
เทพไทซัดเสื้อแดงทำลูกจ้างราชประสงค์เดือดร้อน
โฆษกมาร์ค ซัดแดงทำลูกจ้างย่านราชประสงค์เดือดร้อน เย้ยบุกล้อมทีวีไร้ผล เพราะไม่มีใครให้โจรก่อการร้ายออกอากาศแน่ เตือนพท.ร่วมก่อการร้ายระวังโดนยุบพรรค ยัน 10 เม.ย. มาร์ค-เทือก ทำตามกม. ชี้ปล่อยอันธพาลครองเมืองไม่ได้ เตือนนักการเมือง-นักธุรกิจเอี่ยวแดง
(16เม.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหลังจากที่นปช.ได้ประกาศชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เพียงจุดเดียว ทำให้เศรษฐกิจสี่แยกราชประสงค์เสียหายวันละนับพันล้านบาท ซึ่งผู้ที่จะรับผลกระทบคือผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมไปถึงพนักงานที่มีรายได้รายวันได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ห้วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้ลูกจ้างของธุรกิจเหล่านี้ขาดรายได้ และไม่มีเงินที่จะเลี้ยยังชีพอีกต่อไป จึงอยากให้แกนนำผู้ชุมนุมได้เห็นใจผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ถ้าจะเปรียบเทียบกับรายได้ของแกนนำมันต่างกันลิบลับ วันนี้พวกคุณได้รับการสนับสนุนท่อนำเลี้ยงจากนายใหญ่เพื่อมาทำม็อบวันละ 20-30 ล้านบาท
ในขณะที่ลูกจ้างของธุรกิจไม่มีข้าวจะกิน ผู้ประกอบการรายใหญ่เสียหายวันละพันล้านบาท ซึ่งเปรียบเทียบกันไม่ได้ อยากถามว่าความเสียหายที่มีมันคุ้มค่าหรือไม่ ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจที่สี่แยกราชประสงค์อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่สามารถขัดขืนต่อต้านผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ เพราะม็อบเหล่านี้ได้ยกระดับจากแดงธรรมดาเป็นแดงก่อการร้ายเสียแล้ว มีการข่มขู่คาดโทษห้างสรรพสินค้าโรงแรมว่าถ้าหากตนเองได้รับชัยชนะในการเคลื่อนไหวก็จะมาคิดบัญชีภายหลัง เพราะนอกจากมีพฤติกรรมเยี่ยงโจรก่อการร้ายแล้วก็ยังทำตัวเป็นโจรเรียกค่าคุ้มครองอีก ทางพรรคได้รับการร้องเรียนและปรับทุกข์จากนักธุรกิจเหล่านี้หลายคนว่าต้องฝืนใจทนสภาพต่อไป และได้อำนวยความสะดวกให้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่นการให้บริการห้องน้ำ ห้องส้วม ทั้งที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการอย่างยับเยิน แต่ถ้าปิดการให้บริการก็ถูกแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมข่มขู่ตลอดเวลา ว่าจะบุกทำลายบ้าง จะลอบวางเพลิงบ้าง ซึ่งไม่คุ้มค่าสำหรับการต่อต้านผู้ชุมนุม
นายเทพไท กล่าวอีกว่า ในวันนี้การชุมนุมของแดงก่อการร้ายนับวันยิ่งจะเคลื่อนไหวขัดต่อกฎหมายมากยิ่งขึ้น ยิ่งถูกกดดันจากสังคม พวกนี้ก็ยิ่งยกระดับเป็นม็อบเกเร ม็อบนักเลง กลุ่มใดเห็นต่างหรือขัดขวางการเคลื่อนไหวก็จะถูกข่มขู่คุกคาม ทำร้าย และปิดล้อมเพื่อให้ทำตามความเคลื่อนไหวของตัวเอง รวมถึงการประกาศของแกนนำแดงก่อการร้ายบางคนว่าจะยกคนเสื้อแดงไปปิดล้อมการทำหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเพื่อไปกดดันขอเวลาชี้แจงความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงกับประชาชนในหน้าจอทีวีของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่สื่อต่างๆ จะเปิดโอกาสให้โจรก่อการร้ายที่กระทำผิดกฎหมายมาออกทีวีของรัฐ ปลุกระดมและบิดเบือนข้อเท็จจริง อยากจะให้แกนนำคนเสื้อแดงได้เคารพสิทธิการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชน ที่เป็นกระจกเงาสะท้อนแง่มุมต่างๆ ของการเคลื่อนไหวอย่างตรงไปตรงมา
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อรักษาการผบ.ตร. ให้ดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ก็อยากถามพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้ยังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองที่ทำงานในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ หรือกำลังแสดงบทบาทร่วมด้วยช่วยกันกับชุดแดงก่อการร้าย แบ่งหน้ากันเล่น ซึ่งอยากจะให้ใช้ความระมัดระวังในการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีโทษถึงการยุบพรรคได้ และอยากถามว่าการเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับนายกฯและนายสุเทพ นั้น บุคคลทั้งสองได้กระทำผิดกฎหมายอย่างไร เพราะที่ผ่านมาทั้งนายกฯและรองนายกฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ทั้งพ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ให้อำนาจการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายทุกประการ ผู้ชุมนุมต่างหากที่ได้เคลื่อนไหวนอกเหนือที่กฎหมาย และรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ ในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ก็จะถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะปีนี้เป็นปีพ.ศ. 2553 ไม่ใช่ปีพศ. 2499 ที่ปล่อยให้อันธพาลครองเมืองได้
นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนที่ศอฉ.เรียกนักการเมืองและนักธุรกิจเข้าชี้แจงนั้น ตนคิดว่าถ้ากลุ่มเหล่านี้มีความบริสุทธิ์ใจก็ควรให้ความร่วมมือกับศอฉ. ซึ่งพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงรัฐบาลก็คงจะเปิดโอกาสให้ชี้แจงจนเป็นที่เข้าใจกันทุกฝ่าย และอยากขอความร่วมมือในการทำงานของรัฐบาลในภาวะที่บ้านเมืองวิกฤต การที่ศอฉ.เรียกมารายงานตัวก็น่าจะเป็นเรื่องดีที่จะได้ทราบข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ดีกว่าปล่อยให้มีการวิเคราะห์ ประเมิน และรับข้อมูลจากรายงานของฝ่ายข่าวเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็จะมีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสังคมอาจตั้งข้อสงสัยว่าคนเหล่านี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มแดงก่อการร้ายจริง จึงไม่กล้ามาพบเจ้าหน้าที่ของศอฉ. ความจริงเรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นที่คนเหล่านี้ต้องวิตกจริตจนเกินไป เพราะภายใต้สังคมที่ปกครองโดยระบบนิติรัฐ ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีและสมบูรณ์ที่สุดก็เพียงพอแล้ว
สั่งชุดปราบจราจลพร้อมรับมือแดงยึดศาลากลางรอบสอง
พ.ต.อ.เขมรินทร์ หัสสิริ รองโฆษกตำรวจภูธรภาค 5 เผยว่า ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำสั่งให้ชุดปฏิบัติการจำนวน 20 ชุด และ ชุดปราบจราจล ใน จ.เชียงใหม่ เตรียมพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที โดย พ.ต.อ.เขมรินทร์ ระบุว่า เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือการบุกเข้ายึดหรือสร้างความวุ่นวายในศูนย์ราชการและ สทท.11 ซึ่งคาดว่าหากแกนนำ นปช. ในกรุงเทพฯ ถูกจับกุม หรือเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงเข้าสลาย กลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ อาจระดมมวลชนเข้ากดดันศูนย์ราชการและ สทท.11 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวแบบคู่ขนานเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา
ส่วนการส่งกำลังตำรวจเข้ากรุงเทพฯ ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 5 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมรักษาความสงบในกรุงเทพฯ แล้วจำนวน 6 กองร้อย โดยใช้กำลังจากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ยกเว้นจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งต้องรักษาพื้นที่



