ข่าว

โสภิต ภาโนมัย sopit.pa @ spu.ac.th-ฟุตบอลลีกภูมิภาค

โสภิต ภาโนมัย sopit.pa @ spu.ac.th-ฟุตบอลลีกภูมิภาค

16 มี.ค. 2552

หลังได้ฤกษ์คิกออฟต้อนรับกระแสความนิยมที่มากขึ้นของแฟนบอล ที่รอกันมานานกับฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 หนนี้เรียกว่าคึกคักผิดหูผิดตา ประมาณว่าความศรัทธาในบอลไทยของคนไทยเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นในอารมณ์ ฟีเวอร์สุดๆ อย่างนี้ต้องขอชมความบ้ากล้าหักดิบของ เอเอฟซี


  สิ่งเหล่านี้ถือเป็นผลพลอยได้ของวงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และอานิสงส์จากจุดนี้ต้องยอมรับว่าได้แผ่กระจายระบาดไปทั่วถึงฟุตบอลระดับภูมิภาคมีความตื่นตัวกันมากขึ้น สมาคมฟุตบอล ถือว่าการฉวยโอกาสที่เหมาะกับเหล็กกำลังร้อนสุดๆ อย่างนี้ ผลักดันสร้างและเสริมรากฐานให้แก่วงการบอลไทยให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น จัดตั้งให้มีการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาคเกิดขึ้น นับเป็นลีกอาชีพที่ระดับภูมิภาคเองก็ให้ความร่วมมือกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
 เรื่องดังกล่าว วรวีร์ มะกูดี นายกมาคมฟุตบอล มอบหมายและจัดตั้งให้ วิมล กาญจนะ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลภูมิภาค โดยมี สถาพร โคตรบุตร รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน วิโรจน์ ปลุกใจ และ เกรียงสิทธิ์ หนุ่มรักชาติ เป็นประธานฝ่ายพัฒนาภูมิภาค และ ชัยโชค พุ่มพวง อุปนายกสมาคม ต้องบอกว่าคณะกรรมการชุดนี้ถือเป็นรากฐานที่ร่วมกันผลักดันมาตั้งแต่ต้นๆ จนบัดนี้สิ่งที่ได้ก่อร่างสร้างด้วยความเชื่อและความศรัทธานั้น วันนี้เป็นความจริงที่ การแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค (ดิวิชั่น 2) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยจะมีการเปิดสนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ที่สนามกีฬาจังหวัดภูเก็ต เป็นการพบกันระหว่าง จ.ภูเก็ต กับ จ.สตูล ก็ต้องขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนงบประมาณจัดการแข่งขันในครั้งนี้ถึง 15 ล้านบาท ก็ติดตามกันต่อไปว่าทั้ง 56 ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ จากทั้ง 5 ภูมิภาค ว่าทีมใดที่จะเป็นตัวแทนติด 1 ใน 3 ที่ก้าวสู่ลีกดิวิชั่น 1 ต่อไป
 ตรงนี้ก็ขอฝากไปถึงยังรัฐบาลความหวังของคนไทยของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมช่วยกันพัฒนาสนับสนุนจังหวัดต่างๆ ผมเชื่อว่าฟุตบอลรายการนี้จะเติบโต แข็งแกร่งและยืนด้วยลำแข้งตัวเอง เป็นเป้าหมายของคนไทยทั้งชาติที่อยากจะเห็นบอลไทยไปบอลโลกนั้นไม่ไกลแน่นอน เพราะเมื่อใดลีกภูมิภาคมีความแข็งแกร่ง และนักกีฬาสามารถพัฒนาก้าวไปยืนอยู่ในลีกอาชีพที่สูงได้ ก็จะเป็นการดีที่จะให้ทีมชาติมีตัวเลือกที่มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน
 สำหรับกฎและกติกามักจะมาพร้อมๆ กับการแข่งขันเสมอ ซึ่งสมาคมฟุตบอล งานนี้เอาจริงออกกฎระเบียบส่งสัญญาณเตือนไปถึงพฤติกรรมพวกที่ชอบนอกลู่นอกทางไม่ว่าจะเป็นสโมสร โค้ช ผู้เล่น และผู้ตัดสิน รวมไปถึงผู้ที่คิดจะบ่อนทำลายวงฟุตบอลไทยที่คิดมิชอบโดนแน่ถึงขั้นติดคุก สมาคมฟุตบอลตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามความประพฤติมิชอบในวงการฟุตบอลไทย (ปปบ.) โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการนครบาล เป็นประธานเข้ามาสอดส่องดูแล
 ปิดท้ายขอย้อนกลับไปเมื่อปี 2528 กับชายที่มีความเชื่อและมั่นใจว่าการทำหนังสือพิมพ์กีฬารายวัน “สยามกีฬา” ในวันนั้น จะเป็นการปลุกความสำนึก กระตุ้นให้เกิดความสนใจ ติดตามและเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกีฬาประเทศไทยให้มีความทัดเทียมกับบรรดาอารยประเทศนั้น จนแล้วจนรอดชายที่ชื่อว่า ระวิ โหลทอง แม่ทัพใหญ่ ได้นำพา “สยามกีฬา” ฉบับแรกของเมืองไทยในวันนี้ ก้าวผ่านทั้งพายุลมฝนที่โหมซัดกระหน่ำลูกแล้วลูกเล่ารอดมาจนถึงฝั่งทุกวันนี้ มีอายุครบรอบ 24 ปีแล้ว นับได้ว่าเป็นสถาบันสื่อกีฬาอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ก็ขอแสดงความยินดีและร่วมแฮปปี้เบิร์ธเดย์ด้วยครับ