
เผาขยะภูเก็ต ผลิตไฟฟ้าใช้ส่งขาย กฟภ.
โรงเตาเผาขยะมูลฝอยชุมชน จ.ภูเก็ต อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเทศบาลนครภูเก็ต นอกจากจะทำหน้าที่ในการกำจัดขยะมูลฝอยต่างๆ แล้ว ยังสามารถนำพลังงานความร้อนที่ได้จากการเผาขยะก่อเกิดเป็นไอน้ำ ที่สามารถผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ในโรงงานและส่วนที่เหลือส่งจำหน่ายให้แก่กา
นายถาวร จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า โรงเตาเผาขยะภูเก็ตได้จัดสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เพื่อรองรับขยะของภูเก็ตที่เพิ่มขึ้น นอกจากสามารถกำจัดขยะได้แล้ว ยังมีกระแสไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้เพื่อนำมาใช้ในโรงงานประมาณ 60 % และส่วนที่เหลืออีก 40 % ส่งขายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จากขีดความสามารถของการกำจัดขยะวันละ 250 ตัน โดยสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 2.5 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันสามารถผลิตได้เพียง 1.6 เมกะวัตต์ เนื่องจากยังมีปัญหาค่าความชื้นค่อนข้างสูงจึงยังทำให้ไม่สามารถผลิตได้เต็มที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไข
“การก่อสร้างโรงเผาขยะชุมชนนั้นใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ดังนั้นการส่งกระแสไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้ในโรงงานจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงเป็นการหารายได้มาช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการอีกทางหนึ่ง”
นายถาวร กล่าวว่า ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเผาไหม้ขยะทำให้เกิดไอน้ำ จนก่อเกิดเป็นกระแสไฟฟ้า ถือเป็นการมองการณ์ไกลของผู้บริหารในอดีตที่เลือกใช้เทคโนโลยีการกำจัดขยะซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วย เพราะถือเป็นพลังงานทดแทนรูปแบบหนึ่ง และยังได้รับการสนับสนุนค่าแอดเดอร์หรืออัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพราะในการกำจัดขยะนั้นไม่มีกำไร ซึ่งในส่วนนี้ช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดต่ำลง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรงงานเตาเผาขยะปัจจุบันมีขีดความสามารถในการกำจัดขยะได้เพียงวันละ 250 ตัน แต่ปริมาณขยะที่เข้าสู่โรงงานเตาเผาแต่ละมีมากกว่า 550 ตัน ส่วนที่เหลือจะต้องนำไปฝังกลบ แต่ด้วยพื้นที่จำกัดจึงต้องใช้วิธีการกำจัดทั้ง 2 รูปแบบควบคู่กันไป และยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีการสร้างโรงเตาเผาเพิ่มเพื่อช่วยเสริมเตาเผาที่มีอยู่เดิมในบริเวณเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ได้ผู้รับเหมาแล้ว คาดว่าจะสามารถลงมือก่อสร้างได้ประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งโรงเตาเผาใหม่นี้จะมีความสามารถในการกำจัดมูลฝอยได้ไม่น้อยกว่า 300 ตันต่อวัน และผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 5 เมกะวัตต์ นายถาวร กล่าว
นายประชุม สุริยะ หัวหน้ากลุ่มงานสิ่งแวดล้อม สำนักการช่าง เทศบาลนครภูเก็ต กล่าวว่า จากข้อมูลทราบว่าปริมาณขยะของประเทศไทยมีจำนวนกว่า 4.4 หมื่นตันต่อวัน หากนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนนับว่าเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่ค่อนข้างใหญ่มาก สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้จำนวนมหาศาล โดยในส่วนของเทศบาลนครภูเก็ตนั้นได้มีการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี แล้ว จากกำลังการผลิต 2.5 เมกะวัตต์ แต่ด้วยปัญหาขยะมีค่าความชื้นสูงจึงทำให้สามารถผลิตได้เพียง 1.6 เมกะวัตต์
“แผนงานการจัดทำพลังงานเชื้อเพลิงในอนาคต จะมีการนำปริมาณขยะที่อยู่ในหลุมฝังกลบจำนวนมากกว่า 1 ล้านตัน นำมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้าหาวิธีการที่เหมาะสมว่า จะนำมาผลิตพลังงานได้อย่างไรบ้าง จากการศึกษาระบบเทคโนโลยีเบื้องต้นหลักๆ พบว่าสามารถที่จะนำขยะดังกล่าวมาเป็นเชื้อเพลิงโดยตรงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า กับการใช้วิธีการหมักขยะให้เป็นแก๊ส จากนั้นก็นำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าแล้วเอาขยะส่วนที่เหลือมาทำการเผาในเตาสะอาดก็สามารถที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกส่วนหนึ่ง สำหรับเตาเผาขยะเดิมก็ยังคงต้องมีไว้ เพราะเป็นระบบเทคโนโลยีที่สามารถจะกำจัดขยะได้ทุกประเภท ซึ่งยังคงมีความจำเป็น” นายประชุม กล่าว



