ข่าว

ประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย

16 เม.ย. 2553

เข้าใจว่า การรวมตัวกันของคนชุมชนออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายนนั้น เป็นวันที่สอง แต่หากนับการนัดชุมนุมที่สวนจตุจักร ก็คงจะเป็นวันที่สามแล้ว

 แต่จำนวนวันที่ชุมนุมอาจไม่ใช่ประเด็น ไม่ใช่ความหมาย เพราะกลุ่มคนที่น่าจะเรียกว่า อยู่ในวัยรุ่น-วัยทำงาน มีความรู้ สามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต และมีความคิดเหล่านี้ ใช้ช่องทางเพื่อที่จะบอกสังคมคนทั่วไปว่า รู้สึกคิดเห็นกับการเมืองในวันนี้อย่างไร

 บางคนอาจรักชอบรัฐบาลนี้ หรือนิยมชื่นชมกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว และบางคนอาจชิงชังวิธีการแนวทาง และความเชื่อของคนเสื้อแดง ก็เลยลุกขึ้นมาแสดงความเห็นที่แตกต่าง

 ขณะเดียวกัน ก็มีบางคนที่ไม่ได้รักชอบพอรัฐบาลนี้ แต่เห็นว่า โดยระบอบแล้วรัฐบาลนี้มีความชอบธรรมที่จะอยู่ ที่จะแข็งขืนต่อการบีบบังคับทุกรูปแบบ แม้กระทั่งจับคนเมืองหลวงโดยเฉพาะย่านสี่แยกราชประสงค์เป็นตัวประกันจากคนเสื้อแดง ก็เลยหันมาอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

 ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือความสวยงามของประชาธิปไตย

 สำนึกว่าตนมีสิทธิ เสรีภาพ ก็ต้องคิดถึงคนอื่นที่เขาก็มีสิทธิ มีเสรีภาพด้วยเช่นกัน

 แต่บ้านเมืองที่มันวุ่นวายทุกวันนี้ ก็เพราะมีคนที่คิดว่ามีสิทธิในกรชุมนุม แล้วก็หลับหูหลับตามองว่า สิทธินั้นคือสิ่งที่ต้องเคารพ ไม่ได้ดูว่าการใช้สิทธินั้นถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ ที่ว่าเรียกร้องประชาธิปไตย ความจริงวันนี้หรือทุกวันนั้นมันใช่แบบนั้นหรือไม่

 การออกมาเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ที่ใครต่อใครก็คิดว่า มีตัวตนเฉพาะโลกออนไลน์ จึงน่าจะทำให้คนในสังคมรวมทั้งนักวิชาการที่มองเห็นการชุมนุมเป็นสิทธิที่กระทำได้และรัฐต้องดูแล ควรจะหันกลับมาสำรวจตัวเองสักนิด

 คนกลุ่มนี้ก็ใช่ว่าจะสักแต่รู้จักว่าจะชุมนุมแล้วก็ระดมคนมาเหมือนคนบางกลุ่ม พวกเขาพยายามถกเถียงหาวิธีการเพื่อแสดงออกอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้เป็นเงื่อนไขให้คนเสื้อแดง หรือเสื้อสีอื่นเอาไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง หรือเอาไปเป็นเหตุก่อความรุนแรง

 ถกกันถึงขั้นว่า ไม่ควรมีสัญลักษณ์ประจำกลุ่มที่จะเป็นสัญลักษณ์ "บอกฝ่าย" อันจะเพิ่มความแรง/ลึกของรอยแยกในบ้านเมืองให้มากขึ้น

 อย่างที่บอกแต่แรก จำนวนคนไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นก็คือว่า มีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา บรรดาคนเสื้อแดงทั้งหลาย นักวิชาการเสื้อแดงทั้งหลาย จะยอมรับความเห็นของคนเหล่านี้ได้หรือไม่

 "ประชาธิปไตย" ที่เพรียกหานั้น ได้เข้าอกเข้าใจกันบ้างไหม ว่าต้องเคารพความเห็นที่แตกต่าง หรือคำว่าประชาธิปไตย มันก็แค่วลีหนึ่งที่พูดกันบ่อยจนไม่รู้ว่า ต่างจากคำว่า กินข้าว กินน้ำ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้อย่างไร

ศรายุทธ สายคำมี [email protected]