
แบล็กฮอว์กดาวน์
ผมดูคลิปวิดีโอคืนหฤโหดบนถนนราชดำเนินจากหลายสำนักข่าว เหมือนนั่งชมหนังเรื่อง Black Hawk Down ที่สร้างจากเรื่องจริงของสงครามในย่านดาวน์ทาวน์ เมืองโมกาดีชู ประเทศโซมาเลีย เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
ใครเลยจะนึกว่า ทหารจาก 3 กองพลหลักของประเทศคือ พล.ร.2 รอ. (ปราจีนบุรี) พล.ม.2 รอ. (สนามเป้า) และ พล.ร.9 (กาญจนบุรี) จะมาตกหล่ม "สงครามกองโจรราชดำเนิน"
มันช่างเหมือนนาวิกโยธินสหรัฐ ตกอยู่ในวงล้อมของ "นักรบจรยุทธ์" กลางเมืองโมกาดีชู
นี่เป็นการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนครั้งแรกในเมืองไทย ที่มีการเผยให้เห็นโฉมหน้า "กองกำลังติดอาวุธ" อย่างชัดเจน โดยเทคโนโลยีการบันทึกภาพที่ทันสมัย
หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ผมมอบหมายให้น้องนักข่าวคนหนึ่งไปทำรายงานเกี่ยวกับสภาพชุมชนสองฟากฝั่งถนนราชดำเนิน
จึงทราบว่า ถนนราชดำเนินตั้งแต่ช่วงสี่แยกคอกวัว ถึงสะพานผ่านฟ้า เป็นยุทธภูมิที่เหมาะแก่การดำเนิน "สงครามจรยุทธ์ในเมือง" มากที่สุด เพราะมีตรอกซอกซอยเยอะ และเชื่อมต่อกันตลอดแนวถนน
ทหารราบจากกองพล 9 และทหารพลรบพิเศษ เคยเจอเหตุการณ์ "ค่ำคืนอันโหดเหี้ยม" มาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535
เมื่อเจอ "หน่วยรบทมิฬ" ยิงออกมาจากตรอกซอกซอย และบนหลังคาตึก บีบให้ทหารต้องใช้กระสุนจริงสาดใส่ไปทั่วถนน ผู้ชุมนุมที่แค้นคลั่งถูกกระสุนร่วงราวนกถูกสอยจากกิ่งไม้
พลันที่เสียงปืนสงบ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และทหารก็ถอยกลับกรมกอง พร้อมกับคำก่นด่า "ทหารฆ่าประชาชน"
นักประชาธิปไตยหน้าใสโผล่หน้าออกจอทีวี สดุดีวีรชนพฤษภาคม แต่ไม่มีใครพูดถึง "นักรบนิรนาม"
อันที่จริง "นักรบนิรนาม" เคยปรากฏตัวมาแล้วในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมบนถนนราชดำเนินของฝ่ายทหาร ก็พบว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยิงปืนมาจากดาดฟ้ากรมสรรพากร (ปัจจุบันเป็นที่จอดรถกองสลากฯ)
ตอนหลังตำรวจแถลงข่าวว่า จับกุมอดีต "ทหารเสือพราน" สังกัดกอง บก.333 จำนวน 19 คน บริเวณกรมสรรพากร แต่เรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป เมื่อมีรัฐบาลใหม่
หลายสิบปีต่อมา "เทพ 333" อดีต ผบ.ทหารพราน จึงได้เปิดเผยความจริงว่า ตัวเขาและพล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ.สมัยนั้น ได้มีบทบาทในการกดดันให้จอมพลถนอม ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และเดินทางออกนอกประเทศ
แต่ผู้นำนักศึกษายุคหลัง 14 ตุลา ไม่พยายามพูดถึง "กองกำลังนิรนาม" และการเปลี่ยนถ่ายอำนาจในกลุ่มชนชั้นนำ เพราะมันจะลดทอน "ชัยชนะของพลังประชาชน"
เช่นเดียวกับกรณีพฤษภาทมิฬ นักประชาธิปไตยหน้าใส ทำเป็นมองข้ามกลุ่มนักรบนิรนามที่ก่อสงครามอนาธิปไตย และแสดงความรังเกียจ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แต่ในวงเล็กกลับแอบชื่นชม "นักรบแมงกะไซค์" ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
เมื่อนั่งทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ผมเลยได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง นักประชาธิปไตยหน้าใสทั้งหลาย มักปฏิเสธ "อนาธิปไตย" แต่หากผลแห่งการก่อการจลาจลนำผลประโยชน์มาแก่ตนได้ ก็จะปิดตาข้างหนึ่ง หรือดังภาษิตที่ว่า "เกลียดตัวกินไข่ เกลียดอนาธิปไตยกินน้ำเลือดวีรชน"
บ้านเราที่มันแย่อยู่ทุกวันนี้ เพราะเรามี "นักมายากลธิปไตย" อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง!
แคน สาริกา



