ข่าว

แดงน่านปิดล้อมทุบรถรมช.สธ.น้อง"สมศักดิ์"

แดงน่านปิดล้อมทุบรถรมช.สธ.น้อง"สมศักดิ์"

15 เม.ย. 2553

รมช.สธ. พรรคภูมิใจไทยถูกกลุ่มคนเสื้อแดงน่านปิดล้อมและทุบรถ ระหว่างเดินทางไปเป็นประธานพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ยกยอดฉัตรพระบรมธาตุประจำหมู่บ้านอำเภอปัว โชคดีฝ่าวงล้อมออกมาได้ ก่อนยกเลิกแผนเยี่ยมราษฎรและหาเสียงช่วยส.อบจ. เสื้อแดงยกขบวนชูภาพศพผู้ชุมนุมป่ว

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 เม.ย. 2553 นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทย น้องสาวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ยกยอดฉัตรพระบรมธาตุมหาราชล้านนา เจดีศรีจอมไพร วัดหัวเมือง บ้านหัวเมือง ตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นวัดชื่อดังประจำหมู่บ้าน เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านและชาวต่างจังหวัด โดยมีนายดร งามธุระ สมาชิกสภาจังหวัดน่าน สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ประสาน พร้อมกลุ่ม อสม.ตลอดจนข้าราชการในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

 ระหว่างการทำพิธีก็ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดง นปช.อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้างและอำเภอปัว กว่า 300 คน ได้ปิดทางเข้าออกวัดดังกล่าว พร้อมใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีขับไล่เป็นระยะ ๆ ระหว่างทำพิธีและการปราศรัยพบปะกับผู้มาร่วมพิธี ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่พอใจที่กลุ่มคนเสื้อแดงมาก่อกวนในงานทำให้มีปากเสียงกันพอสมควร

 จนกระทั่งนางพรรณสิริ  ประกอบพิธีเสร็จึงเดินไปขึ้นรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้าจูนเนอร์ เพื่อเดินทางกลับ กลุ่มคนเสื้อแดงที่รออยู่ได้กรูกันเข้าหารถใช้มือทุบกระจก ท่ามกลางการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และตำรวจ  ต่อมารถของคณะนายพรรณสิริ สามารถแหวกวงล้อมออกมาได้คนขับจึงรีบขับรถออกไปทันที โดยมีรถของกลุ่มคนเสื้อแดงวิ่งไล่ตามแต่ไม่ทัน แม้รถยนต์ของคณะนางพรรณสิริ จะไม่ได้รับความเสียหายแต่ต้องยกเลิกกำหนดการที่จะไปเยี่ยมประชาชนที่อำเภอทุ่งช้าง เพราะเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย

 รายงานข่าวแจ้งว่า การเดินทางมาของรถคณะนางพรรณสิริ ครั้งนี้เพื่อจะเป็นการหาเสียงให้กับ นายดร งามธุระ สจ.น่านเขตทุ่งช้าง ซึ่งถูกวางตัวให้ลงเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 แข่งกับ ดร.วัลลภ สุปริยศิลป์ พรรคเพื่อไทย

แดงยกขบวนชูภาพศพผู้ชุมนุมป่วนหน้างานดำหัวผู้ว่าฯเชียงใหม่

 เมื่อเวลา 13.30 น. กลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่51และกลุ่มนปช.แดงเชียงใหม่ รวมกันกว่า 100 คน ได้มารวมตัวชุมนุมกันที่หน้าจวนผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ เชิงสะพานนวรัฐ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยนำป้ายภาพศพนปช.แดงที่เสียชีวิตจากการชุมนุมปะทะกับทหารที่กรุงเทพฯมายืนชูโห่ร้องพร้อมโบกธงแดงอยู่ที่ริมฟุตบาทและขยับเลยลงมายืนบนพื้นถนน ระหว่างที่ขบวนแห่พิธีดำหัวผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก 25 อำเภอของจ.เชียงใหม่และภาคเอกชนกว่า 52 หน่วยงานได้เดินเท้าเคลื่อนจากลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์มาถึงหน้าจวนผู้ว่าฯ เพื่อเข้าไปขอขมาลาโทษและขอพรกับนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นประเพณีล้านนาอันศักดิ์สิทธิ์ที่กระทำสืบต่อกันมาช้านานทุกปี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและตชด.ใน และนอกเครื่องแบบกระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งด้านในและนอกจวนฯ

 ระหว่างที่ขบวนแห่ดำหัวผู้ว่าฯเดินทางมาถึงหน้าจวน กลุ่มคนเสื้อแดงได้พากันตั้งแถวเผชิญหน้ากับขบวนและพากันตะโกนโห่ร้องเข้าใส่ผู้เดินขบวนแห่ที่สวมชุดพื้นเมืองล้านนา ในลักษณะของการก่อกวนแต่ก็ไม่ได้มีการเข้าไปทำร้ายร่างกายหรือกระทำผิดกฎหมายใด ๆ นอกจากนี้บางขบวนที่เป็นหน่วยงานของเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งมีนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีที่เครือญาติมีสายสัมพันธุ์กับพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้มีการปรบมือและส่งเสียงโห่ร้องในลักษณะชื่นชมยินดีและนำน้ำในขันมาสาดรดใส่นายทัศนัยและคณะอย่างเป็นมิตร หลังขบวนผ่านเข้าไปในจวนผู้ว่าฯจนครบกลุ่มเสื้อแดงก็ได้แยกย้ายกันกลับโดยไม่มีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่สร้างความแตกตื่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศอยู่พอสมควร
 
นักสันติวิธีภาคใต้แนะรัฐบาลเจรจานปช.ยุติความรุนแรง

 นายแพทย์ไพศาล เกื้ออรุณ ประธานนักสันติวิธีภาคใต้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาโยง รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิเกา เปิดเผยว่า ความแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องที่ปกติทางสังคม แต่วันนี้เห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น มีการมองฝ่ายตรงกันข้ามว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย หากเป็นความคิดอย่างนี้ เชื่อว่าจะไม่สามารถหาข้อยุติได้ ดังนั้นอย่ามองว่าการคิดที่ต่างกันเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย แต่ให้เห็นว่าความขัดแย้ง เป็นเรื่องปกติของคนที่มีสติปัญญา เพียงขอให้ความขัดแย้งอยู่บนพื้นฐาน ของความไม่รุนแรง และให้ยอมรับความคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง

 ดังนั้นเห็นว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ ยังหาทางแก้ไขได้ เพราะเห็นว่าที่ผ่านมา ความขัดแย้งที่นำไปสู่สงครามโลก ยังสามารถยุติเพราะการเจรจา ยิ่งความขัดแย้งที่มากขึ้น การเจรจาจะต้องมากขึ้นด้วยเช่นกัน บางครั้งก็ไม่สามารถให้คู่กรณีมาเจราได้ จึงจำเป็นต้องมีคนกลาง เพื่อหาข้อยุติ และบางครั้งก็ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งก็จะต้องหาคนกลางที่ไม่ใฝ่ฝ่ายใด ที่จะมาเป็นคนกลางเพื่อเจรจา และจะเป็นบุคลที่ยอมรับทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย และจะต้องหาต้นตอของความขัดแย้ง อันมาจากข้อมูล ผลประโยชน์ โดยเฉพาะหากเป็นความขัดแย้งทางความเชื่อ เราจะต้องหาทางแก้ไขทางความเชื่อให้ข้อมูลตรงกัน

 ส่วนการที่นักวิชาการได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ควรจะเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมหาทางแก้วิกฤติปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองทุกวันนี้ นายแพทย์ไพศาลได้กล่าวว่า ตนเองมีความเห็นว่าตราบใดก็ตามที่เอาตัวแทน ของคนแต่ละฝ่ายมาเจรจา ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนใดก็ตาม แต่ยังคิดว่าตนเป็นตัวแทนฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด เชื่อว่าการเจรจาก็จะไม่มีคำว่าสำเร็จ แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ จะต้องหาคนกลาง ที่ไม่ใช่ฝ่ายเขา ฝ่ายเรา โดยทุกฝ่ายที่เข้าร่วมเจรจา จะต้องมีความเชื่อมั่นต่อบุคลที่จะเข้าร่วมเจรจา ไม่คิดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย เป็นฝ่ายเสื้อแดง อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน เป็นฝ่ายเสื้อเหลือง โดยเฉพาะหากเชิญบุคลที่ไม่เป็นกลาง ยิ่งทำให้แต่ละฝ่ายเสียความรู้สึก แต่ควรจะเชิญบุคลภายนอก ที่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายต่างๆ หรือคนที่อยู่ริมระเบียง ตนเห็นด้วยกับการเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี แต่จะต้องเชิญมาในฐานะคู่กรณี และจะต้องเชิญอีกคนเข้ามาเจรจาในฐานะคนกลาง คนกลางจะต้องเป็นบุคลที่มีความเชื่อมั่นทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งต้องยืนอยู่บนข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ตนเองเชื่อมั่นว่าถึงวันนี้ทุกฝ่ายอยากจะให้บ้านเมืองสงบสุข

 นอกจากนั้นนายแพทย์ไพศาล ยังได้กล่าวว่าแม้ว่าหลายฝ่าย ได้วิตกกังวลว่าหากการเจรจารอบ 3 จะไม่สำเร็จ จะยิ่งส่งผลไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น หรือขยายเป็นสงครามกลางเมือง ซึ่งเรื่องนี้ตนเองเห็นว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือ ครั้งที่ 2 เห็นว่าทุกครั้งจะมีการเจรจาเพื่อขอยุติสงคราม แต่ต้องยอมรับว่าฝ่ายใดก็ตามที่เป็นต่อ จะพยายามกดดันให้อีกฝ่ายรับรับเงื่อนไขของฝ่ายหนึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เช่นเดียวกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง หรือ นปช.ที่พยายามให้รัฐบาลยุบสภาในขณะนี้ ตามเงื่อนไขที่ได้ตั้งไว้

 อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หลังจากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด จะหาทางลงด้วยกันทั้งสิ้น ความรุนแรงจะลดลง หลังจากที่ร้อนแรงที่สุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่าทุกคน ทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อต้องการให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งเห็นว่าหากทุกฝ่ายมีเป้าหมายบริสุทธิ์ การแก้ไขและหาความสงบสุขเชื่อว่าต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน