 นี่คือส่วนหนึ่งของเกร็ดชีวิตตำรวจในม็อบ ที่ปฏิบัติหน้าที่คู่ขนานไปพร้อมๆ กับชุดปราบจลาจลที่ดูแลพื้นที่ชุมนุมอยู่ด้านนอก !?!