
ระดมมันสมองนักวิชาการปลุกกระแสคลื่นเกาหลี
เกาหลีใต้จัดสัมมนา ระดมมันสมองนักวิชาการปลุกกระแสคลื่นเกาหลี หลังเริ่มแผ่วในประเทศที่เคยเป็นสาวก
เว็บไซต์ โคเรีย เฮอรัลด์ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า เกาหลีใต้ได้จัดการสัมมนา เพื่อปลุกกระแสคลื่นเกาหลี ที่ถูกระบุว่า เริ่มมาถึงทางแยกแล้ว โดยในการสัมมนาที่มีชื่อว่า " เท้คกิ้ง ฮัลหยู บียอนด์ เอเชีย : อิท'ส นาว อะเบ๊า คลาสส์ " ที่มีผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ราว 200 คน เข้าร่วม และจัดขึ้นที่กรุงโซล เพื่อถกกันถึงเรื่องพัฒนาการและความท้ายใหม่ ๆ ของเหล่าฮัลหยู และตรวจสอบสภาพการณ์ปัจจุบันและอนาคตของพวกเขา รวมถึงการการวางแผนส่งเสริมด้วย
ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการสัมมนา มีทั้งจากเกาหลี กับจีนและญี่ปุ่น จัดโดยมูลนิธิ ชอย คู-ชิค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครัฐบาล แกรนด์ เนชั่นแนล พร้อมกันนี้ ได้มีการตั้ง " ดัชนีชี้วัดคลื่นเกาหลี " พร้อมกับโครงการวิจัยกระแสต่อต้านฮัลหยูใน 5 ประเทศหลัก รวมถึงการศึกษาสถานการณ์ของฮัลหยูในอีก 9 ประเทศทั่วโลก อีกด้วย
ดัชนีชี้วัดคลื่นเกาหลีที่ตั้งขึ้นมาใหม่ มีเป้าหมายใช้วัดกระแสความนิยมฮัลหยูในต่างประเทศล้วน ๆ และพัฒนาขึ้นโดย โกห์ ชอง-มิน อาจารย์มหาวิทยาลัยฮงกิ๊ก และผู้จัดการศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อีกด้วย โดยเป้าหมายการชี้วัด ได้ครอบคลุม ญี่ปุ่น จีน ไต้ ไต้หวันและเวียดนาม ในส่วนของการวิเคราะห์กระแส ได้รวมถึง ภาพยนตร์ ดนตรี รายการโทรทัศน์
และเกมส์ต่าง ๆ
ในส่วนของผู้บริโภค ดัชนีก็จะชี้วัดจำนวนของผู้ชมภาพยนตร์ , จำนวนอัลบั้มที่ถูกซื้อไป , เรตติ้ง การดาวน์โหลดทางอินเตอร์เน็ต , ระดับของการได้รับการยอมรับ , คุณภาพ , ภาพลักษณ์ และความภักดีของเหล่าแฟน ๆ
ลี ยุน - คยอง นักวิจัยจากศูนย์วิจัยวัฒนธรรมท่องเที่ยวเกาหลี ระบุว่า มีกระแสต่อต้านฮัลหยูใน 5 ประเทศ ที่วัฒนธรรมเกาหลีเคยเข้าถึงและได้รับความนิยมสูง ในช่วงระหว่างปี 2548-2552 เขาได้อ้างผลการศึกษาจากรายงานข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน และจากเว็บไซท์สังคมออนไลน์ ในญี่ปุ่น จีน ไทย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ พบว่า มีความทัศนะที่เป็นลบต่อคลื่นเกาหลี
ผลการศึกษา ได้ยกตัวอย่าง สื่อของญี่ปุ่น ได้รายงานข่าวที่แสดงความรู้สึกที่เป็นลบในแง่ของความเป็นปรปักษ์ด้วยซ้ำในประเด็นเกาหลี หนังสือพิมพ์จีนก็วิพากษ์วิจารณ์ละครเกาหลี และบริษัทเกาหลีที่เข้าไปในตลาดจีน
ในผลการศึกษา ไม่ได้ถึงกับชี้ชัดว่า 5 ประเทศในเอเชียเหล่านี้ จะมีการวิพากษ์วิจารณ์คลื่นเกาหลีในลักษณะรุนแรง แต่ข่าวในสื่อญี่ปุ่น จีนและไทย ต่างประสานเสียงเรียกร้อง ให้จำกัดการขยายตัวของคลื่นเกาหลี และเตือนความเป็นไปได้ว่าคลื่นเกาหลีอาจจะลุกลามเป็นประเด็นที่ใหญ่โตกว่านี้ ถ้าปล่อยให้ไปเกี่ยวพันกับประเด็นอื่น
ช่วงระหว่างปี 2540 - 2543 ละครและเพลงเกาหลี ได้เป็นตัวผลักดันที่สำคัญในจีน ไต้หวันและเวียดนาม ก่อนจะขยายตัวไปเป็นภาพยนตร์และเกม และแผ่ขยายไปยังญี่ปุ่นและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถูกครอบงำด้วย ดารา อาหาร ภาษา การทำศัลยกรรมเสริมความงาม หรือแม้กระทั่งการ์ตูน ก่อนจะลามเข้าไปถึงเอเชียกลาง แอฟริกา และสหรัฐ



