ข่าว

สยามเมืองยิ้มกลายเป็นแดนหน้าบูดสื่อญี่ปุ่นมอง

สยามเมืองยิ้มกลายเป็นแดนหน้าบูดสื่อญี่ปุ่นมอง

15 เม.ย. 2553

บทวิเคราะห์บางส่วนของเจแปน ไทม์ส ระบุว่า น่าเสียใจที่ดินแดนแห่งรอยยิ้ม กลายเป็นดินแดนที่ยิ้มไม่ออก แตกแยกเป็นสองฝ่าย

(15เม.ย.) บทวิเคราะห์บางส่วน ในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ เจแปน ไทม์ส ระบุว่า แม้จะมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจากระยะไกล แต่ก็บังเกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์อย่างถึงขีดสุด เมื่อต้องให้ความเห็นว่า ดินแดนของผู้คนและวัฒนธรรมอันสุดแสนวิเศษได้แตกแยกออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ไม่มีใครที่เคยได้รับการต้อนรับขับสู้ด้วยความยินดี และมีเสน่ห์อย่างไร้ขีดจำกัดของคนไทย จะสามารถประณามเหตุการณ์ที่นำไปสู่การหลั่งน้ำตา ที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพฯ ได้

สิ่งที่น่าเศร้าที่เห็นก็คือ การแปรเปลี่ยนจากดินแดนแห่งรอยยิ้ม ไปสู่สภาพของตัวตลกหน้าบูดที่ยิ้มไม่ออก ด้วยเพราะความรับผิดชอบคนที่ยืนกันคนละฝ่าย แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีกว่าใครที่ปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ แม้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมายาวนานจะยุติลงได้ด้วยการแก้ปัญหาทางการเมืองอย่างเหมาะสม แต่มูลค่าความเสียหายในระยะสั้นนั้นก็มหาศาลเกินบรรยาย เพราะยังไงก็ต้องลืมเรื่องการท่องเที่ยวและการลงทุนไปก่อน แล้วให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมืองก่อนเป็นอันดับแรก

เมื่อพูดถึงผลประโยชน์ในสหรัฐ ในประเด็นที่อาจเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศไทยนั้นสหรัฐ ได้ชื่อว่า เป็นพันธมิตรที่ช่วยสหรัฐต่อต้านการแพร่ระบาดของคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อภัยร้ายนี้ได้จางหายไปอย่างรวดเร็ว ความสำคัญของไทยในสายตาของสหรัฐก็พลอยลดน้อยลงไปด้วย แต่ประเทศไทยที่มีประชากรเกือบ 70 ล้านคนแห่งนี้ ก็เป็นผู้เล่นสำคัญในสมาคมอาเซียน ซึ่งมีแนวทางสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้า อาเซียนจะมีความใกล้เคียงกับสถาบันระดับโลกอย่าง องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ มากกว่า กลุ่มประเทศที่เอาแต่เจรจากันเหมือนเมื่อก่อน

ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสหรัฐในกรุงเทพฯ คือ อิริค จี จอห์น ซึ่งจะไม่ละเลยต่อประเทศที่เขาได้รับมอบหมายให้มาติดต่อประสานงานด้วย ในการแสดงความเห็นช่วงแรก ๆ ของเขา ได้ออกมาในแนวไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง บทวิเคราะห์ ทิ้งท้ายว่าอาจถึงเวลาที่องค์กรระดับโลกอีกแห่งคือ สหประชาชาติ อาจยื่นมือเข้ามาช่วยดูแลการหยุดยิงและการเลือกตั้ง แต่ผู้ที่เขียนบทความนี้ระบุว่า เขาเขียนในช่วงที่สถานการณ์กำลังร้อน และเห็นว่าประเทศที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้กำลังมอดไหม้ และอยากให้ตระหนักด้วยความห่วงใยว่า ดินแดนแห่งรอยยิ้มนี้ กำลังจะกลายเป็นรัฐที่เสื่อมถอย...