ข่าว

เศรษฐกิจวันสงกรานต์

เศรษฐกิจวันสงกรานต์

15 เม.ย. 2553

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเปลี่ยนศักราชใหม่ (วันมหาสงกรานต์ตรงกับเมื่อวานนี้) เป็นจุลศักราชที่ 1372 และก็เป็นประเพณีมาช้านานที่ในช่วงนี้จะมีการประกาศเกี่ยวกับเรื่องสงกรานต์ ปีนี้นางสงกรานต์นามว่า มณฑาเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกจำปา...ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วและพ่ว

 คำทำนายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่น่าสนใจมีว่า “ปีนี้ฝนจะตกในมนุษยโลก 30 ห่า ในมหาสมุทร 60 ห่า ในป่าหิมพานต์ 90 ห่า โดยมีนาคให้น้ำถึง 7 ตัว” ซึ่งเชื่อกันแต่โบราณว่ายิ่งนาคให้น้ำหลายตัว น้ำในมนุษยโลกก็ยิ่งน้อย (เพราะนาคมีนิสัยเหมือนคนไทย คือ ชอบเกี่ยงกันทำงาน ทำงานเป็นหมู่คณะไม่ค่อยเป็น เพราะขาดนิสัยการประสานงาน)

 เกษตรกรรมของไทยนั้นอาศัยน้ำเป็นหลัก ฉะนั้นหากน้ำน้อยก็ย่อมมีปัญหาทางเศรษฐกิจบ้างตรงกับคำทำนายปีนี้ที่ว่า “เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 5 ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ (ด้วงกับแมลง) จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง”

 ฟังแล้วน่าเป็นห่วงแม้ในข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจของไทยไม่ได้อยู่บนพืชผลเกษตรเหมือนแต่โบราณ ไม่เชื่อก็เอาตัวเลขส่วนประกอบของจีดีพีและตัวเลขส่งออกมาวิเคราะห์ดู แต่ถึงกระนั้นถ้าบริหารไม่ดีหากคำทำนายนี้เป็นจริงประเทศก็อาจจะประสบปัญหาเศรษฐกิจร้ายแรงได้

 เอาคำทำนายโบราณในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาดูอีกซึ่งว่า “...ผลไม้จะแพง พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้นมีผลกำไรมาก...” ก็ดูจะสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ผมเสนอไว้ในตอนต้น คือ ต้องยึดอุตสาหกรรมเป็นหลัก เช่น เรื่องปัญหามาบตาพุดต้องแก้ให้ตกโดยเร็ว คำทำนายที่ว่าจะทำมาค้าขายดีมีกำไรมากจึงจะเป็นความจริง

 คำทำนายตามตำราล้านนาก็ว่าไปอีกทางหนึ่งว่า “ของบริโภค (เงินเฟ้อ-ค่าครองชีพ)จะแพงขึ้น ก็ดูสอดคล้องกับตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ คำทำนายแบบล้านนานี้ยังแถมท้ายด้วยว่าปีนี้ขุนนางขุนเมืองจะตกต่ำ ท่านผู้อ่านโปรดตีความกันเอาเองก็แล้วกันว่าหมายความอย่างไร

 ทางด้านวิทยาการแผนใหม่นักเศรษฐศาสตร์ก็พูดถึงเศรษฐกิจในวันสงกรานต์ปีนี้ว่าการใช้จ่ายของประชาชนน้อยลง โดยอ้างเหตุความกังวลใจจากความไม่สงบทางการเมืองภายในซึ่งยืดเยื้อเรื้อรังมาช้านาน มีนักวิชาการบางท่านพยากรณ์ว่า ปีนี้ในช่วงสงกรานต์ผู้คนจะใช้จ่ายน้อยลงไปถึง 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเดิมพยากรณ์ว่า ชาวบ้านจะใช้จ่ายน้อยลงกว่าปีก่อน 8,000 ล้านบาท ที่ทายว่าผู้คนจะใช้จ่ายน้อยลงไปอีกนั้นเนื่องจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 ส่วนข่าวอีกทางหนึ่งก็ว่าในช่วงสงกรานต์นี้หยุดยาวผู้คนยกโขยงไปเที่ยวต่างประเทศกันจนไม่มีตั๋วเครื่องบินเหลือ อ้างเหตุกันด้วยว่านอกจากผู้คนหนีความไม่สงบในเมืองไทยแล้วยังเป็นเพราะเงินบาทแข็ง คงอ้างกันไปเรื่อยๆ เพราะเงินบาทแข็งขึ้นมาไม่กี่สตางค์ ส่วนที่จะใช้เงินบาทลดลงไป 1 ทริป ต่อ 1 คนนั้นซื้อข้าวกินมื้อเดียวในต่างประเทศก็คงไม่พอ อ้างกันไปเช่นนั้นเอง

 แล้วสำหรับท่านผู้อ่านคิดถึงเรื่องเศรษฐกิจส่วนตัวของท่านในช่วงสงกรานต์นี้อย่างไรบ้าง

 นายหนูใหญ่ [email protected]