
เสื้อแดงยุบเวทีผ่านฟ้ารวมแยกราชประสงค์
"จตุพร" ระบุ เสื้อแดงยุบเวทีสะพานผ่านฟ้า ไปรวมราชประสงค์ที่เดียว อ้างความสะดวกดูแลผู้ชุมนุม พร้อมสร้างเมรุเผาศพแดงที่วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
(14เม.ย.) เวลา 11.14 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย ว่า จะยุบเวที่สะพานผ่านฟ้าไปรวมราชประสงค์ เพราะต้องการให้ผู้ชุมนุมมารวมที่ราชประสงค์แห่งเดียว เนื่องจากบริเวณสี่แยกราชประสงค์ มีตรอกซอกซอยน้อยกว่าสะพานผ่านฟ้า ซึ่งสะดวกต่อการดูแลผู้มาร่วมชุมนุม และเห็นแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้เสียดายบริเวณสะพานผ่านฟ้า แต่ห่วงใยและให้ความสนใจแยกราชประสงค์ซึ่งเป็นย่านธุรกิจมากกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านโรงเรียนสตรีวิทยา ในเช้าวันนี้ คนเสื้อได้จัดสร้างเมรุเผาศพผู้เสียชีวิตจากการใช้กำลังเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนายจตุพร กล่าวว่า หากผู้ชุม นุมย้ายไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ศพดังกล่าวจะยังไม่มีการเผา ตามที่เคยกำหนดไว้วันที่ 15 และ 16 เม.ย. โดยการเผาศพจะทำต่อเมื่อบรรลุภารกิจรัฐบาลยุบสภา อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้จะนำศพผู้ชุมนุมไปฝากไว้ที่วัดก่อน
เมื่อเวลา 10.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ว่า ในวันนี้ กลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดินได้ทราบว่า ทางทหารมีการเตรียมการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ว่า นปช.จะเคลื่อนไหวไปราบ 11 โดยมีการวางกำลังทหารตามตรอกซอกซอย เพื่อให้มีการเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเสื้อแดง และมีการเตรียมการสายพลาสติกแบบล็อค มาใช้แทนเป็นกุญแจมือที่จะควบคนเสื้อแดง ดังนั้น เราขอประกาศว่าจะไม่ไปไหน และขอเรียกร้องไปยังทหารที่จะทำการล้อมจับตามคำสั่งของนายอภิสิทธิ์และรัฐบาลให้เปลี่ยนใจและถอนตัว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จากการหารือของแกนนำที่แยกกันรับผิดชอบ 2 เวที ขณะนี้มีมติตรงกันว่า เพื่อให้การจัดทัพของเสื้อแดงมีพลังมากขึ้น มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพสูงสุด ต่อไปนี้จึงจะย้ายทัพจากแยกผ่านฟ้าฯมาชุมนุมรวมกันที่สี่แยกราชประสงค์ โดยจะจัดเป็นทัพใหญ่เพื่อเตรียมการต่อสู้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างเต็มที่ หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไป โดยเหตุผลสำคัญ เป็นเพราะว่าไม่ต้องการให้เกิดการปะทะและสูญเสียอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลร้องขอคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้าฯ ก็จะคืนพื้นที่ให้ตามเจตนารมย์ของรัฐบาล อีกทั้งพื้นที่ราชประสงค์ รัฐบาลไม่มีความต้องการที่จะขอคืน หากต้องการจะเอาคืนก็คงต้องมาตามฆ่ากันอีก โดยนายจตุพรจะเข้าไปชี้แจงกับผู้ชุมนุมที่แยกผ่านฟ้าให้เข้าใจ และตนเข้าใจว่า บางส่วนจะย้ายมาในจุดนี้ในช่วงเย็นๆและจะเรียบร้อยแล้วเสร็จทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (15 เม.ย.)
นายณัฐวุฒิ กล่าววว่า สถานการณ์เวลานี้ เห็นว่ารัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ กำลังใช้แผนปฏิบัติการเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่มีการล้อมฆ่าปราบปรามประชาชน โมเดลที่นายอภิสิทธิ์ใช้เป็นพิมพ์เขียวเดียวกัน เพราะมีการสร้างภาพว่ามีผู้ก่อการร้ายปะปนเป็นพวกเดียวกับผู้ชุมนุม และใช้สื่อของรัฐ คือ NBT ทำหน้าที่เป็นเหมือนวิทยุยานเกราะยัดเยียดข้อมูล และกล่าวหาให้คนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้ายและโค่นล้มสถาบันเบื้องสูง เพื่อสร้างความเกลียดชังคนเสื้อแดงกับประชาชนทั่วไป ให้ต่อต้านการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่มีความเชื่อแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ต้องเชื่อแล้วว่า นายอภิสิทธิ์ถูกวิญญาณเผด็จการของพล.อ.ถนอม กิตติขจร กับ พล.อ.ประพาส จารุเสถียร เข้าสิง
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนวิธีคิดของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่นำเสนอให้กับนายอภิสิทธิ์ เชิญอดีตนายทหาร คมช. มาเป็นที่ปรึกษา เป็นการใช้วิธีจัดการประชาชน เพื่อล้อมปราบภายในไม่กี่วันแน่นอน แต่ทั้งที่จริงแล้ว รัฐบาลไม่มีเหตุผลในการล้อมปราบอีกเพราะเราคืนพื้นที่ให้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายณัฐวุฒิ ได้นำนายมานพ ชาญชั่งทอง การ์ดนปช.อายุ 47 ปี มาแสดงตัวกับสื่อมวลชน โดยระบุว่า นายมานพ เป็นคนเดียวกับไอ้โม่งที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ โดยกล่าวว่า นายมานพ เป็นการ์ดอาสาที่ได้ยึดอาวุธจากทหารและกำลังเดินนำเอาอาวุธมาให้กับแกนนำ โชว์บนเวที ซึ่งเรื่องนี้สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน เพราะภาพถ่ายดังกล่าวไม่ใช่บริเวณแยกคอกวัว หรือแยกสตรีวิทยา แต่ภาพที่ถ่ายได้เป็นหลังเวทีผ่านฟ้า ซึ่งตนนำยืนยันกับสื่อก็เพื่อไม่ให้รัฐบาลเสียสติไปกันใหญ่ และหยุดใส่ร้ายประชาชนได้แล้ว นอกจากนี้ ยังนำภาพนิ่งมาโชว์กับสื่อมวลชน โดยเป็นภาพที่คนเสื้อแดงขี่จักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน พลบ 141 พร้อมกับสะพายปืนไว้ที่หลัง พร้อมกับขี่จักรยานยนต์ผ่านป้อม สห.และนำปืนไปส่งให้กับทหารกลุ่มหนึ่งบริเวณคลองผดุงกรุงเกษมใกล้กับทำเนียบรัฐบาลซึ่งชัดเจนว่า ชายคนดังกล่าวเป็นแดงเทียมที่ปล้นปืนมาให้ทหาร นอกจากนี้ ขอเตือนไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างๆ โดยเฉพาะผู้บริหารสถานี หากคิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ได้คุ้มกะลาหัวได้ก็เชิญ แต่สุดท้าย ต้องอยู่กับประชาชน และคืนพื้นที่ให้ทางเราได้ข้อมูลที่แท้จริงไปบอกกล่าวประชาชนด้วย
ถามว่า หลังจากยกทัพมาที่ราชประสงค์แล้วจะชุมนุมยืดเยื้ออีกนานเท่าไหร่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่กำหนดเวลา แต่การมาอยู่ที่นี่เป็นการจัดทัพปรับกระบวนเพื่อเคลื่อนไหวและให้เข้มข้นมากขึ้น คาดว่า หลังสงกรานต์นี้จะเริ่มเคลื่อนไหว ส่วนจะขยายพื้นที่การชุมนุมรวมราชประสงค์อย่างไร จะต้องรอดูกำลังคน แต่แน่นอนว่าจะต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า ซึ่งอาจจะขยายไปถึงราชดำริ สวนลุม สีลม ยืนยันว่า จะไม่มีการเจรจากับรัฐบาลนอกจากต้องยุบสภาสถานเดียว ส่วนการสวดศพของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย.วันนี้จะยังคงมีการสวดพระอภิธรรมที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ในวันพรุ่งนี้จะนำศพ ไปบำเพ็ญกุศลในวัดต่างๆและจะทำพิธีฌาปนกิจศพที่อนุเสาวรีย์ประธาธิปไตยต่อไป
ด้านนายมานพ การ์ด นปช. กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ที่ 10 เม.ย. ตนอยู่ดูแลรักษาความปลอดภัย ที่แยกราชประสงค์ และเมื่อนายณัฐวุฒิ กับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เกณฑ์ชายฉกรรจ์ไปสมทบที่แยกผ่านฟ้า ตนก็ได้ไปพร้อมกับขบวนในช่วงเย็นๆ โดยไปประจำอยู่ที่จุดโรงเรียนแล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้รับการฝึกฝนทางด้านทหารมาก่อน ตนประกอบอาชีพรับจ้างเท่านั้น และไม่มีชุดป้องกันอะไรนสตรีวิทยา และได้พบกับเจ้าหน้าที่ทหารถืออาวุธสงครามอยู่ จึงได้เข้าไปขอปลดอาวุธ โดยไปเพียงคนเดียว



