ข่าว

ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา“สมชาย-บิ๊กจิ๋ว-พัชรวาท"สลายม็อบ7ต.ค.

ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา“สมชาย-บิ๊กจิ๋ว-พัชรวาท"สลายม็อบ7ต.ค.

16 มี.ค. 2552

ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา “สมชาย-บิ๊กจิ๋ว-พล.ต.อ.พัชรวาท-พล.ต.อ.วิโรจน์-พล.ต.ท.สุชาติ – พล.ต.ต.ลิขิต-พล.ต.ต.เอกรัตน์” คดีสลายม็อบ 7 ต.ค. 2551 ส่วน พล.ต.ต.อำนวย รอด เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน ผบ.ตร.พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหา

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า ตามที่มีผู้กล่าวหาร้องเรียน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบช.น. ในฐานะผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจสังกัดนครบาล และตำรวจผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด กรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธร้ายแรงเข้าปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมบริเวณถนนหน้ารัฐสภา และบริเวณใกล้เคียง เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 โดยใช้อาวุธปืนยิงระเบิดแก๊สน้ำตา ขว้างระเบิดแก๊สน้ำตา เข้าสลายฝูงชน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายนั้น
 
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนพยานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้สลายการชุมนุม ผู้รู้เห็นเหตุการณ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการแพทย์ และนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้ขอสำนวนการสอบสวนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ของรัฐบาล เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการสั่งสลายการชุมนุม ซึ่งก่อให้ให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตรวม 7 คน ได้แก่

1.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษและมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุมในวันที่ 7 ต.ค. 2551 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภาให้ได้ โดยมอบหมายให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้สั่งการ และหลังจากมีการสลายฝูงชนจนมีผู้บาดเจ็บสาหัสในช่วงเช้า เป็นเหตุให้ พล.อ.ชวลิต ขอลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในเวลา 09.00 น. หลังจากนั้นนายสมชายก็มิได้ยับยั้งมิให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก ตรงข้ามกลับปล่อยปละละเลยจนมีผู้ชุมนุมบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต ในช่วงบ่ายต่อเนื่องจนถึงเวลาค่ำ จึงแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป
 

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า 2.พล.อ.ชวลิต  ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และได้รับมอบหมายจากนายสมชาย ให้เป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์และสั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการทุกวิถีทางในอันที่จะผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม โดยการใช้แก๊สน้ำตา จนสามารถเปิดทางเข้าประชุมสภาได้ ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส แม้ลาออกจากตำแหน่งในเวลา 09.00 น.แล้ว ก็ถือว่ามีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

3.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ แม้ได้ความว่ามีการมอบหมายให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนและแต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ให้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ก็ต้องให้ความสำคัญตามความเคลื่อนไหวในการชุมนุมอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดเหตุรุนแรงจนถึงขั้นผู้ชุมนุมบาดเจ็บสาหัสถึงขนาดขาขาด แขนขาด ก็ต้องยับยั้งมิให้เหตุการณ์ลุกลามต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีผู้สั่งการในระดับนโยบาย ซึ่งต้องรับผิดชอบโดยตรง และมีผู้สั่งการระดับล่าง ซึ่งได้รับมอบหมายตามสายงานอยู่แล้ว จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดทางวินัย ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่ ระมัดระวัง รักษาประโยชน์ของทางราชการ ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า 4.พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รอง ผบ.ตร. ได้รับมอบหมายหน้าที่จาก ผบ.ตร. ให้สั่งและปฏิบัติราชการแทน ได้ร่วมรับทราบนโยบาย และควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในขณะสลายฝูงชน จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดทางวินัยเช่นเดียวกับ ผบ.ตร.

5.พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ในขณะดำรงตำแหน่ง ผบช.น. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตามแผนกรกฏ 48 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝูงชน จนเกิดการบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตาย และละเว้นไม่หยุดยั้งการกระทำอันรุนแรงที่เกิดขึ้น จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งทางวินัย และทางอาญา ฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า 6.พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล รอง ผบช.น. ได้รับมอบหมายให้เป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 2551 เวลา 20.01 น. ถึงวันที่ 7 ต.ค. 2551 เวลา 08.00 น. ในภารกิจเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุมด้านประตูปราสาทเทวฤทธิ์ โดยรับผิดชอบบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสลายฝูงชน ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส ขาขาด และแขนขาด จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งทางวินัย และทางอาญา เช่นเดียวกับผู้บัญชาการเหตุการณ์

7. พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. ได้รับมอบหมายให้เป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์แทน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ซึ่งขอลาไปจัดการศพบิดาในวันที่ 7 ต.ค. 2551 เวลา 08.01-20.00 น. โดยรับผิดชอบและสั่งการให้มีการสลายฝูงชนในระหว่างเวลา 16.00-17.00 น. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากแก๊สน้ำตา และในเวลา 18.00 -20.00 น. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และมีผู้สูญเสียขา และแขน จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งทางวินัยและทางอาญา เช่นเดียวกับผู้บัญชาการเหตุการณ์

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า สำหรับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน นั้น จากการไต่สวนจนถึงปัจจุบันนั้น ยังไม่พบว่าเป็นผู้ร่วมสั่งการ หรือเกี่ยวข้องในการสั่งสลายฝูงชน เนื่องจากได้ผลัดเปลี่ยนเวรกับ พล.ต.ต.เอกรัตน์ แม้เป็นผู้ร่วมแถลงข่าวในวันที่ 8 ต.ค. 2551 ว่าเหตุที่ผู้ร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บมิใช่มาจากการใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่าในชั้นนี้ยังไม่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา เว่นแต่จะได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ยืนยันชัดเจนต่อไปในภายหลังว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

ผบ.ตร.พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหา

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตนเองพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจง ที่ผ่านมาตำรวจทำตามหน้าที่ตามกฎหมายทำตามผู้บังคับบัญชา ในการดูแลกลุ่มชุมนุม และอาคารรัฐสภาทั้งนี้ตนเองเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานตามหน้าที่ ตามกฎหมาย แต่โดยข้อหาร้ายแรง ตำรวจทำงานตามกฎหมายไม่ได้ตั้งใจทำร้ายประชาชน
 พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวต่อว่า อย่างกฎหมายควบคุมฝูงชนตำรวจก็พยายามพูดถึงมาตลอด เกือยทุกประเทศมีแต่เรายังไม่มี ส่วนการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแงเราก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน เท่าเทียมกัน