
ไหว้พระแล้วตามดูประวัติ "วัดป่าโมก"
วัดป่าโมกวรวิหาร อยู่ใน ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เกิดจากการรวมวัด 2 วัด คือ วัดตลาดกับวัดชีปะขาว
วัดป่าโมกแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์สำคัญอีกองค์หนึ่งของ จ.อ่างทอง ตามพงศาวดารเหนือว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย มีประวัติเล่าขานว่า พระนอนองค์นี้ได้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัด ชาวบ้านจึงทำพิธีบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ
ในพงศาวดารเหนือยังกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1480 พระมหาเถรไลลาย และพระมหาพุทธสาคร กษัตริย์ทางภาคเหนือ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากลังกามาบรรจุไว้ในพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกนี้ด้วย
มาถึงยุคกรุงศรีอยุธยา พระราชพงศาวดารได้กล่าวถึงพระนอนวัดป่าโมกว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนจะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชได้เสด็จมาชุมนุมพล และสักการะพระนอนองค์นี้
ต่อมา พ.ศ.2271 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา เกิดน้ำเซาะตลิ่งพังใกล้ที่ประดิษฐานพระนอน จึงโปรดเกล้าฯ ให้ชะลอองค์พระให้พ้นจากตลิ่งไปไว้ยังวิหารใหม่ที่วัดตลาด แล้วโปรดให้รวมทั้งสองเป็นวัดเดียวกัน พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดป่าโมก” ตามบริเวณนั้นที่มีต้นโมกขึ้นอยู่มากมาย เช่นเดียวกับที่มาของชื่อบ้านและตำบลที่ตั้งของวัด
นอกจากนี้ยังมีตำนานเรื่องพระนอนพูดได้ที่วัดป่าโมก เกิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเกิดโรคห่า (กาฬโรค) ระบาดในบ้านป่าโมก โดยพระครูป่าโมกขมุนี เจ้าอาวาสวัดสมัยนั้นได้บันทึกไว้ว่า
เมื่อ พ.ศ.2448 พระโต วัดป่าโมก ป่วยหนักด้วยโรคห่า อุบาสิกาเหลียน ซึ่งเป็นหลานสาวจึงมาตั้งสัตยาธิษฐานต่อพระพุทธไสยาสน์ จู่ๆ ก็มีเสียงออกมาจากพระอุระของพระพุทธไสยาสน์บอกตำรายาแก่สีกาเหลียน เมื่อปรุงยารักษาตามคำบอกนั้นพระโตก็หายเป็นปกติ และยังปรากฏเหตุอัศจรรย์ของพระนอนพูดได้นี้อีกหลายครั้ง รวมทั้งเมื่อคราวจะปฏิสังขรณ์ใหญ่องค์พระด้วย
ไหว้พระแล้ว เดินชมวัด อ่านป้าย หยิบแผ่นพับ ได้ความรู้ติดมือกลับไปด้วย จะทำบุญหรือเรียนรู้วันนี้ ไม่มีสาย ได้ประโยชน์ ได้สุขใจถึงภายหน้าแน่นอน
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



