ข่าว

สงกรานต์ตายเพิ่ม52เจ็บอีก613รวมยอดดับพุ่ง166ราย

สงกรานต์ตายเพิ่ม52เจ็บอีก613รวมยอดดับพุ่ง166ราย

15 เม.ย. 2553

สงกรานต์วันที่ 3 ยังดุ ตายเพิ่ม 52 เจ็บอีก 613 รวมยอดดับพุ่ง166ราย โคราชแชมป์สาเหตุเดิมเมาแล้วขับ

 ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 เม.ย.นายอุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานประธานแถลงข่าวสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ประจำวันที่ 14 เม.ย. ว่า เกิดอุบัติเหตุ 567 ครั้ง ลดลงจาก ปี 2552 จำนวน 71 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 52 คน เท่ากับปี 2552 และผู้บาดเจ็บ 613 คน ลดลงจากปี 2552 104 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนด ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ที่ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง บนถนน อบต.หมู่บ้าน ทางหลวงแผ่นดิน โดยช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงกลางคืนร้อยละ โดยเฉพาะช่วงเวลา 16.01-20.00 น.

พิษณุโลกดับสูงสุด-เชียงใหม่เจ็บเพิ่ม

 นายอุทัยรัตน์ กล่าวต่อว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 25 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ พิษณุโลก 6 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 27 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ มี 4 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ยโสธร ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 46 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บมี 5 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ยโสธร ระนอง ระยอง หนองบัวลำภู ทั้งนี้ จากการเรียกตรวจของเจ้าหน้าที่ พบมีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัยมากที่สุด 25,339 ราย รองลงมา ไม่มีใบขับขี่ 23,057 ราย

สรุปยอด3วันตายพุ่ง166ราย-โคราชแชมป์

 นายอุทัยรัตน์ กล่าวอีกว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน ตั้งแต่ วันที่ 12 - 14 เม.ย. 2553 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,994 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2552 389 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 166 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 27 คน ผู้บาดเจ็บรวม 2,149 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 431 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสูด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 83 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 11 คน รองลงมาได้แก่ อุบลราชธานี 10 คน และพิษณุโลก 7 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 94 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วัน มี 19 จังหวัด

สาเหตุเดิมเมาขับ-ประสานตร.คุมเข้ม

 นายอุทัยรัตน์ กล่าวต่อว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ยังคงพบว่ามีสาเหตุหลักมาจากการ เมาสุรา รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรกรณีไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่มีใบอนุญาตขับขี่มากที่สุด ทั้งนี้ ศปถ. ได้สั่งการให้จังหวัดและกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำชับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทั้งบนถนนสายหลักและสายรองเข้มงวดกวดขันผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรและดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

เมาขับชนคนตายเจอคุก3-10ปีปรับ2แสน

 นายอุทัยรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขอย้ำเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน หากมีการตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มก.เปอร์เซ็นต์ จะดำเนินคดีปรับขั้นสูงสุด โดยผู้กระทำความผิดมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตลอดจนถูกสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ รวมถึงคุมประพฤติโดยให้ทำงานบริการทางสังคม ส่วนกรณีเมาแล้วขับและทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุก 3 - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 - 200,000 บาท และถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ สำหรับผู้ที่ขับหรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท