
ใคร
แล้วสิ่งที่ทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้
ที่สำคัญมันรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งสองสี
หลังจากนี้ยังมีงานยาก และท้าทายรอรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่นั่นก็คือการพิสูจน์ความจริงว่า จุดเริ่มต้นของความรุนแรง จนนำมาสู่ความสูญเสียอย่างที่เห็นมีต้นตอมาจากอะไร และใครอยู่เบื้องหลัง
ต้องยอมรับว่ายุคนี้ข้อมูลข่าวสารมากมายมหาศาลเหลือเกิน หลายคนสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ มือปืน คนจุดชนวนเอาไว้ได้
สิ่งนี้จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการค้นหาคำตอบว่า ใครคือคนที่ชักใยอยู่ข้างหลัง
แม้แต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เอง ก็รู้จากปากทหารที่บาดเจ็บว่าเห็นมือปืนที่ยิงเอ็ม 79 อยู่ท่ามกลางฝูงชน
เหมือนใช้ผู้ชุมนุมเป็นเกราะกำบังและล่อเป้าให้ทหารตอบโต้ เพื่อประชาชนจะได้ล้มตายมากกว่านี้ ?!?
นี่คืองานท้าทายที่ต้องทำเป็นอันดับแรก แม้ว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์จะระส่ำระสายจากคำตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีมติให้ยุบพรรคในคดีเงินบริจาค 200 กว่าล้านบาท
เรื่องของคดียุบพรรคเป็นคนละส่วนกับการเฟ้นหาความจริง และตอบคำถามสังคม
ต้องอย่าลืมว่าเหตุการณ์มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และญาติพี่น้องของคนเหล่านั้น ก็กำลังรอฟังคำอธิบายจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการเยียวยาอย่างไร
จะสามารถจับกุมคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ และสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น คือ การกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังมาตีแผ่ให้สาธารณชนได้รับรู้หรือไม่
จะว่าไปแล้วความขัดแย้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศแทบจะไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย
ชาวบ้านที่อยู่ไกลออกไปและไม่เกี่ยวข้องเป็นหัวคะแนน หรือฐานเสียงของพรรคการเมืองคู่ขัดแย้ง ยังใช้ชีวิตตามปกติสุข
ใครทำไร่ทำไร่ ใครทำนาทำนา ใครปลูกยางกรีดยาง ฯลฯ ยิ่งช่วงสงกรานต์ก็สาดน้ำเป็นสุขสนาน
คงไม่ยุติธรรมนักหากรัฐบาลกับคู่ขัดแย้งจะทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น ไกลเกินกว่าพวกเขาจะสัมผัสได้
เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่ประเทศไทย!?!
และไม่มีใครจะมาสมอ้างได้ว่าเป็นเจ้าของประเทศแต่เพียงผู้เดียว!
มัธยัสถ์ อินมา



