ข่าว

“เสธ.แดง”ขู่ล่ากองกำลังแดงระวังเจอสวน

“เสธ.แดง”ขู่ล่ากองกำลังแดงระวังเจอสวน

13 เม.ย. 2553

“เสธ.แดง” ขู่รัฐบาลล่ากองกำลังเสื้อแดง ระวังเจอสวนกลับ ด้าน"ชัจจ์"ฟันธงชายชุดดำเป็นทหารจาก 2 กลุ่ม "มือที่สาม" หวังข้ามศพครองอำนาจและกลุ่มไม่พอใจ”บูรพาพยัคฆ์”ล้างแค้นกันเองยันไม่เกี่ยวคนเสื้อแดง

(13เม.ย.) พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวกรณีที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้าเอาผิดกลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมาว่า กลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีผู้ก่อการร้าย แต่กลุ่มที่ก่อการร้ายคือนายสุเทพ เทมือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะคุมกองทัพ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชากาทหารบก ในฐานะผู้คุมการใช้กำลัง ซึ่งการปฏิบัติทำให้มีคนเสื้อแดงตาย 15 คน

 ซึ่งแต่ละคนมีแผลถูกยิงที่หน้าอกและศรีษะ โดยเป็นฝีมือของพลซุ่มยิงที่ยิงเข้าใส่ประชาชน เพราะกระสุนของปืนพลซุ่มยิงขนาดแผลจะกระจุยมากกว่าปืนเอ็ม 16 ซึ่งแผลส่วนใหญ่เกิดจากการยิงของสไนเปอร์ ดังนั้นพล.อ.ประวิตร ต้องตอบคำถามว่าเอาหน่วยสไนเปอร์มาจากไหน เป็นการนำมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ศูนย์อำนวยการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษของทหารรบพิเศษ ที่เรียกว่าหน่วย ฉก. 90

 “รัฐบาลบอกว่าจะตามล่ากลุ่มก่อการร้าย ประกาศว่าจะตามล่าเขาระวังเขาจะตามล่ากลับบ้าง แล้วจะทำอย่างไร ขนาดกองทัพเอา 3 กองพลมาปราบม็อบ คือ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และกองพลทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ ยกมายังสู้กลุ่มกำลังไม่ทราบฝ่ายไม่ได้เลย ซึ่งกหองกลังไม่ทราบฝ่ายไม่ได้เจนตาฆ่าคน แต่ทนไม่ได้ที่ทหารใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมแนวหน้า และแนวหลังใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง จึงต้องมีการช่วงเหลือกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ทั้งนี้ หากทำอะไรผู้ชุมนุมต้องระวังให้ดี เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยึดรถยีเอ็มซีกว่า 20 คัน ยึดปืนเอ็ม 16 ได้หลายร้อยกระบอก ยืนยันว่ากลุ่มกำลังไม่ทราบฝ่ายไม่ได้เชื่อมโยงกับแกนนำเสื้อแดง ส่วนคนชุดดำที่มีภาพถือปืนไม่ใช่การ์ดคนเสื้อแดง เพราะแต่งตัวไม่เหมือนการ์ดและไม่ใช่นักรบโรนิน แต่น่าจะเป็นคนของรัฐบาลที่แฝงมา เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง”พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

 fjhkoพล.ต.ท.ชัจจ์  กุลดิลก อดีตผบช.ก.ในฐานะแกนนำนปช.กล่าวกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มทหารที่เข้ามาสลายชุมนุมคนเสื้อแดงว่าคนกลุ่มนี้ต้องได้รับการที่ฝึกอาวุธมาแล้วเป็นอย่างดีและต้องไม่ใช่คนที่หวังดีกับคนเสื้อแดงเพราะคนเสื้อแดงเองจะไม่ได้ประโยชน์กับสิ่งที่คนกลุ่มนี้ทำทั้งรู้ดีอยู่แล้วว่าถ้ามีการจับอาวุธต่อสู้กันจริง ๆ ไม่มีทางที่คนเสื้อแดงจะสู้ทหารได้แต่ถ้าคนเสื้อแดงต่อสู้ด้วยมือเปล่าทหารก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะมาใช้อาวุธปราบปรามคนเสื้อแดงเช่นกัน

 ดังนั้นเป้าหมายของบุคคลกลุ่มนี้จึงน่าจะต้องการให้ทั้งทหารและคนเสื้อแดงปะทะกันเองสมัย 14 ตุลา 16 ก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนคือมีผู้ที่ใช้อาวุธยิงใส่ทั้งทหารและนักศึกษาจนทั้งสองฝ่ายปะทะกันสุดท้ายพล.อ.ถนอม กิตติขจร ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ในข้อหาเข่นฆ่าประชาชน เมื่อประกอบกับการวางแผนเข้าสลายชุมนุมผิดพลาดของนายอภิสิทธิ์ที่ให้ทหารใช้อาวุธสงครามและกระสุนจริงเต็มที่ทั้งที่ภารกิจจริงคือการควบคุมฝูงชนการยิงใส่ประชาชนจึงเป็นการกระทำที่ขาดสติทางออกของผู้ที่สั่งการปราบปรามประชาชนตอนนี้ มีอย่างเดียวคือต้องยิงตัวตายมิฉะนั้นก็จะถูกดำเนินคดีอาญาที่มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

 พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวด้วยว่า หากไม่ใช่มือที่สามที่ต้องการมีอำนาจหลังเหตุจราจลเหมือนกรณี 14 ต.ค.ก็อาจจะเป็นการล้างแค้นกันเองของคนในกองทัพที่ไม่พอใจการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มบูรพาพยัคฆ์อาศัยจังหวะที่เสื้อแดงถูกสลายการชุมนุมโค่นล้มฐานอำนาจบูรพาพยัคฆ์ก็เป็นได้