ข่าว

เสียงเล็กๆในสังคมเริ่มกระหึ่ม

เสียงเล็กๆในสังคมเริ่มกระหึ่ม

15 เม.ย. 2553

คนไทยจำนวนไม่ใช่น้อยต่างรู้สึกอย่างเดียวกันนั่นก็คืออยากจะเรียกร้องให้เอาเทศกาลสงกรานต์ และวันครอบครัวแห่งชาติที่เปี่ยมไปด้วยความสุขสนุกสนานพร้อมหน้าพร้อมตาคนในครอบครัวกลับคืนมา อย่าให้ประเพณีอันดีงามของไทยต้องถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาจากเหตุการณ์รุนแรงที่เ

อีกทั้งไม่ต้องการให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงสร้างรัฐแห่งความหวาดกลัวขึ้นดุจเดียวกับยุคของเลนินและสตาลินในอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย หรือยุคปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงทำตัวเหมือนกับอยู่เหนือกฎหมาย พร้อมใช้กำลังกลุ้มรุมทำร้ายผู้ที่มีความเห็นไม่ลงรอยกันโดยไม่เลือกว่าเป็นหญิงหรือชาย

 เราเห็นด้วยที่องค์กรเครือข่ายภาคเอกชนหลายกลุ่มได้เริ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คลี่คลายสถานการณ์ตามลำดับความสำคัญ โดยไม่ตกอยู่ใต้แรงกดดันทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือพรรคร่วมรัฐบาลที่วางแผนจะเป็นตาอยู่หวังฉกฉวยชิ้นปลามันไปกินหรือตามแรงกดดันจากนายทหารบางคนหรือนักวิชาการหลายกลุ่มที่ร่วมกันเรียกร้องไปในทิศทางเดียวกันนั่นก็คือให้นายอภิสิทธิ์ลาออก หรือยุบสภา ทั้งๆ ที่สิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกก็คือนำความสงบสุขกลับคืนมาและเร่งดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ตัวการสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์รุนแรงบานปลายออกไป

 ขณะที่คนไทยหลายกลุ่มมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับลำดับความสำคัญที่นายอภิสิทธิ์พึงกระทำเพื่อฟื้นฟูความสงบสุขในสังคม แต่สำนักข่าวต่างประเทศกลับเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างลึกซึ้งและให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ด้วยการมอบหลักฐานเป็นภาพถ่ายวิดีโอในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่จะมัดความผิดของกลุ่มคนเสื้อแดง ยิ่งกว่านั้น สื่อที่มากวุฒิภาวะอย่างนิวยอร์ก ไทม์ส ยังวิเคราะห์ตรงไปตรงมาว่าถึงจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ตามข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคร่วมรัฐบาล แต่วิกฤติการณ์ครั้งนี้ก็ยังยากยุติด้วยดี ตราบใดที่นักโทษหนีคุกทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังการปลุกระดมให้คนไทยฆ่ากันเอง

 ขณะที่ไฟแนนเชียลไทม์สอ้างความเห็นของนายเจมส์ เคลน ประธานมูลนิธิเอเชียประจำไทยที่กล่าวชมรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่าพยายามปฏิบัติตามกฎหมายไทยและกฎหมายสากลทุกอย่าง แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่เล่นนอกกติกา ไม่เคารพในกฎหมายเรายืนยันว่าทางออกในการคลี่คลายสถานการณ์ไม่ได้มีทางเดียวและมีลำดับเร็วช้าในการแก้ไขต่างกัน เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่จะร่วมกันทางออกให้ประเทศด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยทิ้งผลประโยชน์ส่วนตนหรือผลประโยชน์ทางการเมืองไว้ก่อน