ข่าว

นักธุรกิจผวาแดงยึดราชประสงค์ยืดเยื้อส่อพังแสนล้าน

นักธุรกิจผวาแดงยึดราชประสงค์ยืดเยื้อส่อพังแสนล้าน

16 เม.ย. 2553

นักวิเคราะห์ประเมิน 2 สัปดาห์เศรษฐกิจสูญกว่า 7 หมื่นล้าน 4 ห้างดังปิดไม่มีกำหนด เผยขาดรายได้ 1,800 ล้าน เล็งถกแกนนำ นปช.-รัฐบาลปลดล็อกการเมือง

ภายหลังแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สั่งเคลื่อนทัพคนเสื้อแดงจากเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนิน ไปสมทบที่เวทีแยกราชประสงค์ และจะปักหลักชุมนุมโดยไม่มีกำหนด ทำให้ย่านธุรกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานครตกอยู่ในสภาพเป็นอัมพาตทันที รวมถึงชะตากรรมของพนักงานบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย และไร้คำตอบว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายน แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ระบุว่า นักธุรกิจได้ประเมินสถานการณ์ใหม่หลังกลุ่มคนเสื้อแดงย้ายการชุมนุมมาที่แยกราชประสงค์เพียงจุดเดียว เบื้องต้นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จะปิดบริการแบบไม่มีกำหนด หลังจากก่อนหน้านี้เปิดบริการเป็นบางวัน คือ สยามพารากอน บิ๊กซี ราชดำริ เซ็นทรัลเวิลด์ และเกษรพลาซ่า ส่วนที่เหลือให้สมาชิกตัดสินใจเอง พร้อมทั้งดูแลทรัพย์สินและกันพื้นที่รอบอาคารไว้ส่วนหนึ่งด้วย

 "สมาคมเป็นห่วงว่าอาจจะมีความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ถ้าการชุมนุมยังยืดเยื้อต่อไป สมาคมจะต้องหาทางเจรจากับแกนนำ นปช. รวมทั้งรัฐบาลเพื่อหาทางออก พร้อมกับเรียกร้องให้ นปช.เปลี่ยนสถานที่ชุมนุม คาดว่าจะคุยกันภายในสัปดาห์หน้า" แหล่งข่าวกล่าว

 ส่วนความเสียหายทางธุรกิจตลอดระยะเวลา 12 วัน ที่กลุ่ม นปช.ชุมนุมนั้น จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท หรือวันละ 150 ล้านบาท ทั้งในส่วนของโรงแรมที่ไม่มีลูกค้าเข้าพักเพิ่มเติม หรือห้างสรรพสินค้า แม้จะเปิดให้บริการ แต่ก็ไม่มีลูกค้า รวมทั้งพนักงานลูกจ้างของห้างร้านที่ต้องขาดรายได้จากยอดขาย

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ความเสียหายของธุรกิจย่านราชประสงค์เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 500 ล้านบาท โดยการชุมนุมประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท

 "หากรัฐบาลไม่เร่งเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อหาช่วงเวลาเหมาะสมในการประกาศยุบสภา ความเสียหายของธุรกิจย่านนี้จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้น รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติด้วย" นายธนวรรธน์กล่าว

 ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงย้ายผู้ชุมนุมจากบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ไปรวมกับกลุ่มเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ถือว่าไม่มีอะไรผิดแปลก เพราะไม่ได้มีการสลายการชุมนุม เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ให้มาอยู่รวมกันเพียงจุดเดียว

 นายเจริญ กล่าวอีกว่า หากมองถึงผลกระทบนับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม-15 เมษายน และยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร เมื่อไรนั้น หากคิดเป็นเม็ดเงินที่ประเทศไทยต้องสูญเสียไปจากรายได้ของธุรกิจบริการต่างๆ รอบบริเวณถนนราชประสงค์และจากการท่องเที่ยว น่าจะเป็นเงินนับหมื่นล้านบาทแล้ว

 "หากสถานการณ์ไม่รู้ว่าจะจบหรือยุติเมื่อไร ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นในวงกว้างจนยากที่จะประเมินได้ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของประเทศ และที่น่าเสียดายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยปกติในย่านธุรกิจราชประสงค์จะมีความคึกคัก แต่ปีนี้ได้รับผลกระทบจนกลายเป็นสงกรานต์ที่เงียบเหงา ดังนั้นในสัปดาห์หน้าจะประชุมสมาชิกเพื่อประเมินสถานการณ์ทั้งหมดและอาจต้องมีการแถลงการณ์ข้อเรียกร้องเพื่อให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจากัน เพื่อร่วมกันหาทางออกให้แก่ประเทศชาติกันต่อไป" นายเจริญกล่าว

 นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวอีกว่า ความเสียหายตอนนี้หลายหมื่นล้าน แต่จะถึงแสนล้านหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจ โดยก่อนหน้านี้ภาคการท่องเที่ยวคาดหวังว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตามตั้งแต่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และรัฐบาลประการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมถึง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตัวเลขด้านการท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้อัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวลดลงมาอยู่ที่ราวร้อยละ 30 จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ร้อยละ 60-70 ซึ่งลดลงจากช่วงปกติราวร้อยละ 80-90 นั่นหมายความว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าไว้แน่นอน

 "ผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงมีต่อเนื่อง เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมองว่าปีนี้จะเป็นอีกปีหนึ่งที่ธุรกิจการท่องเที่ยวย่ำแย่มาก" นายเจริญกล่าว

 ส่วนนางมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้การท่องเที่ยวภายในประเทศได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงร้อยละ 70 โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีระยะไกลกว่า 300 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นและเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งผู้ปกครองมักจะพาบุตรหลานออกไปท่องเที่ยวในวันหยุดยาว และปกติที่พักจะถูกจองเต็ม 100% ดังนั้นอาจจะกระทบการท่องเที่ยวหลังจากเดือนพฤษภาคมที่เป็นช่วงเปิดเทอมและยอดการท่องเที่ยวตกต่ำทุกปี

 “ยังรู้สึกกังวลใจกับปัญหาระยะยาว ที่คนไทยขาดความสามัคคีอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันแก้ไข ให้เริ่มต้นด้วยการอย่าปิดกั้นสื่อ ปล่อยให้สื่อมวลชนทำงานได้เต็มที่ ให้ความจริงปรากฏ เพื่อทุเลาเบาบางอารมณ์รุนแรง และให้ประชาชนได้รู้จักการวิเคราะห์ หากปล่อยให้เสนอข้อมูลด้านเดียว ถือว่าเป็นสิ่งอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะจะเร่งเร้าให้ผู้คนออกมาชุมนุมมากขึ้น” นางมัยรัตน์กล่าว

 นางมัยรัตน์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าว่า สมาคมร่วมกับ ททท. และกองทุนบำเหน็จข้าราชการพลเรือน (กบข.) จัดโปรแกรมพิเศษท่องเที่ยวสำหรับสมาชิก กบข.ด้วยการให้สิทธิพิเศษ เป็นการกระตุ้นให้ข้าราชการและอดีตข้าราชการท่องเที่ยวในประเทศ โดย ททท.จะช่วยส่งเสริมด้านประชาสัมพันธ์โดยจะทำไปจนถึงเดือนกันยายน เพื่อให้คนไทยเพิ่มความถี่ในการท่องเที่ยวมากขึ้น

 วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์บลูมเบิร์กว่า การชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมากถึง 2% จากที่ประเมินไว้ 4.5% หากว่าสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไขในเร็ววัน

 "ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในประเด็นยุบสภาในทันที แม้ว่าบรรดาผู้นำหลายคนในรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะยอมปฏิบัติตาม เพราะการยุบสภาไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองระยะยาวแก่ประเทศ" นายกรณ์กล่าว

 ส่วนที่ก่อนหน้านี้ นายกรณ์ระบุว่าเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหาแนวทางชดเชยรายได้ลูกจ้างรายวันของบริษัทห้างร้านย่านราชประสงค์นั้น ศ.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะชดเชยความเสียหายให้แก่ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินที่มีข้อจำกัด แต่อาจจะทำให้ได้โดยให้กระทรวงการคลังประสานงานกับสถาบันการเงินให้ผ่อนผันการชำระหนี้สำหรับผู้ประกอบการที่ประสบปัญหา หรือจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา โดยให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนภาพรวมความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ในเวลานี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งขายปลีกและขายแบบเล่ม พ่อค้าแม่ค้ายอมรับว่า ตั้งแต่เกิดความไม่สงบทางการเมือง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้อ ทำให้ผู้ค้าไม่กล้าเดินทางมาซื้อสลากในพื้นที่ ทำให้ยอดขายในช่วงสงกรานต์ปีนี้ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี กระทั่งบางรายขาดทุนหลักล้านบาท ประกอบกับสงกรานต์ปีนี้หยุดยาวต่อเนื่องถึง 9 วัน ส่งผลให้ประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดมากกว่าทุกปี ยี่ปั๊วต้องยอมเลหลังขายขาดทุนก่อนถึงวันออกรางวัลในวันที่ 16 เมษายนนี้ จากราคาขายเดิม เล่มละ 8,200 บาท เหลือเพียง 6,000 บาท หวยชุดจาก 900-1,000 บาท เหลือเพียง 700-800 บาท ส่วนราคาขายปลีก ล่าสุด เหลือเพียงใบละ 50-60 บาท