
ถนนข้าวเหนียวคึกปชช.แห่เล่นสงกรานต์วันละแสนคน
ศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เผยประชาชนแห่ร่วมกิจกรรมประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน และถนนข้าวเหนียว วันละ 118,704 คน เหตุผลเพราะมีความปลอดภัยสูง มีความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ และอยากร่วมกิจกรรมสร้างสถิ
(15เม.ย.) นายนิรุจน์ อุทธา ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เปิดเผยถึงผลการสำรวจข้อมูลงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว สนุกปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2553 ว่า จากการเก็บข้อมูลประชาชนที่เข้าร่วมงานโดยการประเมินและการแจกสายรัดข้อมือผู้เข้าร่วมงานพบว่ามีประชาชนมาเที่ยวงานเฉลี่ยวันละ 118,704 คน รวม 3 วัน จำนวน 356,112 คน แยกเป็นคนขอนแก่น 97,438 คน ต่างจังหวัด 20,994 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 272 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่เดินทางมาไกลที่สุดที่มาเที่ยวประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน คือภาคใต้ ยะลา ภาคเหนือ คือเชียงใหม่ ภาคกลางคือ กรุงเทพฯ และภาคอีสานคือ อุบลราชธานี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่มาจาก สหรัฐอเมริกา ยูเครน อังกฤษ เกาหลี และญี่ปุ่น
ทางด้านอายุนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดที่เดินทางมาเที่ยวคือ 6 เดือน โดยมาพร้อมกับผู้ปกครอง ส่วนนักท่องเที่ยวอายุสูงสุดที่เข้ามาเที่ยวถนนข้าวเหนียวคือ 78 ปี โดยมาเที่ยวพร้อมครอบครัว ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลแสดงว่า ถนนข้าวเหนียวกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวทุกเพศวัย
นายนิรุจน์ กล่าวว่า การดื่มแอลกอฮอล์ลดลงจากปีที่ผ่านมาจาก 17.4% เหลือเพียง 9.51% ถือเป็นครั้งแรกที่สามารถลดการดื่มแอลกอฮอล์ที่ถนนข้าวเหนียวลงได้สำเร็จในระดับไม่ถึง 10% และไม่พบการทะเลาะวิวาทที่รุนแรงและการละเล่นสงกรานต์ที่ไม่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่เหตุผลที่ประชาชนมาร่วมงาน ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสานเทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียวก็คือ 1.มีความปลอดภัยสูงคิดเป็น 86.3% 2.มีความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ 85.6% 3.อยากร่วมกิจกรรมสร้างสถิติคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ 71.4%
และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชอบมากที่สุด 6 อันดับในประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสานเทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว ก็คือ คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 98.1% การแสดงดนตรีที่สนุกและหลากหลาย 95.3% การเลี้ยงอาหารวันข้าวเหนียวครอบครัวเดียวกัน 93.5% ขบวนรณรงค์ยมทูต เด็กเยาวชนและการละเล่นพื้นบ้าน 87.4% เชียร์อัพระดับโลก 85.2% รำวงย้อนยุค 85.1%
นายนิรุจน์ กล่าวอีกว่า จากการดำเนินการกิจกรรมที่ผ่านมาและจากข้อมูลในการสำรวจ การเดินทางมาเที่ยวและร่วมกิจกรรมประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน พบว่า สถานประกอบการทุกแห่ง ให้ความร่วมมือมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาคราชการและเครือข่ายภาคประชาชน จำนวน 75 องค์กร ร่วมลงนามสนับสนุนให้งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว เป็นงานสงกรานต์ไร้แอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน และสืบสานประวัติศาสตร์เป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทยตลอดไป
สสจ.กาฬสินธุ์เผยสงกรานต์ผู้ป่วยพุ่งวันละ2พันคน
นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการติดตามบรรยากาศการฉลองเทศกาลสงกรานต์ในช่วงวันหยุดยาวนาน ขณะนี้พบว่า มีประชาชนเริ่มล้มป่วยด้วยโรคไข้หวัดและโรคท้องร่วงเพิ่มขึ้นถึงวันละ 2 พันรายต่อวันที่ต้องเข้าไปรับยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย
"ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนที่เที่ยวไม่ระวังการดื่มสุรากับการรับประทานอาหาร ในสภาพอากาศที่ร้อน โดยเฉพาะการเล่นน้ำกลางแดดเป็นเวลานาน ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะมีอายุในช่วง 18 ปีลงมา ดังนั้นผู้ปกครองควรเตือนบุตรหลาย เนื่องจากในปีนี้มีสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ ที่รวมไปถึงการรับประทานอาหารจะต้องระวัง ควรจะปรุงให้สุขใหม่และหลีกเลี่ยงอาหารเปิบพิสดาร ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในส่วนที่ได้เล่นน้ำไปแล้ว ก็ควรจะใช้เวลาที่เหลือพักผ่อน เพื่อพักร่างกาย ให้แข็งแรง เพราะการใช้ร่างกายเปลืองจะทำให้เกิดล้มป่วย จนอาจจะเสียชีวิตลงได้ “นพ.พิสิทธิ์ กล่าว
สงกรานต์เชียงรายตาย6เจ็บ57ราย
ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงานว่า เทศกาลสงกรานต์ ในช่วง 7 วัน อันตราย ที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันออกมาปัองกันและรณรงค์อุบัติเหตุตั้งแต่วันที่ 12 -18 เมษายนนี้ พบว่าที่จังหวัดเชียงราย ที่ผ่านมาได้เพียง 3 วัน มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว 6 ศพ บาดเจ็บ 57 คน
นายเชษฐา โมสิกรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงรายช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2553 เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2553 ระหว่างวันที่ 12 -14 เมษายน รวม 3 วัน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 60 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 6 ราย มีผู้บาดเจ็บรวม 57 คน เป็นชาย 42 คน เป็นหญิง 15 คน
เบื้องต้นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต มาจาก เมาสุรา มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด โดยประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ มอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะเวลาประมาณ 16.00- 24.00 น. รองลงมา ได้แก่ ช่วงเวลา 08.01-12.00 น.นอกจากนี้ยั มีการตั้งจุดตรวจหลักทั้งหมด 21 จุดเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุต่อไป



