
"แปลก ใหม่ ใหญ่ ดัง" "มนต์ขลัง" ดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว
"ถนนข้าวเหนียว" จ.ขอนแก่น โมงยามนี้คงเป็นชื่อที่ติดอันดับต้นๆ ที่บรรดานักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ไม่แพ้ "ถนนข้าวสาร" เพราะงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว จัดมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ได้รับการ
แต่กว่าจะทำให้งานเทศกาลนี้เป็นที่ยอมรับของผู้คน ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้ายุคสมัยควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย
"ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์" รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายจัดงาน เล่าย้อนว่า เทศบาลนครขอนแก่นได้เริ่มจัดงานนี้มาตั้งแต่ปี 2528 จวบจนปัจจุบันก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว ต่อมาจึงปรับปรุงรูปแบบการจัดงานครั้งใหญ่เพื่อให้เป็นงานระดับประเทศ
พอถึงปี 2545 ก็เกิดแนวความคิดที่จะสร้างเอกลักษณ์ของงานให้เกิดขึ้น นอกเหนือจากงานเทศกาลดอกคูนเสียงแคน ก็เลยเกิดเป็น "ถนนข้าวเหนียว" ขึ้นมา เพราะกรุงเทพฯ ก็มีถนนข้าวสารเกิดขึ้น จนกลายมาเป็นงานเทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว จะจัดขึ้นที่บึงแก่นนคร ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน ซึ่งจะเน้นการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอีสาน ส่วนกิจกรรมที่จัดขึ้นบนถนนข้าวเหนียว ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน เป็นประจำทุกปี
"ปีแรกของการจัดงานถนนข้าวเหนียว เราใช้ถนนบริเวณด้านหลังเทศบาลนครขอนแก่น ข้างโรงแรมโฆษะ ซึ่งถือเป็นการจัดถนนสายใหม่เพื่อให้คนมาเล่นน้ำ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พอมาปี 2546 ก็ย้ายกลับมาที่จัดงานที่ถนนศรีจันทร์ เนื่องจากถนนสายนี้มีรถเล่นน้ำเยอะอยู่แล้ว เพียงแต่เราเข้าไปจัดระบบ ปรับปรุงระเบียบ และกำหนดรูปแบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ถนนข้าวเหนียวก็ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี"
อย่างไรก็ตาม การเปิดถนนข้าวเหนียวเพื่อให้ประชาชนเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ในช่วง 2-3 ปีก็เจอปัญหา เพราะมีกลุ่มวัยรุ่นตีกัน มีการลวนลามมากขึ้น ขณะที่หญิงสาวก็แต่งตัววาบหวิว ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้สักวันจะมีปัญหาเกิดขึ้น คณะผู้บริหารเทศบาลจึงตัดสินใจเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ของการจัดงานใหม่ นั่นก็คือ "สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์" โดยเทศบาล และสสส.ร่วมกันจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา
ส่วนไฮไลท์ของงานเทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียวในปีนี้ ได้เน้นจัดงานที่ผสมผสานวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยแบ่งกลุ่มบุคคลออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็ก จะมีกล่องข้าวเหนียวพ่นหิมะ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของอีสานตั้งอยู่บริเวณสวนประตูเมือง จุดนี้จะเปิดให้เด็กๆ ขึ้นไปเล่นบนกล่องข้าวเหนียว
กลุ่มที่สองคือ ผู้ใหญ่ โดยกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นที่บริเวณลานจอดรถศาลหลักเมืองขอนแก่น โดยจะอัญเชิญพระพุทธรูปจาก 20 วัดในเขตเทศบาลนครขอนแก่นมาประดิษฐานเพื่อให้ประชาชนมาสรงน้ำพระพุทธรูป โดยมีม่านน้ำพุเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์น้ำมนต์ ซึ่งประชาชนที่มาสรงน้ำพระก็จะเดินลอดอุโมงค์น้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีการจัดรำวงย้อนยุค โดยให้นางรำมาเชียร์แขกเต้นรอบ หมดรอบก็เป่านกหวีด
รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ยังรับประกันว่า กิจกรรมรำวงนี้ไม่มีปัญหาการตีกันแน่อน เพราะด้วยนางรำที่คัดสรรมาอย่างดี อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ซึ่งบรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย
และสุดท้ายเชื่อมต่อมาที่ถนนข้าวเหนียว ซึ่งเป็นถนนสายวัยรุ่นอย่างแท้จริง จะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยรวมทั้งหมด 9 เวที และสิ่งหนึ่งที่จะสร้างเป็นประวัติการณ์หน้าใหม่ของถนนข้าวเหนียวก็คือ สถาบันริปลีย์ จะจัดเก็บสถิติการทำกิจกรรมคลื่นมนุษย์ (HUMAN WAVE) และกิจกรรม CHEER UP ระดับโลก โดยตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงานประชาชนราว 50,000-80,000 คนจะพร้อมใจกันทำคลื่นมนุษย์ ทั้งนี้ เพื่อรองรับการบันทึกสถิติโลก (เวิลด์ เรคคอร์ด) ในปีหน้า
"ความสนุกสนานที่ครบถ้วน ความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร และความปลอดภัยถึงขีดสุด" นี่แหละคือความโดดเด่นของงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน
"มยุรี อัครบาล"



