ข่าว

ไม้ไกล้ฝั่ง ที่ไม่ถูกลืม

ไม้ไกล้ฝั่ง ที่ไม่ถูกลืม

15 เม.ย. 2553

"สงกรานต์" ปีใหม่ไทย หลายคนเดินทางกลับบ้านเพื่อไปอยู่กับครอบครัว แต่ที่นี่ ชุมชนตนรักถิ่น ซอยศิริโชตน์-สวัสดิ์กิจ (กรุงเทพ-นนทบุรี 1) ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี เป็นชุมชนเล็กๆ ที่คนในชุมชนทั้งหมด เป็นคนต่างจังหวัดที่จำต้องทิ้งบ้านเกิดมาทำงานในเมืองกรุง แล้ว

 ที่นี่แม้จะมาไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านเกิด และแต่ละครอบครัวมาจากทั่วสารทิศ แต่เมื่อรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว จึงอบอุ่นไปด้วยสีสันและรอยยิ้มของคนต่างวัย เด็ก ผู้ใหญ่ โดยมีผู้สูงอายุมานั่งให้ลูกหลานได้รดน้ำขอพร

 ลุงแขก ผู้สูงอายุวัย 97 ปี บอกด้วยสีหน้าแช่มชื่นว่า เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจพูดให้เข้าใจได้ว่า คนแก่ที่เปรียบเหมือนไม้ใกล้ฝั่งอย่างลุงนั้น ดีใจมากแค่ไหน เมื่อเห็นคนรุ่นหลังให้ความสำคัญเชิญมานั่งที่นี่ เพื่อรดน้ำ และขอพร รู้สึกปลื้มจนบรรยายไม่ถูกกว่าความรู้สึกที่ว่านี้มีมากมายเพียงไหน เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่การจัดรดน้ำดำหัวอย่างนี้ แล้วตัวเองก็แก่ชราลงไปทุกวัน การที่มีลูกหลานในชุมชนมาขอพรอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี ได้ออกจากบ้านมานั่ง มาพูดคุยกับคนวัยเดียวกัน และที่สำคัญดีใจที่เห็นเด็กรุ่นหลาน รุ่นเหลน ให้ความสำคัญกับคนแก่ มารดน้ำขอพร

 "ลุงดีใจ เพราะลุงเองยังแข็งแรงแต่ที่เดินไม่ไหวนี่เพราะอายุมาก จึงต้องนั่งรถเข็น เวลาไปไหนก็ต้องมีคนเข็นไป ชีวิตคนแก่ที่ต้องอยู่บนรถเข็นไปไหนด้วยตัวเองลำบาก เมื่อมีคนรุ่นหลังให้ความสำคัญนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่ อย่างนี้คงยังมีกำลังใจอยู่ได้อีกนาน" คุณลุงแขก บอกด้วยรอยิ้ม

 นอกจากลุงแขกแล้ว ผู้สูงอายุคนอื่นๆ ที่มาร่วมให้ลูกหลานได้รดน้ำเพื่อขอพร ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความรู้สึกวันนี้ที่มีลูกหลาน ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช้ลูกหลานในครอบครัวของตัวเอง แต่เนื่องจากทุกคนต่างก็อยู่ต่างจังหวัด แต่เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ การรวมกันเป็นชุมชน แล้วคนในชุมชนให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุจนจัดงานรดน้ำดำหัวให้อย่างนี้ ก็รู้สึกดีใจ เพราะจะว่าไปแล้ว แต่ละครอบครัวก็ต่างมาจากคนละทิศ คนละจังหวัด แต่เมื่อมาอยู่รวมกันในชุมชน ได้มีกิจกรรม แล้วทำสิ่งดีๆ ร่วมกันแบบนี้ ก็ทำให้ทุกคนในชุมชนรักกัน 

 ความรู้สึกของคนที่มาจากต่างจังหวัด รู้สึกเหมือนกันในช่วงเทศกาลสำคัญของไทย คือ อยากกลับบ้านเกิด แต่ในเมื่อปีนี้ มีหลายครอบครัวไม่สามารถกลับบ้านได้ ทุกคนจึงได้ร่วมหารือกัน เพื่อการจัดรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ขึ้นมา เพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกคิดถึงบ้านได้ และเมื่อทุกคนรู้ว่าจะจัดงานนี้ขึ้นมา ก็พากันมาช่วย เตรียมข้าวและแกงมาคนละอย่าง เพื่อเลี้ยงพระในช่วงเช้า และเลี้ยงคนที่มาร่วมงาน

 โดยทุกคนช่วยกันจัด ช่วยกันทำ เพราะอยากสืบทอดความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือมาจากจังหวัดอะไร แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน งานนี้จึงสำเร็จออกมาได้ เพราะความร่วมแรงร่วมใจกันของคนทุกคนในชุมชน

 "แค่เห็นรอยยิ้มของคนแก่ที่มานั่งให้รดน้ำ เราคนจัดงานเมื่อเห็นอย่างนี้ก็มีความสุขแล้ว" ชาวบ้านที่มาร่วมงานบอกด้วยสีหน้าชื่นใจ