ข่าว

จับสาวใช้บ้านพี่สาว“ชูวิทย์”ยกเค้านายจ้าง

จับสาวใช้บ้านพี่สาว“ชูวิทย์”ยกเค้านายจ้าง

13 เม.ย. 2553

รวบสาวใช้บ้านพี่สาว “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” แอบขโมยเครื่องเพชร ทองคำมูลค่ากว่า 3 แสนบาทหลบหนีแต่ไม่รอด

(13เม.ย.) พ.ต.ท.ดิลก รื่นเนตร สว.สส.สน.วัดพระยาไกร ร.ต.อ.ขวัญชัย แป้นมณฑา รอง สว.สส.สน.วัดพระยาไกร นำกำลังเข้าจับกุม นางชลธิชา หรือเบี๊ยะ สิงห์ทอง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/1 ซอยวัดจันทร์ใน แขวงและเขตบางคอแหลม กทม. พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ สร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร แหวนทองคำฝังเพชร น้ำหนักรวมกว่า 30 บาท พระเลี่ยมทอง 4 องค์ ใบจำนำแหวนทองคำ 1 ใบ มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมด กว่า 300,000 บาท หลังจากเจ้าตัวหลังจากก่อเหตุลักทรัพย์บ้านเลขที่ 97/24 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ของนางศรีประภา กมลวิศิษฎ์ อายุ 59 ปี พี่สาวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ในท้องที่ สน.บางยี่ขัน

 พ.ต.ท.ดิลกกล่าวว่า หลังจากฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้รับการประสานจาก สน.บางยี่ขัน ให้ช่วยติดตามจับกุมนางชลธิชา คนรับใช้ของนางศรีประภา เนื่องจากผู้ต้องหาได้เข้ามาทำงานที่บ้านของนางศรีประภาตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. หลังจากเริ่มงานวันแรก อาศัยช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านออกไปทำธุระข้างนอก ขึ้นไปลักทรัพย์เป็นเงินสด 15,000 บาท ที่เก็บไว้ในลิ้นชักภายในตู้ของห้องนอนชั้น 2 ของนางศรีประภา แล้วกลับบ้านพักย่านบางคอแหลม โดยที่นางศรีประภาไม่รู้

 พ.ต.ท.ดิลกกล่าวต่อว่า จากนั้นในวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 2 ในการทำงาน ผู้ต้องหาก็ได้เข้าไปทำความสะอาดบ้านตามปกติ และได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่คนในบ้านไม่มีใครอยู่ รื้อค้นเอาสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ สร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร แหวนทองคำฝังเพชร น้ำหนักรวมกว่า 30 บาท พระเลี่ยมทอง 4 องค์ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 300,000 บาท ก่อนหลบหนีไป โดยในวันนั้น นางศรีประภาได้กลับมาที่บ้านพัก และขึ้นไปบนห้องนอน ก็สังเกตุเห็นร่องรอยการรื้อค้น จึงเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าทรัพย์สินถูกขโมยไปแล้ว จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมได้ที่บ้านพักของ นางชลธิชาเอง

 จากการสอบสวนนางชลธิชาให้การรับสารภาพว่า ก่อนจะมาทำงานเป็นคนรับใช้ที่บ้านนางศรีประภาก็ไม่เคยไปทำงานที่ไหนมาก่อน โดยตนได้ไปเขียนใบสมัครงานตำแหน่งทำความสะอาดบ้านไว้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด แก้วกาญจน์ เนอร์สซิ่งโฮม ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาแม่บ้านโดยได้ค่าจ้างวันละ 215 บาท หลังจากที่บริษัทส่งตัวมาทำงานที่บ้านของนางศรีประภา ก็สังเกตเห็นว่าบ้านหลังนี้มีคนอยู่ในบ้านเพียง 4 คน ประกอบด้วย นางศรีประภา ลูกชาย 2 คน และหลานอีก 1 คนเท่านั้น

 นางชลธิชาให้การต่อว่า ตนจึงอาศัยช่วงจังหวะที่ลูกชายของนางศรีประภาอยู่บ้านเพียงคนเดียว เข้าไปลักเอาเงินสด 15,000 บาทไป ก่อนจะนำเงินไปให้แม่ที่ติดคุกข้อหาจำหน่ายยาบ้า ส่วนเงินที่เหลือนำไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และซื้อยาบ้ามาเสพเอง เพราะตนติดยาบ้าอย่างหนัก นอกจากนี้ยังเอาแหวนทองคำอีก 1 วง ไปจำนำที่โรงรับจำนำ ได้เงินมา 7,500 บาท โดยหวังจะนำเงินมาใช้จ่ายประจำวัน แต่มาถูกจับกุมได้ในที่สุด

 ด้าน ร.ต.อ.ขวัญชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรของนางชลธิชา ไม่พบว่าเคยต้องคดีใดมาก่อน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านางชลธิชาเปลี่ยนบัตรประชาชนแทบทุกปี อีกทั้งช่วงที่จับกุมได้ก็ยังมีอาการมึนเมาจากการเสพยา จึงฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนที่เคยตกเป็นเหยื่อถูกขโมยทรัพย์สิน สามารถเดินทางมาดูตัวได้ที่ สน.บางยี่ขัน