ข่าว

เหยา หมิงตั้งศูนย์ช่วยเหยื่อจีนแผ่นดินไหว

เหยา หมิงตั้งศูนย์ช่วยเหยื่อจีนแผ่นดินไหว

15 เม.ย. 2553

เหยา หมิง ตั้งศูนย์ฮอตไลน์ ช่วยเหลือชาวจีนในอเมริกาเหนือให้ติดต่อบ้านเกิด หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันพุธ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 589 คน เชื่อถูกฝังอยู่อีกมากและยอดผู้บาดเจ็บกว่าหมื่น

(15เม.ย.) เหยา หมิง ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการบาสเก็ตบอลของทีม ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ได้จัดตั้งศูนย์ฮอตไลน์เพื่อช่วยให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเหนือ สามารถติดต่อกับครอบครัวและมิตรสหาย ที่อยู่ในประเทศจีนได้ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อวันพุธ ในพื้นที่ห่างไกลบริเวณภูเขาในทิเบต ทำให้ผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 589 คน และบาดเจ็บมากกว่า 1 หมื่นคน

เหยา หมิง ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังจากผ่าตัดเท้าซ้าย ได้ตั้งมูลนิธิขึ้นมาเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2551 หรือ ประมาณ 1 เดือน หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ในพื้นที่ใกล้กับมณฑลเสฉวน ทำให้มีผู้เสียชีวิต หรือสูญหายเกือบ 9 หมื่นคน ซึ่งการตั้งมูลนิธิของเขา สามารถระดมเงินบริจาคได้จำนวน 2 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 70 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว

ยอดตายเพิ่มเป็นอย่างน้อย589คน

ขณะที่ทหารและพลเรือนต่างต้องใช้พลั่วและมือเปล่าในการขุดท่ามกลางซากอาคารที่พังทลายลงมาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต และดึงศพออกมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงแถบเทือกเขาอันห่างไกลในทิเบตของจีนเมื่อวันพุธ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 589 คน บาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน ซึ่งจำนวนมากบาดเจ็บสาหัส และเชื่อว่ายังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังติดค้างในซากอาคาร หลังจากมีข่าวว่าช่วยผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ติดในซากอาคารได้มากกว่า 900 คนแล้ว
 
ผู้บัญชาการหน่วยทหารในแถบนั้นคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นเพราะบ้านเรือนจำนวนมากถล่มทลาย ผู้บาดเจ็บล้นโรงพยาบาลที่ขาดแคลนแพทย์และอุปกรณ์ ทีมกู้ภัยเจออุปสรรคจากถนนที่เสียหาย พายุลมแรง และอาฟเตอร์ช็อคที่ส่วนใหญ่รุนแรงกว่า 5 ริคเตอร์ และเกิดมากกว่า 5 ครั้งแล้ว ภายใน 3 ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อเช้าวันพุธที่เมืองยูซู ซึ่งสหรัฐฯวัดความรุนแรงได้ 6.9 ริคเตอร์ แต่จีนวัดได้  7.1 ริคเตอร์

สถานีโทรทัศน์จีนแพร่ภาพอาคารจำนวนมากที่ทลายลงมาราบเป็นหน้ากลองทั่วเขตยูซูอันกว้างขวางของมณฑลชิงไห่ และผู้รอดชีวิตซึ่งส่วนใหญ่มีเลือดไหลจากบาดแผลออกมาเต็มท้องถนนในเมืองเจี่ยกู บ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างจากไม้และโคลน ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกว่าร้อยละ 85 ของสิ่งก่อสร้างได้พังทลายลงมา รวมทั้งโรงเรียนหลายแห่ง และมีรายงานเด็กนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 56 คนและมีข่าวว่ายังติดอยู่ในซากปรักหักพังอีก 40 คนซึ่งมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก
 
เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินเพื่อให้ท่าอากาศยานยูซูกลับมาให้บริการได้อีก และเมื่อเย็นวันพุธ เที่ยวบินแรกในหกเที่ยวเพื่อขนเจ้าหน้าที่กู้ภัยกับอุปกรณ์ก็ลงจอดได้ ในขณะที่ถนนเข้าเมืองถูกตัดขาดเพราะแผ่นดินถล่ม ขัดขวางความพยายามกู้ภัยในขณะที่อุณหุภูมิลดต่ำกว่าเยือกแข็ง ผู้คนหลายหมื่นจากประชากรทั้งหมดกว่า 70,000 คนของเมืองต้องอยู่กลางแจ้ง และเจ้าหน้าที่ต้องปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆเพราะเกิดรอยร้าวจากแผ่นดินไหว

ตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ ท่าอากาศยานในเมืองเซี่ยะหนิง เมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้สุด แต่ก็ยังห่าง 860 กิโลเมตร เต็มไปด้วยทหารในชุดลายพราง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และทีมกู้ภัยที่นำสุนัขดมกลิ่นมาด้วยหลายสิบตัว แต่พวกเขาต้องนั่งรถบัสเดินทางต่อไปยังเขตประสบภัย ท่ามกลางเส้นทางยากลำบากที่ภายใต้สภาพการณ์ที่ดีที่สุด ต้องใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง 

เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่แน่ใจว่าสุนัขดมกลิ่นจะปรับตัวได้มากแค่ไหนกับสภาพที่ราบสูงซึ่งสูงประมาณ 13,000 ฟุต คนส่วนใหญ่ยากจนและอยู่ในเมืองเจียกู ที่เหลือเป็นพวกเลี้ยงสัตว์ที่กระจายอยู่ทั่วหุบเขากว้างใหญ่หลายแห่ง ท่าอากาศยานเล็กและไม่มีน้ำมันทำให้เครื่องบินบรรเทาทุกข์ต้องขนน้ำมันสำหรับเที่ยวกลับไปด้วย ทำให้ขีดความสามารถในการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ลดลง
  
รัฐบาลจีนเรียกร้องให้ใช้ทุกความพยายามเพื่อช่วยผู้รอดชีวิต และส่งรองนายกรัฐมนตรีไปกำกับดูแลการกู้ภัย กับอนุมัติเงิน 200 บ้านหยวน ( 9900 ล้านบาท) สำหรับการบรรเทาทุกข์ และได้ส่งทหาร เจ้าหน้าที่การแพทย์กับทีมกู้ภัยมากกว่า 5,000 คนไปเสริมกำลังทหารที่อยู่ที่นั่นแล้ว 700 นาย และรัฐบาลท้องถิ่นกำลังรีบนำเต้นท์ 5,000 หลังกับเสื้อกันหนาวและผ้าห่ม  100,000 ชุดเข้าไปให้ผู้ประสบภัยใน
ขณะที่อุณหุภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 6 องศาเซลเซียสด้วย