ข่าว

ส.ปกเกล้าฯยันเป็นแค่เวทีกลางไม่มีธง-ไม่ชงเรื่อง

ส.ปกเกล้าฯยันเป็นแค่เวทีกลางไม่มีธง-ไม่ชงเรื่อง

16 มี.ค. 2552

“อภิสิทธิ์” เตรียมหารือฝ่ายค้านในสภาเรื่องปฏิรูปการเมืองสัปดาห์นี้ ยันพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย

(16มี.ค.)  นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกรณีที่สถาบันพระปกเกล้าฯ รับหน้าที่เป็นตัวกลางในการปฎิรูปการเมืองว่า สิ่งที่สถาบันพระปกเกล้าฯ ได้เสนอไปยังรัฐบาล และฝ่ายค้าน ก็คือ สถาบันพระปกเกล้าฯ ไม่ได้เป็นคนทำการพัฒนาประชาธิปไตย หรือการเมืองการปกครองเอง เราเป็นเพียงเวทีและชื่อของคณะกรรมการก็บอกอยู่แล้ว คือ คณะกรรมการศึกษารับฟังความคิดเห็นและทำข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง

"แปลว่า ทุกภาคส่วนต้องมากำหนดกันเองว่า จะพัฒนาอย่างไร คงไม่ใช่เรื่องรัฐธรรมนูญเรื่องเดียว จะรวมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสถาบันพระปกเกล้าฯ เป็นเพียงฝ่ายเลขานุการ เพราะถ้าไม่เป็นเพียงเลขานุการ ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการทั้ง 50 คน มีที่มาทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทั้งเสื้อเหลือง ทั้งเสื้อแดง ต้องเข้าใจตรงนี้ว่า เราเป็นเวทีให้เท่านั้น"

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่สถาบันทำอยู่ก็คือการวิจัย กำลังทำวิจัยร่วมกับทีดีอาร์ไอ , สสส. , สกว. ในเรื่องโครงสร้างทางเศรษฐกิจว่า มันจะต้องจัดสรรทรัพยากรและความมั่งคั่งใหม่ จะให้คน 10-20 % ของประเทศเป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติเกินครึ่งอย่างนี้ และคนจนที่สุดเป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติแค่ 4 % ไม่ได้ ทีดีอาร์ไอก็จะทำส่วนนั้น และสถาบันพระปกเกล้าฯ จะทำในเรื่องบทบาทของรัฐว่า รัฐควรจะทำอะไรไม่ควรจะทำอะไร ร่วมกับ สถาบัน กพร. แต่ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องทางวิชาการ

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนที่มาของการตั้งคณะกรรมการ จะเป็นเวทีให้ทุกฝ่ายมาหาทางออกร่วมกัน เราไม่มีธงหรือข้อเสนอไว้ ต้องการให้เข้ามาหารือร่วมกันว่า ต้องการให้สังคมไทย เป็นสังคมที่สงบ สันติ และมีประชาธิปไตย อย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่กรรมการ 50 ค นจะมาพูดกัน พูดง่ายง่ายว่า สถาบันพระปกเกล้าฯ เป็นคนกลางจัดเวทีให้เท่านั้น เราไมได้ทำอะไรและไม่ได้มีธงอะไรทั้งสิ้น
 ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่า จะถูกลากเข้าไปในเกมการเมือง นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไรเลย เพราะเราเป็นเพียงเวที ที่ให้ทุกกลุ่มทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเมืองไทย มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และไปฟังความคิดเห็น ไม่ใช้เป็นตัวชงเรื่อง 

เมื่อถามว่า ส่วนตัวคิดว่า การปฎิรูปการเมืองจะเดินหน้าไปได้หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อยากเรียกว่าปฎิรูป เพราะปฎิรูปมาหลายครั้ง และเหนื่อยกับการปฎิรูป เพราะฉะนั้นกรรมการชุดนี้ จึงชื่อว่า คณะกรรมการเพื่อศึกษารับฟังความคิดเห็น และทำข้อเสนอเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย และการเมืองการปกครอง ซึ่งจะกว้างกว่าการปฎิรูปการเมือง ในความหมายของการจัดทำรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่จะต้องดูในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความเลื่อมล้ำกันอย่างสูงในเวลานี้

เมื่อถามว่า จะมีการชี้แจงให้กับผู้ที่ออกมาคัดค้านหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ก็ชี้แจงอย่างนี้ ถ้ารัฐบาลกับฝ่ายค้านไม่รับก็ไม่เป็นไร ก็ไปหาเวทีใหม่ เขาไม่ได้เดือดร้อน สถาบันพระปกเกล้าฯ ไม่เดือดร้อน ถ้าไม่อยากมีเวทีที่จะมาแลกเปลี่ยนหาทางออกร่วมกัน ก็ไม่เป็นไร หาเวทีใหม่

เมื่อถามว่า เรื่องสัดส่วนของคณะกรรมการจะมีความเท่าเทียมกันหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ต้องปรึกษากันระหว่างประธานคณะกรรมการ คือนายสุจิต บุญบงการ และฝ่ายเลขานุการคือ นายวุฒิสาร ตันไชย และต้องไปปรึกษาประธานสภาผูเเทนฯ เเละประธานวุฒิสภา แต่อย่างไรก็ตามแต่ต้องมีทุกภาคส่วนมาร่วม เพราะฉะนั้นก็ดูกัน 

ส่วนจะเป็นรูปธรรม ในเวลาช้าหรือเร็วนั้น นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า คงจะได้ เพราะมีเวลา 8 เดือน ถ้าไม่ออกมา คงถูกสังคมเล่นงาน ซึ่งอาจจะออกมาเป็นรูปที่กว้างขวางกว่าจะออกมาในรูปแก้รัฐธรมนูญ

"อภิสิทธิ์”เตรียมหารือฝ่ายค้านในสภาเรื่องปฏิรูปการเมืองสัปดาห์นี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีที่นักวิชาการบางกลุ่มเรียกร้องให้มีการพิจารณาให้แก้รัฐธรรมนูญโดยแยกอำนาจตุลาการออกจากการเมือง ว่า ในรายละเอียดก็เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษากันหลายฝ่าย ความจริงแล้วตุลาการก็เป็นอำนาจ 1 ใน 3 ซึ่งมีหน้าที่ในเรื่องการวินิจฉัยว่าใครทำผิดกฎหมายถูกกฎหมายไม่ใช่กระบวนการทางการเมือง ส่วนความคืบหน้าในการหารือเรื่องการปฏิรูปการเมืองนั้น ในส่วนของรัฐบาลก็อาจจะแจ้งในที่ประชุมครม.แต่ในส่วนของฝ่ายค้านก็คงไปคุยในสภา
 เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับสถาบันพระปกเกล้าที่เข้ามาปฏิรูปการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพยายามรับฟังทุกฝ่าย ทั้งนี้คิดว่าถ้าฝ่ายค้านไม่มีข้อขัดข้องการปฏิรูปทางการเมืองก็น่าจะเดินไปได้เร็ว แต่ถ้าขัดข้องก็ต้องมาตั้งหลักกันใหม่ โดยต้องมาดูว่าจะปรับปรุงแก้ไขตรงไหนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เพราะตนต้องการให้กระบวนการมันเดินไปอย่างมีการยอมรับ