ข่าว

ถอดรหัสสงครามการเมือง

ถอดรหัสสงครามการเมือง

15 เม.ย. 2553

"แผนก่อเหตุนอกจากยิงทหารระดับ ผบ.หน่วยแล้ว ในส่วนของเสื้อแดงก็ต้องมีการเสียสละ เพื่อเร้าอารมณ์ของผู้ชุมนุมให้ฮือโหมเพราะสูญเสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ก็พร้อมที่จะพุ่งเข้าหาทหารที่ถือโล่และกระบองอย่างไม่คิดชีวิต"

 ภายหลัง "สงครามกลางเมือง" เมื่อคืนที่ 10 เมษายน สงบลงชั่วคราว คำถามที่เกิดขึ้นแต่ยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ ชายชุดดำที่อยู่แนวหลังคนเสื้อแดง นั้นเป็นใคร กลุ่มไหน ก่อเหตุยิงทหารและคนเสื้อแดงด้วยเหตุใด เป็นกองกำลังที่สังกัดใคร และใช่แค่คนกลุ่มนี้หรือไม่ ที่เดินตามแผนสงครามกลางเมือง

 ในขณะที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กำลังทำสงครามคลิปเหตุการณ์ตอบโต้กลุ่มคนเสื้อแดง ว่าใคร ฝ่ายใดเป็นฆาตกรยิงทหารและประชาชน

 ขณะเดียวกัน สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่นั่งเป็น ผอ.ศอฉ. ก็ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งรัดไล่ล่ามือปืนที่พยายามก่อสงครามกลางเมืองมาดำเนินคดีให้ได้

 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงคว้าน้ำเหลว เพราะหลักฐานที่มีอยู่ในมือยังไม่สามารถที่จะสาวไปถึง “ต้นตอ” หรือ “ผู้บงการ”

 นั่นจึงทำให้การประชุม ศอฉ. เมื่อค่ำคืนที่ 13 เมษายน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงได้กำชับในที่ประชุมเพื่อเร่ง “ไล่ล่า" โดยมีกองทัพเป็นตัวขับเคลื่อนอีกทางหนึ่งด้วย

 เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เพียงแค่รัฐบาลที่ถูกหยามหยัน หากแต่กองทัพทั้งกองทัพก็รับไม่ได้กับการถูกกองกำลังติดอาวุธใช้ฝ่าเท้าตบหน้า

 ภาพถ่ายบุรุษนิรนาม ที่ใบหน้าถูกปิดคลุมด้วยหมวกไหมพรม มือขวาถือปืนกลที่เตรียมพร้อมปฏิบัติการเมื่อ “นกหวีด” จากผู้สั่งการดังขึ้น ถูกส่งมายัง ศอฉ.เพื่อใช้ในการติดตามกองกำลังติดอาวุธเหล่านี้มาดำเนินคดี

 หน่วยข่าวความมั่นคงวิเคราะห์ว่า อาวุธสงครามที่นำมาปฏิบัติการครั้งนี้ มีการนำมาจากชายแดน ด้าน จ.สุรินทร์ เข้ามาพักไว้ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซุกซ่อนไว้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

 กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ ได้มีการเตรียมการไว้เป็นอย่างดี โดยมีการเขียนแผนเพื่อโจมตีกองกำลังทหารที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก สั่งตรงมาจาก จ.ปราจีนบุรี คือ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ที่มี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.2 รอ. เป็นหัวหน้าทีม

 สิ่งที่น่าสังเกตว่ากองกำลังติดอาวุธมีการเตรียมการ คือ การยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ พล.ต.วลิต และนายทหารระดับ ผบ.หน่วย กว่า 10 นายที่ร่วมกันปฏิบัติงานในจุดระเบิดดังกล่าว โดยมีการชี้เป้าจากอาคารสูง

 จุดชี้เป้านั้นมีการวิเคราะห์กันว่า ถ้าไม่ใช่ยอดตึกโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็อาจจะอยู่บริเวณอาคารศึกษาภัณฑ์

 แผนก่อเหตุนอกจากยิงทหารระดับ ผบ.หน่วยแล้ว ในส่วนของเสื้อแดงก็ต้องมีการเสียสละ เพื่อเร้าอารมณ์ของผู้ชุมนุมให้ฮือโหมเพราะสูญเสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ก็พร้อมที่จะพุ่งเข้าหาทหารที่ถือโล่และกระบองอย่างไม่คิดชีวิต

 ซึ่งก็เป็นเข่นนั้น ผู้ชุมนุมที่กรูเข้าใส่ทหารราวกับเชื่อมั่นว่ามี 9 ชีวิต หรือไม่ก็เชื่อมั่นว่า ทหารไม่มีปืนยิงสวน

 แผนสำคัญที่คนชักใยสงครามกลางเมืองก็คือ การส่งคนไปวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณกลางทุ่งนา ห่างจากถนนพหลโยธิน กม.ที่ 51-52 ประมาณ 500 เมตร เส้นทางขาออกสระบุรี ใกล้กับโรงงานศรีไทย หมู่ 8 ต.เชียงราก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

 เสาไฟฟ้าซึ่งเป็นโครงเหล็กมีขาต้นละ 4 ขา เป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 233,000 โวลต์

 เดชะบุญที่ระเบิดทำงานเพียงแค่ 2 ลูก สร้างความเสียหายให้ 2 ขา หาไม่แล้วหากเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น ไฟฟ้า ที่จะจ่ายเข้าไปยัง จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ก็จะดับลงชั่วขณะ และอาจจะกระทบถึงไฟฟ้าใน กทม.

 ชัดเจนว่า กลุ่มก่อสงครามกลางเมืองต้องการให้ "ดับเมือง"

 เมื่อวิเคราะห์กันแล้ว ปฏิบัติการณ์ก่อสงครามกลางเมืองใช้กองกำลัง 3 ชุด ไปทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

 ชุดแรกคือ "ชุดก่อกวน" ชุดนี้ปะปนไปกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มคนเสื้อแดง พวกที่กรูเข้าใส่ทหารแบบไม่กลัวตายนั่น ส่วนหนึ่งก็คือชุดนี้

 ชุดที่สอง คือ "ชุดชี้เป้าหมาย" เพื่อความแม่นยำในการกำหนดวิถีการยิง

 ชุดที่สาม คือ ชุดปฏิบัติการในการยิงอาวุธสงคราม

 โดยบุคคลที่วางแผนในครั้งนี้มีการวิเคราะห์ว่ามีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มทหารเก่า ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน

 โดยเฉพาะทางด้านการเมือง และด้านการทหาร

 ส่วนกลุ่มที่สองคือ กลุ่มทหารนอกราชการที่มีความขัดแย้งกับผู้นำเหล่าทัพในยามนี้ โดยมีการวางแผนกันที่ “เซฟเฮ้าส์” แห่งหนึ่ง แผนที่ว่านี้มีการประยุกต์ จากเหตุการณ์เมื่อช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว

 จะว่าไปแล้วก็นับว่าเป็นโชคดีที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ประกาศบนรถปราศรัยให้รัฐบาลติดต่อมาเพื่อจะได้เจรจาหยุดยิง และจะได้สั่งให้คนเสื้อแดงที่อยู่ในจุดปะทะถอยกลับมายังเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ

 หาไม่แล้ว สงครามกลางเมือง อาจเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ เมื่อกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ไม่ยอมเลิกรา และทหารมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธตอบโต้

 แผนสงครามกลางเมืองจึงสะดุด !

 คนชักใยที่มุ่งหวังให้เกิดเหตุและนำไปสู่การตัดสินใจบางอย่างจากฝ่ายการเมือง หรือกองทัพ จึงไม่เป็นผล

 เป้าหมายที่จะล้มทั้งกระดานสร้างรัฐไทยใหม่จึงไม่อาจเกิดขึ้นจากเหตุวันนั้น

ทีมข่าวความมั่นคง