
เอเอฟพีมองแดง"ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"ชมพูมี2แสนกว่า
เอเอฟพีอ้างผู้ประท้วงเสื้อแดงประกาศ"ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว" ขณะเอพีระบุเสื้อชมพูรวมกันในเฟซบุ๊คและมีผู้ติดตาม 280,000 คน ขณะเดียวกันเกิดเหตุปะทะนองเลือดในเมืองหลวงของอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บนับร้อย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันนี้(15เม.ย.) ว่า บรรดาผู้ประท้วงเสื้อแดงได้กล่าวในวันนี้ว่า จะยืดครองใจกลางย่านเศรษฐกิจของไทยจนกว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งในทันที พร้อมอ้างถ้อยแถลงของนายณัฐวุฒิ ไสเกื้อ หนึ่งในแกนนำเสื้อแดงที่ว่าหากรัฐบาลต้องการพื้นที่คืน พวกตนก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากรอเพราะได้ก้าวข้ามความกลัวไปแล้ว ไม่มีอะไรทำให้พวกตนหวาดกลัวได้อีกต่อไป เขากล่าวด้วยว่าไม่ยอมรับการลาออกและไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะยอมรับแค่การยุบสภาเท่านั้น
เอเอฟพีรายงานว่าเสื้อแดงได้ย้ายออกจากย่านประวัติศาสตร์ อันเป็นจุดที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารกับคนชุดดำสวมหมวกไหมพรมปิดหน้า เมื่อคืนวันเสาร์ และไปรวมกันที่ย่านราชประสงค์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะไม่พยายามปราบการชุมนุมโดยสงบแต่ได้เรียกร้องได้เสื้อแดงออกจากย่านดังกล่าวเพราะกีดขวางการจราจรและทำให้ศูนย์การค้าสำคัญหลายแห่งต้องปิดทำการ
ทางด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า กองทัพได้เข้าเคลียร์ซากที่เหลือของยานยนต์หุ้มเกราะลำเลียงพล จากจุดปะทะกันเมื่อ 10 เมษายน หลังจากผู้ประท้วงเสื้อแดงย้ายไปเสริมกำลังที่ย่านการค้าชั้นนำเพื่อเริ่มแรงกดดันต่อรัฐบาล และว่าวิกฤตการเมืองยาวนานครั้งนี้ยังไม่มีท่าทีจะยุติขณะที่เสื้อแดงประกาศว่าที่ย่านราชประสงค์จะเป็นแนวหน้าแห่งสุดท้ายของตน
เอพีรายงานว่าความขัดแย้งได้แบ่งคนไทยออกตามสีเสื้อ และเป็นภัยคุกคามฉุดดึงเศรษฐกิจให้ตกลงหลังเพิ่งเริ่มฟื้นตัวเมื่อเร็วๆนี้ โดยเสื้อแดงมีฝ่ายตรงข้ามเป็นเสื้อเหลืองซึ่งสนับสนุนรัฐบาลแต่ในช่วงสองสามเดือนนี้ เสื้อเหลืองยังเฝ้าดูอยู่ห่างๆ แต่มีอีกกลุ่มคือ"เสื้อชมพู" ที่ปรากฏตัวเมื่อไม่นานมานี้ ผ่านทางการณรงค์ทางอินเตอร์เน็ตโดยคนส่วนใหญ่ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯผู้กล่าวว่าต้องการเพียงสันติภาพ
เอพีคาดว่าความตึงเครียดจะเพิ่มทวีขึ้นหลังหมดเทศกาลสงกรานต์ในวันศุกร์นี้ และว่าสิ่งที่บ่งชี้ความแตกแยกมากขึ้นในประเทศคือ กลุ่มเสื้อชมพูที่คัดค้านการยุบสภา ที่ได้รวมตัวกันประมาณ 900 คนเมื่อวันพุธ และนัดชุมนุมอีกในวันนี้ เอพีระบุว่า ส่วนใหญ่ของเสื้อชมพูเจอกันในเฟซบุ๊คในแฟน เพจของ"กลุ่มไม่ยุบสภา" ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 280,000 คน
เอพีอ้างถ้อยแถลงของเสื้อสีชมพูผู้ทำงานในภาคการเงินวัย 57 ปีคนหนึ่งที่ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะทำให้เสียงของพวกตนมีคนได้ยิน และว่าต่างฝ่ายต่างอ้างเป็นเสียงส่วนใหญ่ของชาวไทย แต่ไม่มีกลุ่มไหนเพียงกลุ่มเดียวที่เป็นตัวแทนของชาวไทยทุกคนได้
เกิดเหตุปะทะนองเลือดในเมืองหลวงของอินโดนีเซียตาย3
เจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซีย แถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลนองเลือด ในกรุงจาการ์ต้าได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 คนแล้ว ในขณะที่ตำรวจหลายร้อยนาย ได้ประจำการเพื่ออารักขาเทศบาล ด้วยความวิตกว่าจะเกิดความรุนแรงมากกว่านี้ หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงเมื่อวันพุธระหว่างเจ้าหน้าที่ในกองกำลังรักษาความมั่นคง และประชาชนที่ประท้วงแผนการไถกลบบางส่วนของสุสาน อันเป็นที่ฝังร่างของนักวิชาการมุสลิม
นายฟอซี่ โบโว่ ผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้า เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 คน ส่วนใหญ่อาการสาหัส แต่ผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นสมาชิกในกองกำลังรักษาความมั่นคง โดยคนหนึ่งเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ส่วนอีก 2 คน เสียชีวิตเมื่อวานนี้ เขายังเรียกร้องให้บรรดาผู้นำชุมชนไปประชุมกันที่เทศบาล เพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียด หลังจากประธานาธิบดีซูซิโลบัมบัม บูโดโยโน่ เรียกร้องให้หาทางออกโดยสันติวิธี
ประธานาธิบดียูโดโยโน่ ได้จัดแถลงข่าวเมื่อวันพุธ สั่งการให้ยุติแผนการไถกลบที่สุสานโดยทันที และเรียกร้องให้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น
ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และฉีดย้ำแรงดันสูงเข้าสลายผู้ประท้วง ที่เป็นกลุ่มชายนับร้อยคน ที่มีไม้และมีดขนาดใหญ่เป็นอาวุธในการคุ้มกันหลุมศพที่ว่างเปล่าของนักวิชาการอิสลาม ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 " ฮาบิบ ฮาซัน บิน มูฮัมหมัด อัล ฮาดัด " ที่ถูกย้ายศพไปเมื่อหลายปีก่อน แต่คนส่วนใหญ่ยังมองว่า หลุมศพเขาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และพื้นที่บริเวณนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิที่มีการปะทะกัน ซึ่งจะเห็นคราบเลือดอยู่ตามถนน และรถตำรวจถูกเผา



