
ไซโคลนถล่มอินเดียตายเพิ่มกว่าร้อยบ้านพังแสนหลัง
ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนถล่มชายฝั่งตะวันออกของอินเดียเมื่อวานนี้ เพิ่มเป็นกว่า 100 ราย บ้านเรือนพังเสียหายกว่า 1 แสนหลังคาเรือน
เจ้าหน้าที่ในรัฐเบงกอลตะวันตก รัฐพิหาร และรัฐอัสสัมของอินเดียแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนที่ก่อตัวขึ้นในอ่าวเบงกอล และพัดถล่มด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อคืนวันอังคารเพิ่มเป็น 114 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตในบังคลาเทศอีก 2 ราย มีคนได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน
มีบ้านเรือนราว 1 แสนหลังในเขตชนบทที่ยากจนทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียและในบังคลาเทศถูกพายุพัดพังเสียหาย เจ้าหน้าที่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตและจำนวนบ้านที่พังเสียหายจะมีมากกว่านี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าไปพื้นที่ประสบภัยที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะถนนหนทางถูกกีดขวางด้วยต้นไม้ เสาโทรศัพท์และเสาไฟฟ้าที่หักโค่น
นายนิติช คูมาร์ มุขมนตรีรัฐพิหารของอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด บอกหลังเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่าภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายหนักกว่าที่คาด มีผู้เสียชีวิตที่รัฐนี้ 62 ราย บ้านเรือน 4 หมื่นหลังพังเสียหายใน 3 เขต ส่วนที่รัฐเบงกอลตะวันตก มีผู้เสียชีวิต 38 ราย บ้านเรือนอย่างน้อย 5 หมื่นหลังพังเสียหาย ที่บังคลาเทศ ในเขตแรงปูร์ทางเหนือของประเทศได้รับความเสียหายหนักสุด มีผู้เสียชีวิต 2 ราย พื้นที่เกษตรถูกพายุพัดเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
พายุลูกนี้ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดผิดปกติที่แผ่ปกคลุมทางเหนือของอินเดีย หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส สำนักงานอุตุนิยมวิทยารายงานว่า 9 รัฐจากทั้งหมด 29 รัฐของอินเดียกำลังเผชิญคลื่นความร้อน มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนแล้ว 43 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐโอริสสา



