
"เติ้ง"โยนชวนช่วยนายกฯแก้ปัญหา
บรรหาร" โยนบัญญัติ-ชวน เสียงใหญ่ในปชป.ลงมาช่วย อภิสิทธิ์ - สุเทพ"เคลียร์ปัญหา ชี้แค่ลาออก-ถอนตัว ไม่ใช่ทางออก ขอรอคำตอบ ปชป. ก่อนต่อสายคุย แม้ว
(13เม.ย.) นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤตการเมืองในขณะนี้ว่า ปีใหม่ไทยปีนี้ ตนอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันตั้งสติ เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ชาติไทยและประเทศไทยยังต้องคงอยู่ สำหรับความขัดแย้งที่มีอยู่นี้ตนเชื่อว่ามีทางออก ถ้าเราอ่อนข้อซึ่งกันและกัน ยอมลดราวาศอก ผ่อนปรนกันบ้าง ถ้าทำได้ประเทศชาติและประชาชนจะได้มีความสุข เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายต่างโทษการเมืองกันทั้งนั้น ขอให้คนไทยช่วยกันตั้งจิต ตั้งสมาธิอันแน่วแน่ นึกถึงคำสอนที่บอกว่าให้นึกถึงส่วนรวม อย่านึกถึงส่วนตัว
นายบรรหาร กล่าวว่า นปช.ไปยื่นหนังสือถึงตนที่หน้าบ้านเมือไม่กี่วันนี้ ระบุว่าตนเคยพูดเอาไว้ว่าถ้าผู้ชุมนุมเกิดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และชทพ.ควรทบทวนการอยู่ร่วมรัฐบาล ตนยืนยันว่า ตนไม่เคยพูดถึงตรงนี้ พูดเพียงแค่ ถ้าเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รัฐบาลคงต้องรับผิดชอบอย่างหนีไม่พ้น เพราะทุกรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ แต่การจะบอกว่าให้ชทพ.ทบทวนการร่วมรัฐบาลนั้น ตนไม่มีอำนาจเพราะถูกเว้นวรรค 5 ปี ชทพ.มีหัวหน้าพรรค กรรมการบริหาร ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจ เป็นพรรคที่เกิดมาทำการเมือง ดังนั้นการทำอะไรต้องมีขั้นตอน ตนเป็นเพียงคนส่งซิกส่งสารไปว่า เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ให้ลองพิจารณา ตนไม่มีอำนาจบังคับว่าจะต้องถอนตัวหรือไม่ถอนตัว ตนไปบังคับไม่ได้ นี่คือคำตอบให้กับ นปช. แล้วอีก 2 วันไม่ต้องไปหาตนที่บ้าน
นายบรรหาร กล่าวอีกว่า บนเวทีคนเสื้อแดงก็เพื่อนกันทั้งนั้น และนึกถึงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนายอดิศร เพียงเกษ นายวีระ มุกสิกพงษ์ ทุกคนก็เพื่อนกัน ดังนั้นควรช่วยบ้านเมืองให้ไปรอด การยื่นคำขาดให้รัฐบาลยุบสภานั้น ตนเคยติงไว้แล้วว่ามันมีปัญหา เพราะรู้สึกสะท้อนในใจว่ารัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 237 ถ้าด่าได้คงด่าไปแล้ว และหากไม่ได้รับการแก้ไขโดยแก้กติกาก่อนยุบสภา ลงเลือกตั้งไปก็ไม่เกิดประโยชน์ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ประโยชน์ หวังว่าจะเข้ามาเป็นรัฐบาล หรือจะเข้ามาช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างนั้นหรือ มันเป็นไปไม่ได้ถ้ากกต.ชุดนี้ยังอยู่
“ดังนั้นต้องอดใจรอ มาช่วยกันแก้รัฐธรรมนูญ ผมเคยเสนอไปแล้วและมีจุดยืนในตัวเอง วันที่ไปกินข้าวกันที่โรงแรม เมอร์เรเดียน ฮิลตัน รองสุเทพ ก็ถามว่าพรรคร่วมฯจะเอาอย่างไรกัน ผมก็บอกไปว่าปัญหาตอนนี้รัฐบาล โดยเฉพาะพรรคปชป.ต้องเดินหน้า เพราะตามที่ออกโรดแม็ปมา 9 เดือน โดยให้ยุบสภา 6 ธ.ค.นั้น มันคงทำอะไรไม่ได้แล้ว ผมก็บอกว่าเอาแค่ 6 เดือนก็แล้วกัน เพื่อแก้กติกากันใหม่ โดยผมเสนอให้แก้ 6 ประเด็นตามที่กรรมการสมานฉันท์ลงมติไว้ แล้วไม่จำเป็นต้องทำประชามติ และผมยังบอกรองสุเทพว่าผมเป็นห่วง ว่าท่านคงเพียงรับจากพวกผมไปแล้วไปพูดกับพรรค แล้วถ้าพรรคเถียงจะทำอย่างไร ผมจึงบอกว่าข้อนี้สำคัญ” นายบรรหาร กล่าว
“ทางฝ่ายเสื้อแดง พยายามบีบบังคับให้ยุบสภา ก็มีหลายฝ่ายคัดค้าน ตนก็ยังไม่เห็นด้วย ดังนั้นพรรคปชป.ต้องเร่งประชุม ฝากถึงท่านนายกฯชวน ท่านบัญญัติ ขอให้ท่านทั้งสองช่วยนายกฯอภิสิทธิ์หน่อย ช่วยรองสุเทพหน่อย รีบประชุมพรรคด่วนว่าจะอาอย่างไร จะเอาอย่างไร จะยุบสภาเมื่อไร จะแก้รธน.หรือไม่ แก้อย่างไร ทำอะไรต่างๆก็บอกออกมาชัดเจน อย่าเฉยๆอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเหตุการณ์มันร้อนแรงขึ้นทุกวันๆ มันจะรบกันอีกเมื่อไรก็ตอบไม่ได้ และดีใจที่ฝ่ายผบ.ทบ.บอกว่า ต่อไปทหารจะไม่เข้าสลายม็อบอีกแล้ว เป็นเรื่องของรัฐบาล ของฝ่ายการเมืองที่ต้องไปแก้ไขกัน ตอนนี้ผมสงสารนายกฯอภิสิทธิ์ สงสารรองสุเทพ เพราะตอนรองสุเทพ มาพูดกับผมก็น้ำตาคลอไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เห็นใจ ฉะนั้นพรรคปชป.เป็นพรรคใหญ่ เป็นพรรคแกนนำ เสียงของท่านชวน ท่านบัญญัติ มีในพรรคมาก มีความสำคัญมาก เป็นตายอยู่ที่2คนนี้ ถ้าช่วยกันก็ไปได้ แต่ถ้าท่านไม่ช่วยนายกฯ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปได้ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นก็ตอบไม่ได้” นายบรรหาร กล่าว
นายบรรหารกล่าวว่าว่า ตนได้บอกกับนายสุเทพ ว่าตนอาจจะเดินหน้าให้ได้ อาจจะโทรศัพท์บอกพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าคุยกันหน่อย แต่ถ้าพรรคปชป.ไม่ไฟเขียวออกมาคงลำบาก เพราะปชป.ไปคุยเองคงไม่ได้ เสื้อแดงก็คงไม่พูดด้วย เพราะแม้แต่ตนเองเสื้อแดงก็ไม่พูดด้วย แต่อย่าลืมว่าโลกมันกลมโอกาสหน้าจะพึ่งพานายบรรหารหรือไม่ เพราะตนยังจำอดีตที่ผ่านมาได้ ตอนที่ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งรัฐบาล ทำให้คุณสมัครเป็นนายกฯ ตอนนั้นตนก็ถูกด่า แม่ผู้ใหญ่ที่ตนนับถือก็ไม่ให้เข้าพบ หาว่ามาเข้ากับทางนี้ ตนเจ็บตัวไปพักหนึ่ง สมัยนายสมชายเป็น นายกฯตนก็ช่วยอีก ช่วยล็อบบี้พรรคร่วม อย่างนี้เป็นการใช้บริการนายบรรหารหรือเปล่า แล้วคิดว่าโอกาสหน้าไม่ใช้อีกหรือ
“ดังนั้นผมต้องวิงวอน ตอนนี้ผมยังไม่ไปพูดกับทางฝ่ายนั้น แต่จะพูดกับพรรคปชป.เสียก่อน พูดอย่างนี้ไม่ใช่บีบบังคับ ไม่ได้ขู่ เพียงแค่บอกว่าควรจะทำอะไรก่อนเท่านั้นเอง แต่ท่านจะทำหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน เพราะถ้าท่านไม่ทำผมก็อยู่เฉยๆ เพราะอีกไม่กี่วันผมก็จะบินไปเมืองนอก จะไปเที่ยวอังกฤษซัก 15 วัน ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยกันไป ราชประสงค์ก็ยังถูกยึดอยู่ ทหารไม่เข้าเคลียร์พื้นที่ก็อยู่อย่างนั้น แล้วอะไรจะเกิดขึ้น บ้านเมือง เศรษฐกิจ พังหรือไม่ การค้าขาย ธุรกิจแถวนั้นพังระเนระนาดกันหมด จะปล่อยไปได้อย่างไร ปล่อยไม่ได้ ดังนั้นการบอกให้ยุบสภาทันทีผมก็ไม่เห็นด้วย ขอฝากน้องชวน ว่าพี่ขอเถอะ รีบประชุมพรรคเสีย ท่านบัญญัติ ก็เพื่อนกัน ช่วยนายกฯอภิสิทธิ์เขาหน่อย ช่วยท่านสุเทพหน่อย จะแย่อยู่แล้ว แล้วผมจะได้หาทางบอกกับพรรคร่วม ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ไม่อย่างนั้นไม่มีคำตอบ” นายบรรหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาก็เคยให้โอกาสพรรคปชป.ไปแล้ว แต่เขาไม่รับ นายบรรหาร กล่าวว่า คราวนี้โอกาสสุดท้ายแล้ว เพราะเหตุการณ์เร่งรัดเข้ามาหมดแล้ว ไม่มีทางอยู่ ต้องขอถามว่าอยู่อย่างนี้ไปได้หรือไม่ ถึงสิ้นปีหรือ เป็นไปไม่ได้ เมื่อถามว่าเสื้อแดงก็คงไม่ยอมให้เวลาอีก6 เดือน นายบรรหาร กล่าวว่า แล้วค่อยว่ากันอีกที ขอเบื้องต้นแค่นี้ก่อน เมื่อถามว่าการให้โอกาสนั้นมีเวลาอีกแค่ไหน นายบรรหาร กล่าวว่า คิดว่าเมื่อตนพูดไปแล้วคงเร็วขึ้น คงไม่ช้า การที่ตนพูดอย่างนี้ก็เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะทำอย่างไร แต่ถ้าพรรคปชป.ไม่ทำก็แล้วแต่ ส่วนตนก็อยู่เฉยๆ อยู่รอวันยุบสภา รอเลือกตั้งใหม่ก็แค่นั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพ บอกหรือไม่ว่าจะไปคุยกับพรรคเมื่อใด นายบรรหาร กล่าวว่า ตนเพียงฝากเป็นการบ้านเท่านั้น เราเป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่ต้องพูด เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นไปขนาดนี้ ควรรู้แล้วว่าต้องทำอะไรหรือไม่ต้องทำอะไร โตกันแล้ว รู้กันอยู่ ตอนนี้มีหลายคนส่งข้อความมาถึงตนให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่ยังถอนไม่ได้ ในเมื่ออยู่กับรัฐบาลก็ต้องพยายามประคับประคองรัฐบาลไปให้ตลอดเสียก่อน หาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้เสียก่อน จู่ๆขึ้นเรือแล้วจะถีบเรือส่งไม่ได้ ทำไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นแก้ รธน.ใช้เวลาอีก 6 เดือน พรรคร่วมฯเห็นด้วยทั้งหมดหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เห็นด้วยทุกพรรค เห็นด้วยว่าต้องแก้รธน. ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการแก้รธน.นั้น บางทีการเป็นนายกฯก็ต้องฟันธงไปเลย เพราะถ้ามัวแต่ไปฟังทุกฝ่ายก็คงทำอะไรไม่ได้ มันต้องมีได้มีเสียบ้าง ทำในสิ่งที่ถูกต้องทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ทำอย่างไรให้ผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ถอนตัวออกไปได้โดยไม่มีเลือดตกยางออก
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่การแสดงความรับผิดชอบของนายกฯกรณีที่มีผู้เสียชีวิตว่ายังไม่เพียงพอ นายบรรหาร กล่าวว่า นายกฯต้องเดินตามตนหน่อย ไม่ใช่ออกทีวีพูดอยู่เรื่อยว่าจะต้องสอบสวน หรือพูดเรื่องก่อการร้าย เมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้วเรื่องนั้นก็ทำไป แต่อีกด้านหนึ่งจะเดินหน้าไปอย่างไร นายกฯ ต้องเดินไปทันทีด้วย คนจะได้เห็น นักวิชาการหลายฝ่ายก็ต้องการแบบนี้เหมือนกัน เมื่อถามย้ำว่าสังคมต้องการให้นายกฯลาออกแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นายบรรหาร กล่าวว่า ลาออกไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ถึงลาออกก็ไม่สงบ เพราะกลุ่มเสื้อแดงให้ยุบสภา ไม่ได้บอกให้ลาออก ถ้าลาออกก็ยิ่งยุ่งไปใหญ่ เลือกนายกฯบ่อย ๆ ไม่ดีแน่ ถ้าเป็นการเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญเก่าไม่เป็นอะไร “แต่วิธีเลือกตามรัฐธรรมนูญใหม่ ผมไม่อยากพูด ให้ไปดูเอง ผมต้องไปนอนที่โรงแรมปริ๊นเซสถึง 2 คืน ต้องคอยควบคุม ส.ส.ตลอด เดี๋ยวคนนั้น คนนี้ก็มาเกี่ยวไป ไม่เอาอีกแล้ว”
เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่รับข้อเสนอจะทำอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร “ตอนนี้ประเทศไม่มีทางออกแล้ว นี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ถ้ายังเฉยอยู่ เสื้อแดงเขาก็ไม่ยอมแน่ ถ้าประชาธิปัตย์ประชุมพรรคมาแล้วบอกไม่เห็นด้วยผมก็จบ หงายหลังผึ่ง ผมก็จะอยู่เฉย ๆไม่ทำอะไรแล้ว เรื่องอะไรจะต้องไปเปลืองเนื้อเปลืองตัว”
นายบรรหาร กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตนเชื่อว่าเป็นมือที่สาม เพราะยิงทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้เกิดเรื่องขึ้น ส่วนที่รัฐบาลบอกว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายนั้น ตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามือที่สามมีแน่
เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์โทรศัพท์มาปรึกษาบ้างหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มี “นี่คือสไตล์ของนายกฯ ความจริงทำอะไรก็แล้วแต่ต้องโทรคุยกับใครเขาบ้าง แต่นายกฯก็ไม่คุย คุยกับคนแค่ 3-4 คน เช่นนายศิริโชค นายกอร์ปศักดิ์แค่นี้ ผมก็ไม่อยากพูด ถ้าผมเป็นนายกฯ ผมโทรหาคนเยอะแยะแล้วให้มาช่วยกันคิดหน่อย อย่างไรก็ตามผมคงไม่ฝากบอกไปถึงนายกฯ พอแล้ว เป็นผู้ใหญ่ รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว”
เมื่อถามถึงกรณี กกต.ตัดสินเสนอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร กล่าวว่า “อะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่เจอกับตัวเองไม่รู้สึก ผมพูดแค่นี้พอ”
เมื่อถามว่าเงื่อนไขที่จะไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณมีเรื่องให้กลับประเทศได้หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ใช่ ยังไม่มีเรื่องนี้ ตนเพียงแต่พูดเกริ่นเอาไว้ว่าทุกคนไม่อยากไปอยู่เมืองนอกตลอด ทุกคนอยากกลับบ้านทั้งนั้น แต่ตอนนี้ต้องรอคำตอบจากพรรคประชาธิปัตย์ก่อน เมื่อถามว่าจะรอคำตอบจากพรรคประชาธิปัตย์อีกนานหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ตนไม่ได้ห้าม ขอให้สื่อไปถามพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเอาอย่างไรกับสิ่งที่ตนพูด
ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า นายอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบแน่นอน แต่ก่อนรับผิดชอบจะต้องเข็นเรือให้ไปถึงฝั่งก่อน แล้วค่อยทิ้ง คือจะต้องแก้ไขปัญหาต่าง ๆให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เช่นแก้รัฐธรรมนูญให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นเลือกตั้งมาก็ยุบพรรคอีก ไม่มีประโยชน์อะไร “พอแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ไม่ว่าจะยุบสภา หรือลาออกก็ว่ากันเลย ต้องอยู่เพื่อแก้ปัญหาก่อนให้เรียบร้อย ไม่ใช่เกิดเรื่องขึ้นแล้วหนีปัญหาไปเลย แบบนี้ไม่ถูก”
เมื่อถามว่าตอนนี้สังคมกำลังคาดหวังกับพรรคร่วมรัฐบาลที่จะช่วยหาทางออกให้ประเทศ นายชุมพล กล่าวว่า นี่คือจุดยืนของพรรค คือต้องรับผิดชอบด้วยการแก้ปัญหาก่อน ในเมื่อตัวเองทำพลาดไปแล้ว ถึงจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม และพรรคชาติไทยพัฒนาก็ประกาศมาตลอดว่าวิกฤติของประเทศเราเวลานี้ สาเหตุมาจากวิกฤติการเมือง และถ้าจะแก้วิกฤติการเมืองได้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราเสียก่อน ดังนั้นในวันที่ 14 เม.ย.นี้หรือภายในสัปดาห์หน้า นายกฯ ก็ควรไปเรียกประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เอาจุดยืน หลักการที่แน่นอนว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ถือเป็นหลัก ตอนนี้อยู่ที่ประชาธิปัตย์พรรคเดียว ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ถ้าตราบใดที่ยังไม่มีจุดยืน พรรคประชาธิปัตย์ก็แก้ปัญหาไม่ได้
เมื่อถามว่าแต่เสียงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในพรรคมีไม่มากพอ เพราะครั้งก่อนก็ยังหนุนแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ นายชุมพล กล่าวว่า ขอให้กลับไปเรียกประชุมพรรคใหม่ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ ไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว ตอนนี้คนในพรรคประชาธิปัตย์จะต้องช่วยกันพยุงสถานการณ์ ต้องรับผิดชอบต่อประเทศร่วมกันทั้งพรรค ไม่ใช่รับผิดชอบเฉพาะนายกฯ หรือนายสุเทพเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ตัวเองคิดอย่างไรต้องทิ้งไปก่อน เอาประเทศชาติให้รอดก่อน หัวใจหลักสำคัญที่ทำให้วิกฤติยืดเยื้อมาถึงทุกวันนี้คือแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่แสดงจุดยืนให้ชัดเจนก็ไม่ต้องประสานงานกับพรรคร่วม



