
ป.ป.ท.พบผู้บริหารกบข.เผยบัญชีพิเศษสั่งซื้อหุ้นไม่ผ่านบอร์ด
ป.ป.ท.พบผู้บริหารกบข.เผยมีบัญชีพิเศษสั่งซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องผ่านบอร์ด ข้องใจบริษัทรับจ้างจัดการกองทุนกบข.มีส่วนได้เสียกับการซื้อหุ้นเลห์แมนบาร์เธอร์ในช่วงดิ่งเหว
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ว่า รมว.ยุติธรรมเข้าใจการทำหน้าที่ของป.ป.ท. และกำชับให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจว่าหากป.ป.ท.ไม่ตรวจสอบก็จะมีความฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม การที่กบข.ไม่ตัดสินใจให้ป.ป.ท.และหน่วยงานกลางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนรวม 7 หน่วยงานเข้าไปตรวจสอบทำให้เกิดความล่าช้า ขณะที่ข้าราชการจำนวนมากรอฟังผลการตรวจสอบว่า การลงทุนเกิดข้อผิดพลาดอย่างไร ผลประโยชน์ตอบแทนจึงได้ติดลบ ดังนั้นในวันนี้ (16 มี.ค.) ตนจะทำหนังสือถึงนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดกบข. เพื่อขอเข้าตรวจสอบกบข. โดยรูปแบบการตรวจสอบจะเป็นการทำงานอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อข้าราชการที่เป็นสมาชิกกบข.
“ข้อมูลที่รมว.ยุติธรรมได้รับร้องเรียนและส่งมอบให้ป.ป.ท.ตรวจสอบ ระบุถึงการนำเงินกองทุนกบข.ไปซื้อหุ้นที่ขาดทุนซ้ำซาก และมีประวัติติดแบล็กลิสต์ รวมถึงข้อมูลอีกเป็นจำนวนมากที่ยังเปิดเผยไม่ได้ จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งผมยังไม่ขอวิจารณ์การลงทุนซื้อหุ้นตัวนี้” นายธาริต กล่าว
นายธาริต กล่าวอีกว่า ตนยังตั้งความหวังว่า กบข.คงยินยอมให้คณะกรรมการกลางที่มีป.ป.ท.เป็นฝ่ายเลขานุการเข้าตรวจสอบข้อมูล เพราะไม่อยากมีภาพการบังคับใช้กฎหมายระหว่างหน่วยงานของรัฐ การที่ป.ป.ท.จะถือกฎหมายเข้าไปกางแล้วสั่งให้นำเอกสารข้อมูลออกมาให้ตรวจสอบ เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แต่หากบอร์ดกบข.ไม่ยินยอมให้ตรวจสอบ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้อำนาจตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าป.ป.ท.เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย และเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบ กรณีของกบข.แม้แต่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ไม่มีอำนาจตรวจสอบ ที่ผ่านมาก.ล.ต.จึงได้แต่แจ้งเตือนถึงการลงทุนซื้อหุ้นที่มีปัญหาติดแบล็กลิสต์
นายธาริต กล่าวอีกว่า ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ป.ป.ท.จะไม่ชี้มูลความผิด แต่ถ้าผลการตรวจสอบพบความไม่ชอบมาพากล เข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ดังนั้นในระหว่างการทำงานจึงไม่ควรมีการโต้เถียงด้วยความคิดต่างมุมมอง แต่หน่วยงานของรัฐควรร่วมกันตรวจสอบโดยเร็ว เพราะกรณีการลงทุนของกบข.มีข้ออันควรสงสัยต่อการตรวจสอบ ส่วนกรณีข้าราชการจะออกมารวมตัวที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อประท้วงกบข.นั้น ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง เพราะข้าราชการอยู่ภายใต้วินัย การหยุดมาแสดงพลังอาจมีความไม่เหมาะสมและผิดวินัยได้ ขณะนี้เชื่อว่าข้าราชการต่างตั้งความหวังให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานกลาง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนักวิชาการระบุว่ากบข.จำเป็นต้องลงทุนภาคเอกชนเพราะการลงทุนภาครัฐไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกอย่างเพียงพอ นายธาริต กล่าวว่า จากข้อมูลสาธารณะของกบข.จะพบว่า การลงทุนภาครัฐที่ระบุว่าผลตอบแทนน้อย ในความเป็นจริงกลับให้ผลตอบแทนสูงมาก จนสามารถนำมาหักลบกลบหนี้กับผลประกอบการที่ขาดทุนจากการลงทุนภาคเอกชน มิเช่นนั้นผลประกอบการของกบข.คงขาดทุนมากกว่านี้
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายนำข้อมูลเรื่องการลงทุน ซื้อหุ้นต่างประเทศมามอบให้ป.ป.ท.ตรวจสอบ โดยพบว่าผู้บริหารกบข.ได้รับมอบอำนาจเด็ดขาดจากบอร์ดให้มีบัญชีพิเศษ 1 บัญชี ในการตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้นได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด และมีข้อมูลบ่งชี้ว่าการนำเงินไปซื้อหุ้นบริษัทเลห์แมนบาร์เธอร์ ในช่วงที่หุ้นกำลังดิ่งเหวก่อนล้มละลายนั้น น่าจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่รับบริหารจัดการกองทุนของกบข. เพราะที่ผ่านมากบข.ไม่เคยซื้อหุ้นบ.เลห์แมน จนกระทั่งก่อนจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐฯ



